คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5209/2566 ฉบับเต็ม

#699746
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5209/2566 นางสาว ภ. โจทก์ นางสาว ธ. จำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22 จำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ แต่ก่อนถึงกำหนดวันที่ลงในเช็ค จำเลยถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด จำเลยย่อมไม่มีอำนาจในการจัดการทรัพย์สินของตนเองนับแต่วันดังกล่าว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจจัดการและจำหน่ายทรัพย์สินของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22 เมื่อโจทก์นำเช็คไปเรียกเก็บเงิน ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินโดยให้เหตุผลว่า "มีคำสั่งให้ระงับการจ่ายโดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย" แสดงว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ดำเนินการตามอำนาจในการจัดการและเก็บรวบรวมทรัพย์สินของจำเลยเพื่อเข้ากองทรัพย์สินและนำมาชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ ด้วยการมีคำสั่งให้ธนาคารระงับการจ่ายเงินตามเช็คพิพาท การที่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินมิใช่เกิดจากการกระทำของจำเลย จำเลยไม่มีความผิดตามฟ้อง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 นับโทษต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ 5472/2558 ของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า เมื่อประมาณเดือนพฤศจิกายน 2559 จำเลยออกเช็ค ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2562 จำนวนเงิน 3,000,000 บาท เมื่อเช็คถึงกำหนด โจทก์นำไปเรียกเก็บเงินแต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2563 โดยให้เหตุผลว่า "มีคำสั่งให้ระงับการจ่ายโดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย" ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2562 ถึงวันที่ 15 มกราคม 2563 ไม่มีเงินในบัญชีธนาคารของจำเลย ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2561 และพิพากษาให้ล้มละลายเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2562 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า แม้จำเลยออกเช็คล่วงหน้านับแต่วันที่ออกเช็คถึงวันที่ลงในเช็คเป็นระยะเวลาห่างกันถึงสามปีเศษเพื่อชำระหนี้ แต่เมื่อก่อนถึงกำหนดวันที่ลงในเช็ค จำเลยถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด จำเลยย่อมไม่มีอำนาจในการจัดการทรัพย์สินของตนเองนับแต่วันดังกล่าว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจจัดการและจำหน่ายทรัพย์สินของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22 ทั้งตามใบแจ้งรายการบัญชีเงินฝากกระแสรายวันระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2562 ถึงวันที่ 15 มกราคม 2563 จำเลยไม่มีเงินคงเหลือในบัญชี เมื่อโจทก์นำเช็คไปเรียกเก็บเงินและธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินโดยให้เหตุผลว่า "มีคำสั่งให้ระงับการจ่ายโดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย" แสดงว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ดำเนินการตามอำนาจในการจัดการและเก็บรวบรวมทรัพย์สินของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ในคดีล้มละลายเพื่อเข้ากองทรัพย์สินและนำมาชำระหนี้ให้แก่บรรดาเจ้าหนี้ รวมทั้งมีคำสั่งให้ธนาคารระงับการจ่ายเงินตามเช็คพิพาท ดังนั้น การที่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน จึงมิใช่เกิดจากการกระทำของจำเลยแต่อย่างใด จำเลยไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ปิยนุช มนูรังสรรค์-ชนากานต์ ธีรเวชพลกุล-วินิตย์ ศรีภิญโญ) ศาลอาญาพระโขนง - นายจามร โสมานันท์ ศาลอุทธรณ์ - นายชาญศักดิ์ สมประโยชน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2165/2566 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
699746
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญาพระโขนง",
        "judge": "นายจามร โสมานันท์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายชาญศักดิ์ สมประโยชน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081942410"
    }
}
date
2566
deka_no
5209/2566
deka_running_no
5209
deka_year
2566
department
แผนก
judges
[
    "ปิยนุช มนูรังสรรค์",
    "ชนากานต์ ธีรเวชพลกุล",
    "วินิตย์ ศรีภิญโญ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 22"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาว ภ."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาว ธ."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 นับโทษต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ 5472/2558 ของศาลชั้นต้น

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ประทับฟ้อง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า เมื่อประมาณเดือนพฤศจิกายน 2559 จำเลยออกเช็ค ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2562 จำนวนเงิน 3,000,000 บาท เมื่อเช็คถึงกำหนด โจทก์นำไปเรียกเก็บเงินแต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2563 โดยให้เหตุผลว่า "มีคำสั่งให้ระงับการจ่ายโดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย" ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2562 ถึงวันที่ 15 มกราคม 2563 ไม่มีเงินในบัญชีธนาคารของจำเลย ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2561 และพิพากษาให้ล้มละลายเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2562 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า แม้จำเลยออกเช็คล่วงหน้านับแต่วันที่ออกเช็คถึงวันที่ลงในเช็คเป็นระยะเวลาห่างกันถึงสามปีเศษเพื่อชำระหนี้ แต่เมื่อก่อนถึงกำหนดวันที่ลงในเช็ค จำเลยถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด จำเลยย่อมไม่มีอำนาจในการจัดการทรัพย์สินของตนเองนับแต่วันดังกล่าว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจจัดการและจำหน่ายทรัพย์สินของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22 ทั้งตามใบแจ้งรายการบัญชีเงินฝากกระแสรายวันระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2562 ถึงวันที่ 15 มกราคม 2563 จำเลยไม่มีเงินคงเหลือในบัญชี เมื่อโจทก์นำเช็คไปเรียกเก็บเงินและธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินโดยให้เหตุผลว่า "มีคำสั่งให้ระงับการจ่ายโดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย" แสดงว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ดำเนินการตามอำนาจในการจัดการและเก็บรวบรวมทรัพย์สินของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ในคดีล้มละลายเพื่อเข้ากองทรัพย์สินและนำมาชำระหนี้ให้แก่บรรดาเจ้าหนี้ รวมทั้งมีคำสั่งให้ธนาคารระงับการจ่ายเงินตามเช็คพิพาท ดังนั้น การที่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน จึงมิใช่เกิดจากการกระทำของจำเลยแต่อย่างใด จำเลยไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000039.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2165/2566
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2566