ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 81/2566
ศาลจังหวัดพิษณุโลก
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลปกครองพิษณุโลก
ศาลผู้รับความเห็น
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย
โจทก์
บริษัท อ. ที่ 1 กับพวกรวม 8 คน
จำเลย
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2545 มาตรา
พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.2496 มาตรา
คดีนี้โจทก์เป็นรัฐวิสาหกิจจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๔๕ จึงมีฐานะเป็นหน่วยงานทางปกครอง แต่เมื่อคำฟ้องในส่วนที่โจทก์ฟ้องขอบังคับให้จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ และที่ ๖ ซึ่งเป็นเอกชนชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินเป็นเพียงสัญญาที่เอกชนมุ่งผูกพันตนกับหน่วยงานทางปกครองผู้ให้ยืมด้วยใจสมัครบนพื้นฐานแห่งความเสมอภาค สัญญากู้ยืมเงินระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ และที่ ๖ จึงเป็นเพียงสัญญาทางแพ่งของหน่วยงานทางปกครอง คดีในส่วนที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ และที่ ๖ รับผิดตามสัญญากู้ยืมเงิน จึงเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
ส่วนคดีที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ ๗ ร่วมกับจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๖ ซึ่งเป็นเอกชนให้ชำระหนี้ตามสัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียน ในส่วนของจำเลยที่ ๗ โจทก์อ้างว่าได้รับโอนสิทธิเรียกร้องทั้งปวงจากจำเลยที่ ๑ ในการรับเงินตามสัญญาที่จำเลยที่ ๗ ว่าจ้างจำเลยที่ ๑ ให้ก่อสร้างสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ จำเลยที่ ๗ ให้การต่อสู้ว่าจำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาจ้างเป็นเหตุให้จำเลยที่ ๗ สามารถเรียกเบี้ยปรับและปฏิเสธไม่ชำระค่าจ้างให้แก่จำเลยที่ ๑ และการบอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้องไม่ชอบ แม้สัญญาโอนสิทธิเรียกร้องจะเป็นสัญญาทางแพ่งแต่การวินิจฉัยว่าจำเลยที่ ๗ ซึ่งเป็นคู่สัญญากับจำเลยที่ ๑ ต้องชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามสัญญาจ้างก่อสร้างสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ หรือไม่ เพียงใด ต้องพิจารณาสัญญาจ้างก่อสร้างฯ โดยจะเห็นได้ว่าจำเลยที่ ๗ ให้การต่อสู้ว่าจำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาจ้างและต้องเสียเบี้ยปรับ ดังนั้น การวินิจฉัยข้อพิพาทในลักษณะนี้จึงต้องพิจารณาข้อตกลงและการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๗ ในสัญญาจ้างก่อสร้างฯ เมื่อจำเลยที่ ๗ เป็นราชการส่วนท้องถิ่น มีฐานะเป็นหน่วยงานทางปกครอง และสัญญาจ้างก่อสร้างฯ เป็นสัญญาที่มีคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง การที่จำเลยที่ ๗ ตกลงทำสัญญากับจำเลยที่ ๑ โดยมีวัตถุประสงค์ให้จำเลยที่ ๑ ก่อสร้างสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ เป็นสัญญาจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภค จึงเป็นสัญญาทางปกครอง ตามนัยบทนิยาม "สัญญาทางปกครอง" ในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ข้อพิพาทในส่วนนี้ จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๔) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ส่วนจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ แม้เป็นผู้ค้ำประกันแต่ความรับผิดของจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ต่อโจทก์ก็ผูกพันอยู่กับความรับผิดของจำเลยที่ ๑ การจะวินิจฉัยความรับผิดของจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ จึงต้องพิจารณาสัญญาจ้างก่อสร้างสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ เช่นเดียวกัน คดีในส่วนของโจทก์กับจำเลยทั้งเจ็ดตามสัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียน จึงเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
81/2566
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4)