คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8387/2544 ฉบับเต็ม

#69619
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8387/2544 พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง โจทก์ นายเอกชาติ แท่นสง จำเลย ป.อ. มาตรา 1 (1), มาตรา 334 ผู้เช่าซื้อบอกให้จำเลยไปขับรถออกมา เพราะผู้เช่าซื้อกับบริษัทผู้ให้เช่าซื้อตกลงกันได้แล้ว จำเลยก็ไปเอารถคืนมาและมอบให้แก่ผู้เช่าซื้อในทันที การที่จำเลยเข้าไปเอารถที่จอดอยู่และขับออกมาจากบริษัทผู้ให้เช่าซื้ออย่างเปิดเผยเป็นการกระทำโดยสุจริตและโดยเชื่อว่ามีการตกลงกันได้ตามที่ผู้เช่าซื้อบอกจำเลย การกระทำของจำเลยจึงขาดเจตนาทุจริต ไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ ___________________________ โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔ จำคุก ๒ ปี คำให้การในชั้นจับกุม ชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ ปี ๔ เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า รถยนต์หมายเลขทะเบียน บ - ๔๓๔๓ พัทลุง ธ. เช่าซื้อมาจากบริษัทนครหลวงเจริญเช่าซื้อหาดใหญ่ จำกัด หลังจากเช่าซื้อมาแล้ว จำเลยเป็นผู้ขับรถยนต์คันดังกล่าว ก่อนเกิดเหตุปรากฏว่ารถยนต์คันที่เช่าซื้อหายไปจากบ้าน ธ. ในตอนเช้า ธ. เข้าใจว่าบริษัทที่ให้เช่าซื้อเอารถไปจึงให้จำเลยไปดูปรากฏว่าพบรถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่ที่ลานจอดรถ จำเลยจึงกลับมาบอก ธ. ในตอนบ่าย จำเลยอ้างว่า ธ. บอกว่าได้ตกลงกับบริษัทผู้เสียหายเรียบร้อยแล้ว ธ. จึงให้จำเลยไปเอารถยนต์คันที่เช่าซื้อคืน จำเลยจึงไปขับกลับออกมา โดยในชั้นสอบสวนจำเลยให้การแก่พนักงานสอบสวนว่า ธ. ให้จำเลยไปเอารถมาโดย ธ. บอกว่าตกลงกับบริษัทผู้เสียหายได้แล้ว จำเลยให้การแก่พนักงานสอบสวนในวันที่ถูกจับกุมยังไม่มีเวลาพอที่จะเติมแต่งคำให้การ น่าเชื่อว่าจำเลยให้การแก่พนักงานสอบสวนตามความเป็นจริง หลังจากนั้นจำเลยไปเอารถยนต์คันที่เช่าซื้อจากบริษัทผู้เสียหายตามที่ ธ. บอก การที่จำเลยขับรถยนต์คันที่เช่าซื้อออกจากบริษัทของผู้เสียหายก็เนื่องจาก ธ. บอกให้จำเลยไปขับรถออกมา เพราะ ธ. กับบริษัทผู้เสียหายตกลงกันได้แล้ว พนักงานเร่งรัดหนี้และติดตามยึดรถคืนของบริษัทผู้เสียหายเบิกความว่า ไปยึดรถคืนจากบ้าน ธ. เมื่อเวลา ๗ นาฬิกา แล้วนำมาไว้ที่ลานจอดรถของผู้เสียหาย ซึ่งต่อมาจำเลยขับรถคันดังกล่าวออกจากบริษัทผู้เสียหายในเวลาบ่าย ซึ่งเป็นระยะเวลาที่นานพอสมควรที่ ธ. กับบริษัทผู้เสียหายจะเจรจาตกลงกันได้แล้ว ธ. จึงมาบอกจำเลย ดังนั้น ที่จำเลยเชื่อว่า ธ. กับบริษัทผู้เสียหายตกลงกันได้แล้วจึงมีเหตุผล จำเลยเป็นเพียงลูกจ้างคนขับรถยนต์ของ ธ. การที่ ธ. กับบริษัทผู้เสียหายจะตกลงกันได้จริงหรือไม่จึงอยู่นอกเหนือการรู้เห็นของจำเลย เมื่อ ธ. บอกแก่จำเลยว่าตกลงกันได้และให้จำเลยไปเอารถยนต์คันที่เช่าซื้อคืนจากบริษัทผู้เสียหาย จำเลยก็ไปเอารถคืนมาและมอบให้แก่ ธ. ในทันที การที่จำเลยเข้าไปเอารถที่จอดอยู่และขับออกมาจากบริษัทผู้เสียหายอย่างเปิดเผยเป็นการกระทำโดยสุจริตและโดยเชื่อว่ามีการตกลงกันได้แล้วระหว่าง ธ. กับบริษัทผู้เสียหายตามที่ ธ. บอกจำเลย การกระทำของจำเลยจึงขาดเจตนาทุจริต จำเลยยังไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง. (สบโชค สุขารมณ์-ชูชาติ ศรีแสง-ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช) ศาลจังหวัดพัทลุง - นายสมศักดิ์ ประณิธิพงศ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายวิทยา วีระประจักษ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69619
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพัทลุง",
        "judge": "นายสมศักดิ์ ประณิธิพงศ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 9",
        "judge": "นายวิทยา วีระประจักษ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082060057"
    }
}
date
2544
deka_no
8387/2544
deka_running_no
8387
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สบโชค สุขารมณ์",
    "ชูชาติ ศรีแสง",
    "ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 1 (1)",
            "ม. 334"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเอกชาติ แท่นสง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔ จำคุก ๒ ปี คำให้การในชั้นจับกุม ชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ ปี ๔ เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า รถยนต์หมายเลขทะเบียน บ - ๔๓๔๓ พัทลุง ธ. เช่าซื้อมาจากบริษัทนครหลวงเจริญเช่าซื้อหาดใหญ่ จำกัด หลังจากเช่าซื้อมาแล้ว จำเลยเป็นผู้ขับรถยนต์คันดังกล่าว ก่อนเกิดเหตุปรากฏว่ารถยนต์คันที่เช่าซื้อหายไปจากบ้าน ธ. ในตอนเช้า ธ. เข้าใจว่าบริษัทที่ให้เช่าซื้อเอารถไปจึงให้จำเลยไปดูปรากฏว่าพบรถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่ที่ลานจอดรถ จำเลยจึงกลับมาบอก ธ. ในตอนบ่าย จำเลยอ้างว่า ธ. บอกว่าได้ตกลงกับบริษัทผู้เสียหายเรียบร้อยแล้ว ธ. จึงให้จำเลยไปเอารถยนต์คันที่เช่าซื้อคืน จำเลยจึงไปขับกลับออกมา โดยในชั้นสอบสวนจำเลยให้การแก่พนักงานสอบสวนว่า ธ. ให้จำเลยไปเอารถมาโดย ธ. บอกว่าตกลงกับบริษัทผู้เสียหายได้แล้ว จำเลยให้การแก่พนักงานสอบสวนในวันที่ถูกจับกุมยังไม่มีเวลาพอที่จะเติมแต่งคำให้การ น่าเชื่อว่าจำเลยให้การแก่พนักงานสอบสวนตามความเป็นจริง หลังจากนั้นจำเลยไปเอารถยนต์คันที่เช่าซื้อจากบริษัทผู้เสียหายตามที่ ธ. บอก การที่จำเลยขับรถยนต์คันที่เช่าซื้อออกจากบริษัทของผู้เสียหายก็เนื่องจาก ธ. บอกให้จำเลยไปขับรถออกมา เพราะ ธ. กับบริษัทผู้เสียหายตกลงกันได้แล้ว พนักงานเร่งรัดหนี้และติดตามยึดรถคืนของบริษัทผู้เสียหายเบิกความว่า ไปยึดรถคืนจากบ้าน ธ. เมื่อเวลา ๗ นาฬิกา แล้วนำมาไว้ที่ลานจอดรถของผู้เสียหาย ซึ่งต่อมาจำเลยขับรถคันดังกล่าวออกจากบริษัทผู้เสียหายในเวลาบ่าย ซึ่งเป็นระยะเวลาที่นานพอสมควรที่ ธ. กับบริษัทผู้เสียหายจะเจรจาตกลงกันได้แล้ว ธ. จึงมาบอกจำเลย ดังนั้น ที่จำเลยเชื่อว่า ธ. กับบริษัทผู้เสียหายตกลงกันได้แล้วจึงมีเหตุผล จำเลยเป็นเพียงลูกจ้างคนขับรถยนต์ของ ธ. การที่ ธ. กับบริษัทผู้เสียหายจะตกลงกันได้จริงหรือไม่จึงอยู่นอกเหนือการรู้เห็นของจำเลย เมื่อ ธ. บอกแก่จำเลยว่าตกลงกันได้และให้จำเลยไปเอารถยนต์คันที่เช่าซื้อคืนจากบริษัทผู้เสียหาย จำเลยก็ไปเอารถคืนมาและมอบให้แก่ ธ. ในทันที การที่จำเลยเข้าไปเอารถที่จอดอยู่และขับออกมาจากบริษัทผู้เสียหายอย่างเปิดเผยเป็นการกระทำโดยสุจริตและโดยเชื่อว่ามีการตกลงกันได้แล้วระหว่าง ธ. กับบริษัทผู้เสียหายตามที่ ธ. บอกจำเลย การกระทำของจำเลยจึงขาดเจตนาทุจริต จำเลยยังไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001073.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544