ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 29/2565
ศาลปกครองอุดรธานี
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลจังหวัดนครพนม
ศาลผู้รับความเห็น
นาย ว.
ผู้ฟ้องคดี
กระทรวงมหาดไทย ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
ผู้ถูกฟ้องคดี
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
ป.ที่ดิน มาตรา
พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา
คดีที่เอกชน ยื่นฟ้องกระทรวงมหาดไทย ที่ 1 กรมที่ดิน ที่ 2 อธิบดีกรมที่ดิน ที่ 3 ผู้ถูกฟ้องคดี อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีที่ 1 นางสาว ท. ผู้ฟ้องคดีที่ 3 และที่ 4 เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามน.ส. 3 ก. ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 มีคำสั่งเพิกถอน น.ส. 3 ก. ดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าเจ้าของเดิมได้แสดงเจตนายกที่ดินให้แก่ทางราชการแล้ว และที่ดินบางแปลงได้มีการขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุ ปัจจุบันพื้นที่ทั้งหมดได้ใช้ก่อสร้างอนุสรณ์สถานสมเด็จย่าที่ดินจึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนคำสั่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ที่เพิกถอน น.ส. 3 ก. และให้ผู้ฟ้องคดีที่ 1 มีสิทธิครอบครองที่ดินต่อไป กับให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามให้การว่า ที่ดินตาม น.ส. 3 ก. จำนวน 8 แปลง เจ้าของเดิมได้ทำหนังสือแสดงเจตนาอุทิศให้แก่ทางราชการ (กรมตำรวจ) โดยที่ดินดังกล่าวรวมทั้งที่ดินอีก 1 แปลง ได้ขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุแล้ว จึงตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิได้ คำสั่งเพิกถอน น.ส. 3 ก. ทั้ง 9 แปลงจึงชอบด้วยกฎหมาย ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า แม้คดีนี้ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่ซึ่งเป็นเอกชนยื่นฟ้องกระทรวงมหาดไทย ที่ 1 กรมที่ดิน ที่ 2 อธิบดีกรมที่ดิน ที่ 3 ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยมีคำขอให้เพิกถอนคำสั่งเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) พิพาทอันเป็นคำสั่งทางปกครองก็ตาม แต่เหตุแห่งการขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวผู้ฟ้องคดีทั้งสี่อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีที่ 1 นางสาว ท. ผู้ฟ้องคดีที่ 3 และที่ 4 เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามอ้างว่า น.ส. 3 ก. พิพาทออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากออกในที่ราชพัสดุ ซึ่งเป็นที่ดินของรัฐอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จึงมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินของผู้ฟ้องคดีที่ 1 นางสาว ท. ผู้ฟ้องคดีที่ 3 และที่ 4 หรือเป็นที่ดินของรัฐ ซึ่งยังไม่อาจหา ข้อยุติกันได้ ดังนั้น เมื่อพิจารณาความมุ่งหมายของผู้ฟ้องคดีทั้งสี่ในการใช้สิทธิทางศาล ก็เพื่อให้ศาลมี คำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของผู้ฟ้องคดีที่ 1 นางสาว ท. ผู้ฟ้องคดีที่ 3 และที่ 4 กรณี จึงเป็นการโต้แย้งสิทธิในที่ดิน แม้ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่ตั้งรูปเรื่องในการฟ้องคดีโดยมีคำขอให้เพิกถอนคำสั่งเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ก็เป็นเพียงผลของการวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิ ในที่ดินพิพาทว่าเป็นที่ดินของผู้ฟ้องคดีที่ 1 นางสาว ท. ผู้ฟ้องคดีที่ 3 และที่ 4 หรือเป็นของรัฐ ส่วนคำขอให้ผู้ฟ้องคดีที่ 1 เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินต่อไป และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 ชดใช้ค่าเสียหายนั้น ก็ล้วนแต่เป็นเพียงผลต่อเนื่องในการวินิจฉัยเรื่องสิทธิในที่ดินพิพาทเท่านั้น ข้อพิพาทในคดีนี้ จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
29/2565
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน