คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7584/2544 ฉบับเต็ม

#69624
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7584/2544 นายเกรียงไกร จังหวะเลิศ โจทก์ บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 226 วรรคหนึ่ง, มาตรา 887 ป.วิ.พ. มาตรา 55 ผู้เอาประกันภัยมีสิทธิฟ้องผู้รับประกันภัยให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยที่ ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอก แม้ผู้เอาประกันภัยจะยังมิได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่บุคคลภายนอก ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามสัญญาประกันภัยค้ำจุนจำนวน ๒๘๗,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน ๒๕๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะผู้ที่ได้รับความเสียหายจากรถยนต์กระบะที่จำเลยรับประกันภัยค้ำจุนไว้คือนายมนู วงษ์จันทร์ ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านหลังที่ได้รับความเสียหาย อีกทั้งโจทก์ขับรถในขณะเมาสุราและไม่มี ใบอนุญาตขับรถ ซึ่งผิดเงื่อนไขความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัย จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่นายมนูครบถ้วนแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ในวันเดียวกันกับที่จำเลยยื่นคำให้การ จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้นว่า สิทธิตามสัญญาประกันภัยค้ำจุนเป็นของบุคคลภายนอก ผู้ต้องเสียหายเท่านั้น โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๓ ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์ได้เอารถยนต์คันเกิดเหตุตามฟ้องประกันภัยค้ำจุนไว้ ต่อจำเลย ในระหว่างอายุสัญญาประกันภัยดังกล่าว โจทก์ได้ขับรถยนต์คันเกิดเหตุชนราวสะพานกรุงธนบุรี และพุ่งตกลงบนหลังคาบ้านของนายมนู วงษ์จันทร์ ทำให้บ้านหลังดังกล่าวได้รับความเสียหาย โจทก์ยังไม่ได้ชำระค่าสินไหมทดแทนให้แก่นายมนู ปัญหาข้อกฎหมายที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นนี้มีเพียงว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องบังคับให้จำเลยชำระ ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า ตามคำฟ้องของโจทก์เป็นเรื่องประกันภัย ซึ่งโจทก์ฟ้องเรียกค่าสินไหม ทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยในกรณีที่โจทก์ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดตามกฎหมายเพื่อความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก เนื่องจากอุบัติเหตุอันเกิดจากการใช้รถยนต์ที่ประกันภัยไว้ ความรับผิดของโจทก์ที่มีต่อนายมนู วงษ์จันทร์ ได้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่รถของโจทก์เสียหลักพุ่งตกลงบนหลังคาบ้านของนายมนู ตามกรมธรรม์ประกันภัยเอกสารท้ายฟ้อง ในหมวดที่ ๒ ส่วนที่ ๒ การคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ข้อ ๒.๓ ระบุว่า "บริษัทจะใช้ค่า สินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัย ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เพื่อความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก เนื่องจากอุบัติเหตุอันเกิดจากการใช้รถยนต์ในระหว่างระยะเวลาประกันภัย?" ดังนี้ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในนามของโจทก์จากจำเลยซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๘๗ แม้โจทก์จะยังมิได้ชำระค่าสินไหมทดแทนให้แก่นายมนูก็ตาม เพราะกรณีเช่นนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องรับช่วงสิทธิดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องบังคับให้จำเลยชำระ ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ได้ ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ศาลฎีกานั้นไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น อนึ่ง เมื่อคดีรับฟังได้ว่าโจทก์มีอำนาจฟ้อง แต่ยังมีปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปว่า นายมนูได้รับความเสียหายเพียงใด จำเลยได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่นายมนูครบถ้วนแล้วหรือไม่ และโจทก์ขับรถในขณะเมาสุราและไม่มี ใบอนุญาตขับรถอันเป็นการผิดเงื่อนไขความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยหรือไม่ ซึ่งจะต้องมีการสืบพยานกันต่อไป จึงต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลในชั้นนี้ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ (สมชาย จุลนิติ์-อำนวย เต้พันธ์-ชวลิต ตุลยสิงห์) ศาลแพ่ง - นายประโลม คเชนทร์ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69624
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายประโลม คเชนทร์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082061051"
    }
}
date
2544
deka_no
7584/2544
deka_running_no
7584
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สมชาย จุลนิติ์",
    "อำนวย เต้พันธ์",
    "ชวลิต ตุลยสิงห์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 226 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 887"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายเกรียงไกร จังหวะเลิศ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามสัญญาประกันภัยค้ำจุนจำนวน ๒๘๗,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน ๒๕๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะผู้ที่ได้รับความเสียหายจากรถยนต์กระบะที่จำเลยรับประกันภัยค้ำจุนไว้คือนายมนู วงษ์จันทร์ ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านหลังที่ได้รับความเสียหาย อีกทั้งโจทก์ขับรถในขณะเมาสุราและไม่มี ใบอนุญาตขับรถ ซึ่งผิดเงื่อนไขความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัย จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่นายมนูครบถ้วนแล้ว ขอให้ยกฟ้อง

ในวันเดียวกันกับที่จำเลยยื่นคำให้การ จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้นว่า สิทธิตามสัญญาประกันภัยค้ำจุนเป็นของบุคคลภายนอก ผู้ต้องเสียหายเท่านั้น โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๓ ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์ได้เอารถยนต์คันเกิดเหตุตามฟ้องประกันภัยค้ำจุนไว้ ต่อจำเลย ในระหว่างอายุสัญญาประกันภัยดังกล่าว โจทก์ได้ขับรถยนต์คันเกิดเหตุชนราวสะพานกรุงธนบุรี และพุ่งตกลงบนหลังคาบ้านของนายมนู วงษ์จันทร์ ทำให้บ้านหลังดังกล่าวได้รับความเสียหาย โจทก์ยังไม่ได้ชำระค่าสินไหมทดแทนให้แก่นายมนู ปัญหาข้อกฎหมายที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นนี้มีเพียงว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องบังคับให้จำเลยชำระ ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า ตามคำฟ้องของโจทก์เป็นเรื่องประกันภัย ซึ่งโจทก์ฟ้องเรียกค่าสินไหม ทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยในกรณีที่โจทก์ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดตามกฎหมายเพื่อความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก เนื่องจากอุบัติเหตุอันเกิดจากการใช้รถยนต์ที่ประกันภัยไว้ ความรับผิดของโจทก์ที่มีต่อนายมนู วงษ์จันทร์ ได้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่รถของโจทก์เสียหลักพุ่งตกลงบนหลังคาบ้านของนายมนู ตามกรมธรรม์ประกันภัยเอกสารท้ายฟ้อง ในหมวดที่ ๒ ส่วนที่ ๒ การคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ข้อ ๒.๓ ระบุว่า "บริษัทจะใช้ค่า สินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัย ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เพื่อความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก เนื่องจากอุบัติเหตุอันเกิดจากการใช้รถยนต์ในระหว่างระยะเวลาประกันภัย?" ดังนี้ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในนามของโจทก์จากจำเลยซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๘๗ แม้โจทก์จะยังมิได้ชำระค่าสินไหมทดแทนให้แก่นายมนูก็ตาม เพราะกรณีเช่นนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องรับช่วงสิทธิดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องบังคับให้จำเลยชำระ ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ได้ ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ศาลฎีกานั้นไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น

อนึ่ง เมื่อคดีรับฟังได้ว่าโจทก์มีอำนาจฟ้อง แต่ยังมีปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปว่า นายมนูได้รับความเสียหายเพียงใด จำเลยได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่นายมนูครบถ้วนแล้วหรือไม่ และโจทก์ขับรถในขณะเมาสุราและไม่มี ใบอนุญาตขับรถอันเป็นการผิดเงื่อนไขความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยหรือไม่ ซึ่งจะต้องมีการสืบพยานกันต่อไป จึงต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลในชั้นนี้ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001082.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544