คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5876/2544 ฉบับเต็ม

#69636
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5876/2544 นายสง่า ดีสั้น กับพวก โจทก์ บริษัทศุภชาญ จำกัด กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 21, มาตรา 78, มาตรา 91 ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง, มาตรา 225 ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 1 ปี รวม 3 กระทง เป็นจำคุก 3 ปี และลดโทษให้ตาม ป.อ. มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง เป็นจำคุก 1 ปี 6 เดือน แทนที่จะลดโทษแต่ละกระทงก่อนแล้วจึงรวมโทษจำคุกที่ลดแล้ว แต่ละกระทงเข้าด้วยกันนั้นไม่ถูกต้อง ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายทีเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยมิได้ ยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 คงจำคุกจำเลย 18 เดือน ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๑ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษากลับว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันเรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ลงโทษปรับจำเลยที่ ๑ กระทงละ ๖๐,๐๐๐ บาท รวม ๓ กระทง เป็นเงิน ๑๘๐,๐๐๐ บาท จำคุกจำเลยที่ ๒ กระทงละ ๑ ปี รวม ๓ กระทง เป็นจำคุก ๓ ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๙๐,๐๐๐ บาท จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๑ ปี ๖ เดือน หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระค่าปรับให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษา ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๒ กระทงละ ๑ ปี รวม ๓ กระทง เป็นจำคุก ๓ ปี และลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง เป็นจำคุก ๑ ปี ๖ เดือน แทนที่จะลดโทษแต่ละกระทงก่อนแล้วจึงรวมโทษจำคุกที่ลดแล้วแต่ละกระทงเข้าด้วยกัน ไม่ถูกต้อง ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยที่ ๒ มิได้ยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๒๒๕ พิพากษาแก้เป็นว่า จำคุกจำเลยที่ ๒ กระทงละ ๑ ปี จำเลยที่ ๒ ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกกระทงละ ๖ เดือน รวม ๓ กระทง จำคุก ๑๘ เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (กำพล ภู่สุดแสวง-วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์-สุรชาติ บุญศิริพันธ์) ศาลแขวงตลิ่งชัน - นายยิ่งศักดิ์ โอฬารสกุล ศาลอุทธรณ์ - นายอิสสระ นิ่มละมัย แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
69636
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงตลิ่งชัน",
        "judge": "นายยิ่งศักดิ์ โอฬารสกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายอิสสระ นิ่มละมัย"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082063473"
    }
}
date
2544
deka_no
5876/2544
deka_running_no
5876
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "กำพล ภู่สุดแสวง",
    "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์",
    "สุรชาติ บุญศิริพันธ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 21",
            "ม. 78",
            "ม. 91"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 195 วรรคสอง",
            "ม. 225"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสง่า ดีสั้น กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทศุภชาญ จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๑

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษากลับว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันเรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ลงโทษปรับจำเลยที่ ๑ กระทงละ ๖๐,๐๐๐ บาท รวม ๓ กระทง เป็นเงิน ๑๘๐,๐๐๐ บาท จำคุกจำเลยที่ ๒ กระทงละ ๑ ปี รวม ๓ กระทง เป็นจำคุก ๓ ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๙๐,๐๐๐ บาท จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๑ ปี ๖ เดือน หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระค่าปรับให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙

จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยที่ ๒ ฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษา ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๒ กระทงละ ๑ ปี รวม ๓ กระทง เป็นจำคุก ๓ ปี และลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง เป็นจำคุก ๑ ปี ๖ เดือน แทนที่จะลดโทษแต่ละกระทงก่อนแล้วจึงรวมโทษจำคุกที่ลดแล้วแต่ละกระทงเข้าด้วยกัน ไม่ถูกต้อง ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยที่ ๒ มิได้ยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๒๒๕

พิพากษาแก้เป็นว่า จำคุกจำเลยที่ ๒ กระทงละ ๑ ปี จำเลยที่ ๒ ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกกระทงละ ๖ เดือน รวม ๓ กระทง จำคุก ๑๘ เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001104.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544