คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8945/2544 ฉบับเต็ม

#69616
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8945/2544 พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี โจทก์ นายเซียนหรือน้อย บูชาพันธ์ จำเลย ป.อ. มาตรา 2, มาตรา 64 ตามสภาพและพฤติการณ์การกระทำความผิดของจำเลยเป็นความผิดในตัวเอง จำเลยย่อมรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าเมทแอมเฟตามีนเป็นยาเสพติดให้โทษเมื่อนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายเป็นความผิดที่มีโทษสถานหนัก จำเลยจะแก้ตัวว่าไม่รู้กฎหมายเพื่อให้พ้นจากความรับผิดในทางอาญาไม่ได้ และจำเลยก็มิได้แสดงพยานหลักฐานต่อศาลให้เชื่อว่าจำเลยไม่รู้ว่ากฎหมายบัญญัติไว้เช่นนั้น ดังนั้น ที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยตามบทบัญญัติที่กำหนดกฎเกณฑ์ไว้แน่นอนจึงชอบแล้ว กรณีความผิดของจำเลยไม่ต้องด้วยบทบัญญัติตาม ป.อ. มาตรา 64 ศาลจึงไม่อาจลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๕, ๖๗, ๑๐๒ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๑, ๑๒ (๑), ๑๘ วรรคสอง, ๖๒ ป.อ. มาตรา ๓๒, ๘๓, ๙๑ ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๕ วรรคหนึ่ง, ๖๗ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๑, ๖๒ วรรคหนึ่ง เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา ๙๑ ฐานนำเมทแอมเฟตามีนเข้ามาในราชอาณาจักร ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานนำเมทแอมเฟตามีนเข้ามาในราชอาณาจักรอันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา ๙๐ จำคุกตลอดชีวิต ฐานเป็นคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านช่องทางที่กำหนด จำคุก ๒ เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ตาม ป.อ. มาตรา ๗๘ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ฐานนำเมทแอมเฟตามีนเข้ามาในราชอาณาจักร เมื่อคำนวณลดโทษตาม ป.อ. มาตรา ๕๓ แล้ว คงจำคุก ๒๕ ปี ฐานเป็นคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านช่องทางที่กำหนด คงจำคุก ๑ เดือน รวมจำคุก ๒๕ ปี ๑ เดือน ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานนำเมทแอมเฟตามีนเข้ามาในราชอาณาจักรชอบแล้วหรือไม่ เห็นว่า ตามสภาพและพฤติการณ์การกระทำความผิดของจำเลยเป็นความผิดในตัวเองที่จำเลยย่อมรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าเมทแอมเฟตามีนเป็นยาเสพติดให้โทษเมื่อนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายนั้นเป็นความผิดที่มีโทษสถานหนักอยู่แล้ว จำเลยจะแก้ตัวว่าไม่รู้กฎหมายบัญญัติว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดเพื่อให้พ้นจากความรับผิดในทางอาญาไม่ได้และจำเลยก็มิได้แสดงพยานหลักฐานต่อศาลให้เชื่อว่าจำเลยไม่รู้ว่ากฎหมายบัญญัติไว้เช่นนั้น ดังนั้น ที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖๕ วรรคหนึ่ง ระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา ๗๘ ประกอบด้วย ป.อ. มาตรา ๕๓ แล้ว คงจำคุก ๒๕ ปี เป็นการลงโทษตามบทบัญญัติที่กำหนดกฎเกณฑ์ไว้แน่นอนแล้ว และกรณีความผิดของจำเลยไม่ต้องด้วยบทบัญญัติตาม ป.อ. มาตรา ๖๔ จึงไม่อาจลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษาชอบแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. (ดลจรัส รัตนโศภิต-พันธาวุธ ปาณิกบุตร-ประพันธ์ ทรัพย์แสง) ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นางสาวประไพ เอื้อไพจิตร ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นางนุจรินทร์ จันทร์พรายศรี แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69616
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดอุบลราชธานี",
        "judge": "นางสาวประไพ เอื้อไพจิตร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นางนุจรินทร์ จันทร์พรายศรี"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082059305"
    }
}
date
2544
deka_no
8945/2544
deka_running_no
8945
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ดลจรัส รัตนโศภิต",
    "พันธาวุธ ปาณิกบุตร",
    "ประพันธ์ ทรัพย์แสง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 2",
            "ม. 64"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเซียนหรือน้อย บูชาพันธ์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๕, ๖๗, ๑๐๒ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๑, ๑๒ (๑), ๑๘ วรรคสอง, ๖๒ ป.อ. มาตรา ๓๒, ๘๓, ๙๑ ริบของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๕ วรรคหนึ่ง, ๖๗ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๑, ๖๒ วรรคหนึ่ง เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา ๙๑ ฐานนำเมทแอมเฟตามีนเข้ามาในราชอาณาจักร ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานนำเมทแอมเฟตามีนเข้ามาในราชอาณาจักรอันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา ๙๐ จำคุกตลอดชีวิต ฐานเป็นคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านช่องทางที่กำหนด จำคุก ๒ เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ตาม ป.อ. มาตรา ๗๘ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ฐานนำเมทแอมเฟตามีนเข้ามาในราชอาณาจักร เมื่อคำนวณลดโทษตาม ป.อ. มาตรา ๕๓ แล้ว คงจำคุก ๒๕ ปี ฐานเป็นคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านช่องทางที่กำหนด คงจำคุก ๑ เดือน รวมจำคุก ๒๕ ปี ๑ เดือน ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานนำเมทแอมเฟตามีนเข้ามาในราชอาณาจักรชอบแล้วหรือไม่ เห็นว่า ตามสภาพและพฤติการณ์การกระทำความผิดของจำเลยเป็นความผิดในตัวเองที่จำเลยย่อมรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าเมทแอมเฟตามีนเป็นยาเสพติดให้โทษเมื่อนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายนั้นเป็นความผิดที่มีโทษสถานหนักอยู่แล้ว จำเลยจะแก้ตัวว่าไม่รู้กฎหมายบัญญัติว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดเพื่อให้พ้นจากความรับผิดในทางอาญาไม่ได้และจำเลยก็มิได้แสดงพยานหลักฐานต่อศาลให้เชื่อว่าจำเลยไม่รู้ว่ากฎหมายบัญญัติไว้เช่นนั้น ดังนั้น ที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖๕ วรรคหนึ่ง ระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา ๗๘ ประกอบด้วย ป.อ. มาตรา ๕๓ แล้ว คงจำคุก ๒๕ ปี เป็นการลงโทษตามบทบัญญัติที่กำหนดกฎเกณฑ์ไว้แน่นอนแล้ว และกรณีความผิดของจำเลยไม่ต้องด้วยบทบัญญัติตาม ป.อ. มาตรา ๖๔ จึงไม่อาจลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษาชอบแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001066.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544