คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7411/2544 ฉบับเต็ม

#69620
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7411/2544 ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดวิลาศก่อสร้าง กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 183, มาตรา 249 ปัญหาตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า คดีอยู่ในอำนาจของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางที่จะพิจารณาพิพากษาหรือไม่ จำเลยให้การว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ แต่ในชั้นชี้สองสถานศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมิได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทในเรื่องนี้ไว้ และจำเลยมิได้โต้แย้ง เมื่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางดำเนินกระบวนพิจารณาต่อมา จำเลยก็มิได้ยกเรื่องนี้ขึ้นโต้แย้งอีก แสดงว่าจำเลยยอมรับอำนาจศาลและไม่มีปัญหาเรื่องอำนาจศาล จึงถือว่าล่วงเลยเวลาที่จะพิจารณาปัญหาตามอุทธรณ์ดังกล่าวแล้ว ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่อาจส่งให้ประธานศาลฎีกาวินิจฉัยได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ซึ่งเป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด และหุ้นส่วนผู้จัดการ ตามลำดับ ร่วมกันชำระเงิน ๒,๒๓๒,๗๐๖.๘๕ ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๙ ต่อปี ของต้นเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์และขอให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมกันชำระเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๙.๗๕ ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระหนี้ขอให้ยึดทรัพย์จำนองและทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาดนำเงินไปชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วน จำเลยทั้งสามให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ร่วมกันชำระเงิน ๒,๒๓๒,๗๐๖.๘๕ ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๙ ต่อปี ของต้นเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยให้จำเลยที่ ๓ ในฐานะผู้ค้ำประกันร่วมรับผิดในหนี้ดังกล่าวเป็นเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๙ ต่อปี ของต้นเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจะชำระเป็นเงินบาทให้คิดอัตราแลกเปลี่ยนตามอัตราถัวเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ในกรุงเทพมหานครโดยอาศัยประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ ณ สิ้นวันทำการในวันที่มีคำพิพากษาเป็นเกณฑ์ ถ้าไม่มีอัตราแลกเปลี่ยนในวันดังกล่าว ให้ถือเอาวันสุดท้ายที่มีอัตราแลกเปลี่ยนเช่นว่านั้นก่อนวันมีคำพิพากษา หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระให้ครบ ให้ยึดทรัพย์ที่จำเลยที่ ๒ จำนองไว้ และทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาดนำเงินไปชำระแก่โจทก์จนกว่าจะครบ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๑๐,๐๐๐ บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า? พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติในเบื้องต้นว่า โจทก์ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลังให้ประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์และวิเทศธนกิจในประเทศไทย สำหรับกิจการวิเทศธนกิจอนุญาตให้เปิดสาขาที่จังหวัดชลบุรีด้วย เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๓๙ จำเลยที่ ๑ ทำสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์ผ่านสำนักงานวิเทศธนกิจของโจทก์ สาขาจังหวัดชลบุรี โดยกำหนดเป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐเป็นเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ คิดดอกเบี้ยในอัตราเท่ากับดอกเบี้ยเงินกู้ระหว่างธนาคารพาณิชย์ในประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ สำหรับเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐอเมริกาประเภทผู้กู้เป็นผู้รับภาระภาษีบวกด้วยส่วนเพิ่มร้อยละ ๒ ต่อปี ปรากฏตามหนังสือสินเชื่อธนาคารเอกสารหมาย จ. ๙ และจำเลยที่ ๑ ได้รับเงินกู้จำนวนประมาณ ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท จากโจทก์ไปแล้ว ในวันเดียวกัน จำเลยที่ ๑ ออกตั๋วสัญญาใช้เงินตามเอกสารหมาย จ. ๑๒ ให้แก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ของจำเลยที่ ๑ โดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ตามสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ. ๑๓ และจำเลยที่ ๒ จดทะเบียนจำนองที่ดิน ๒ แปลง พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ตามสัญญาจำนอง หนังสือสัญญาต่อท้ายสัญญาจำนอง หนังสือรับรองการทำประโยชน์เอกสารหมาย จ. ๑๔ ถึง จ. ๑๗ เป็นประกันการชำระหนี้ของจำเลยที่ ๑ ในวงเงิน ๖๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทด้วย จำเลยที่ ๑ ชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์หลายคราว และโจทก์ต่ออายุสินเชื่อให้แก่จำเลยที่ ๑ หลายครั้ง แต่ละครั้งจำเลยที่ ๑ จะออกตั๋วสัญญาใช้เงินระบุจำนวนเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ มอบให้โจทก์ทุกครั้ง มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามในข้อแรกว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางที่จะพิจารณาพิพากษาหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้จำเลยทั้งสามให้การว่า สัญญากู้ยืมเงินระหว่างโจทก์และจำเลยที่ ๑ เป็นการกู้ยืมเงินภายในประเทศ คดีไม่อยู่ในอำนาจศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ แต่ในชั้นชี้สองสถานศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมิได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทในเรื่องนี้ไว้ และจำเลยทั้งสามมิได้โต้แย้งและเมื่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางดำเนินกระบวนพิจารณาต่อมา จำเลยทั้งสามก็มิได้ยกเรื่องนี้ขึ้นโต้แย้งอีกเช่นกัน แสดงว่าจำเลยทั้งสามยอมรับอำนาจศาล และไม่มีปัญหาเรื่องอำนาจศาล เมื่อจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ขึ้นมา จึงถือว่าล่วงเลยเวลาที่จะพิจารณาปัญหานี้แล้ว ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่อาจส่งให้ประธานศาลฎีกาวินิจฉัยได้ อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามข้อนี้ฟังไม่ขึ้น? พิพากษาแก้เป็นว่า หากจะชำระหนี้ตามคำพิพากษาเป็นเงินสกุลบาท ให้คิดอัตราแลกเปลี่ยนในวันที่ใช้เงิน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ ๖,๐๐๐ บาท. (ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ-เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ-ประชา ประสงค์จรรยา) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ - นายไมตรี ศิรเมธารักษ์ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69620
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ",
        "judge": "นายไมตรี ศิรเมธารักษ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082061269"
    }
}
date
2544
deka_no
7411/2544
deka_running_no
7411
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ",
    "เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ",
    "ประชา ประสงค์จรรยา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 183",
            "ม. 249"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัดวิลาศก่อสร้าง กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ซึ่งเป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด และหุ้นส่วนผู้จัดการ ตามลำดับ ร่วมกันชำระเงิน ๒,๒๓๒,๗๐๖.๘๕ ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๙ ต่อปี ของต้นเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์และขอให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมกันชำระเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๙.๗๕ ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระหนี้ขอให้ยึดทรัพย์จำนองและทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาดนำเงินไปชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วน

จำเลยทั้งสามให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ร่วมกันชำระเงิน ๒,๒๓๒,๗๐๖.๘๕ ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๙ ต่อปี ของต้นเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยให้จำเลยที่ ๓ ในฐานะผู้ค้ำประกันร่วมรับผิดในหนี้ดังกล่าวเป็นเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๙ ต่อปี ของต้นเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจะชำระเป็นเงินบาทให้คิดอัตราแลกเปลี่ยนตามอัตราถัวเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ในกรุงเทพมหานครโดยอาศัยประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ ณ สิ้นวันทำการในวันที่มีคำพิพากษาเป็นเกณฑ์ ถ้าไม่มีอัตราแลกเปลี่ยนในวันดังกล่าว ให้ถือเอาวันสุดท้ายที่มีอัตราแลกเปลี่ยนเช่นว่านั้นก่อนวันมีคำพิพากษา หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระให้ครบ ให้ยึดทรัพย์ที่จำเลยที่ ๒ จำนองไว้ และทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาดนำเงินไปชำระแก่โจทก์จนกว่าจะครบ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๑๐,๐๐๐ บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า? พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติในเบื้องต้นว่า โจทก์ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลังให้ประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์และวิเทศธนกิจในประเทศไทย สำหรับกิจการวิเทศธนกิจอนุญาตให้เปิดสาขาที่จังหวัดชลบุรีด้วย เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๓๙ จำเลยที่ ๑ ทำสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์ผ่านสำนักงานวิเทศธนกิจของโจทก์ สาขาจังหวัดชลบุรี โดยกำหนดเป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐเป็นเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ คิดดอกเบี้ยในอัตราเท่ากับดอกเบี้ยเงินกู้ระหว่างธนาคารพาณิชย์ในประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ สำหรับเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐอเมริกาประเภทผู้กู้เป็นผู้รับภาระภาษีบวกด้วยส่วนเพิ่มร้อยละ ๒ ต่อปี ปรากฏตามหนังสือสินเชื่อธนาคารเอกสารหมาย จ. ๙ และจำเลยที่ ๑ ได้รับเงินกู้จำนวนประมาณ ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท จากโจทก์ไปแล้ว ในวันเดียวกัน จำเลยที่ ๑ ออกตั๋วสัญญาใช้เงินตามเอกสารหมาย จ. ๑๒ ให้แก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ของจำเลยที่ ๑ โดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ตามสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ. ๑๓ และจำเลยที่ ๒ จดทะเบียนจำนองที่ดิน ๒ แปลง พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ตามสัญญาจำนอง หนังสือสัญญาต่อท้ายสัญญาจำนอง หนังสือรับรองการทำประโยชน์เอกสารหมาย จ. ๑๔ ถึง จ. ๑๗ เป็นประกันการชำระหนี้ของจำเลยที่ ๑ ในวงเงิน ๖๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทด้วย จำเลยที่ ๑ ชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์หลายคราว และโจทก์ต่ออายุสินเชื่อให้แก่จำเลยที่ ๑ หลายครั้ง แต่ละครั้งจำเลยที่ ๑ จะออกตั๋วสัญญาใช้เงินระบุจำนวนเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ มอบให้โจทก์ทุกครั้ง มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามในข้อแรกว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางที่จะพิจารณาพิพากษาหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้จำเลยทั้งสามให้การว่า สัญญากู้ยืมเงินระหว่างโจทก์และจำเลยที่ ๑ เป็นการกู้ยืมเงินภายในประเทศ คดีไม่อยู่ในอำนาจศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ แต่ในชั้นชี้สองสถานศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมิได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทในเรื่องนี้ไว้ และจำเลยทั้งสามมิได้โต้แย้งและเมื่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางดำเนินกระบวนพิจารณาต่อมา จำเลยทั้งสามก็มิได้ยกเรื่องนี้ขึ้นโต้แย้งอีกเช่นกัน แสดงว่าจำเลยทั้งสามยอมรับอำนาจศาล และไม่มีปัญหาเรื่องอำนาจศาล เมื่อจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ขึ้นมา จึงถือว่าล่วงเลยเวลาที่จะพิจารณาปัญหานี้แล้ว ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่อาจส่งให้ประธานศาลฎีกาวินิจฉัยได้ อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามข้อนี้ฟังไม่ขึ้น?

พิพากษาแก้เป็นว่า หากจะชำระหนี้ตามคำพิพากษาเป็นเงินสกุลบาท ให้คิดอัตราแลกเปลี่ยนในวันที่ใช้เงิน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ ๖,๐๐๐ บาท.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001084.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544