คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3956/2566 ฉบับเต็ม

#696737
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3956/2566 บริษัท อ. โจทก์ นาย พ. กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 145, มาตรา 148 การที่โจทก์ฟ้องคดีก่อนแล้วมาฟ้องคดีนี้ แม้จำเลยที่ 2 คดีนี้และจำเลยในคดีก่อนจะเป็นนิติบุคคลแยกจากกัน แต่จำเลยในคดีก่อนและจำเลยที่ 2 คดีนี้ ต่างเป็นหน่วยงานของรัฐซึ่งจะต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ พ. (จำเลยซึ่งในคดีนี้) เป็นเจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกัน ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 คดีนี้เป็นคู่ความเดียวกันกับจำเลยในคดีก่อน เมื่อโจทก์คดีนี้ฟ้องจำเลยที่ 2 ให้รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากการทำละเมิดของ พ. ซึ่งเป็นการฟ้องโดยอาศัยประเด็นที่ต้องวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันกับคดีก่อน และในคดีก่อนได้ถึงที่สุดไปแล้ว ดังนี้ โจทก์และจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นคู่ความในคดีนี้ต้องผูกพันตามคำพิพากษาในคดีก่อนด้วย ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 อันต้องห้ามมิให้รื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชดใช้เงิน 233,770 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาในประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ จำเลยที่ 2 ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2560 โจทก์ยื่นฟ้องกระทรวงศึกษาธิการเป็นจำเลยให้รับผิดในมูลละเมิดจากการที่นายพิชัย ลูกจ้างและเป็นผู้ครอบครองรถกระบะ หมายเลขทะเบียน นก 6495 สงขลา ขับรถคันดังกล่าวเฉี่ยวชนกับรถยนต์ หมายเลขทะเบียน กพ 6984 สงขลา คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้ ปรากฏตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1917/2560 ของศาลจังหวัดสงขลา คดีดังกล่าวศาลจังหวัดสงขลามีคำพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นอื่น คดีถึงที่สุดโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ ต่อมาโจทก์ยื่นฟ้องนายพิชัยเป็นจำเลยที่ 1 และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเป็นจำเลยที่ 2 ให้ร่วมรับผิดในมูลละเมิดเป็นคดีนี้ ในชั้นตรวจคำฟ้องศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 โจทก์มิได้อุทธรณ์ คดีระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ถึงที่สุด คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยที่ 2 ได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า ฟ้องโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ 2 เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1917/2560 ของศาลจังหวัดสงขลาหรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ฟ้องคดีก่อนแล้วมาฟ้องเป็นคดีนี้ แม้จำเลยที่ 2 คดีนี้ และจำเลยในคดีก่อนจะเป็นนิติบุคคลแยกจากกันก็ตาม แต่จำเลยในคดีก่อนและจำเลยที่ 2 คดีนี้ ต่างเป็นหน่วยงานของรัฐซึ่งจะต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกัน ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 คดีนี้เป็นคู่ความเดียวกันกับจำเลยในคดีก่อน เมื่อโจทก์คดีนี้ฟ้องจำเลยที่ 2 ให้รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากการทำละเมิดของนายพิชัย ซึ่งเป็นการฟ้องโดยอาศัยประเด็นที่ต้องวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันกับคดีก่อน และในคดีก่อนได้ถึงที่สุดไปแล้ว ดังนี้ โจทก์และจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นคู่ความในคดีนี้ต้องผูกพันตามคำพิพากษาในคดีก่อนด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 อันต้องห้ามมิให้รื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยที่ 2 อีก เพราะไม่ทำให้ผลคำพิพากษาเปลี่ยนแปลง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาในประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ (ขนิษฐา อรุณวงศ์-สิริกานต์ มีจุล-อริยะ นาวินธรรม) ศาลแขวงสงขลา - นางสาวอรพรรณ สกลพัฒนศักดิ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นางนภาพร ถาวรศิริ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พณ.38/2565 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
696737
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงสงขลา",
        "judge": "นางสาวอรพรรณ สกลพัฒนศักดิ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 9",
        "judge": "นางนภาพร ถาวรศิริ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081942926"
    }
}
date
2566
deka_no
3956/2566
deka_running_no
3956
deka_year
2566
department
แผนก
judges
[
    "ขนิษฐา อรุณวงศ์",
    "สิริกานต์ มีจุล",
    "อริยะ นาวินธรรม"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 145",
            "ม. 148"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท อ."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย พ. กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชดใช้เงิน 233,770 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ให้เป็นพับ

จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาในประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่

จำเลยที่ 2 ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2560 โจทก์ยื่นฟ้องกระทรวงศึกษาธิการเป็นจำเลยให้รับผิดในมูลละเมิดจากการที่นายพิชัย ลูกจ้างและเป็นผู้ครอบครองรถกระบะ หมายเลขทะเบียน นก 6495 สงขลา ขับรถคันดังกล่าวเฉี่ยวชนกับรถยนต์ หมายเลขทะเบียน กพ 6984 สงขลา คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้ ปรากฏตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1917/2560 ของศาลจังหวัดสงขลา คดีดังกล่าวศาลจังหวัดสงขลามีคำพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นอื่น คดีถึงที่สุดโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ ต่อมาโจทก์ยื่นฟ้องนายพิชัยเป็นจำเลยที่ 1 และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเป็นจำเลยที่ 2 ให้ร่วมรับผิดในมูลละเมิดเป็นคดีนี้ ในชั้นตรวจคำฟ้องศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 โจทก์มิได้อุทธรณ์ คดีระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ถึงที่สุด

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยที่ 2 ได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า ฟ้องโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ 2 เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1917/2560 ของศาลจังหวัดสงขลาหรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ฟ้องคดีก่อนแล้วมาฟ้องเป็นคดีนี้ แม้จำเลยที่ 2 คดีนี้ และจำเลยในคดีก่อนจะเป็นนิติบุคคลแยกจากกันก็ตาม แต่จำเลยในคดีก่อนและจำเลยที่ 2 คดีนี้ ต่างเป็นหน่วยงานของรัฐซึ่งจะต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกัน ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 คดีนี้เป็นคู่ความเดียวกันกับจำเลยในคดีก่อน เมื่อโจทก์คดีนี้ฟ้องจำเลยที่ 2 ให้รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากการทำละเมิดของนายพิชัย ซึ่งเป็นการฟ้องโดยอาศัยประเด็นที่ต้องวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันกับคดีก่อน และในคดีก่อนได้ถึงที่สุดไปแล้ว ดังนี้ โจทก์และจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นคู่ความในคดีนี้ต้องผูกพันตามคำพิพากษาในคดีก่อนด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 อันต้องห้ามมิให้รื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยที่ 2 อีก เพราะไม่ทำให้ผลคำพิพากษาเปลี่ยนแปลง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาในประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000043.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พณ.38/2565
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2566