ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 31/2565
คำพิพากษาศาลฎีกา
คู่กรณี
คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด
คู่กรณี
วิทยาลัย น.
ผู้ร้อง
พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
ป.วิ.พ. มาตรา
ป.วิ.อ. มาตรา
พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546 มาตรา
คดีที่วิทยาลัย น. ผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลวินิจฉัยชี้ขาดกรณีคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ถึงที่สุดระหว่างศาลขัดแย้งกัน ตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. 2542 กรณีผู้ร้องได้รับผลกระทบโดยตรงจากคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อ. 1227/2564 และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3254/2561 ที่พิพากษาขัดแย้งกัน โดยในคดีของศาลยุติธรรม ศาลฎีกาพิพากษาในคดีส่วนแพ่งให้ผู้ร้อง ซึ่งเป็นจำเลยที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ชำระค่าสินไหมทดแทนให้แก่นางสาว ว. โจทก์ร่วมที่ 7 และนางสาว ก. โจทก์ร่วมที่ 73 เป็นเงินจำนวน 924,000 บาท และ 282,000 บาท ตามลำดับ พร้อมดอกเบี้ย ส่วนคดีของศาลปกครอง ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้ผู้ร้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่นางสาว ว. และนางสาว ก. ผู้ฟ้องคดี คนละ 178,768 บาท พร้อมดอกเบี้ย มูลความแห่งคดี สืบเนื่องมาจากการที่ผู้ร้องซึ่งเป็นสถาบันศึกษาเอกชนเปิดสอนหลักสูตรสาขาวิชาพยาบาลศาสตร์โดยไม่ได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษาจากสภาการพยาบาลเป็นเหตุให้นักศึกษาที่เข้าเรียนหลักสูตรดังกล่าวไม่สามารถสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาลได้ ดังนี้ ข้อเท็จจริงในคำพิพากษาที่ถึงที่สุดของศาลยุติธรรมตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3254/2561 ในคดีส่วนแพ่ง กับข้อเท็จจริงในคำพิพากษาที่ถึงที่สุดของศาลปกครองตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อ. 1227/2564 จึงเป็นข้อเท็จจริงเรื่องเดียวกันอันเกิดมาจากมูลความแห่งคดีเดียวกัน ซึ่งศาลฎีกาได้วินิจฉัยในคดีส่วนแพ่งว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ร่วมเช่นเดียวกับ คำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด เพียงแต่ศาลฎีกาและศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยกำหนดค่าสินไหมทดแทนในคดีที่มีข้อเท็จจริงเป็นเรื่องเดียวกันนั้นแตกต่างกัน เป็นเหตุให้คู่ความไม่ได้รับความเป็นธรรม ตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. 2542
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปว่า คณะกรรมการจะวินิจฉัยเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำพิพากษาที่ถึงที่สุดในส่วนการกำหนดค่าสินไหมทดแทน กรณีนางสาว ว. และนางสาว ก. อย่างไร ซึ่งตามมาตรา 14 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. 2542 บัญญัติให้คณะกรรมการพิจารณาโดยคำนึงถึงประโยชน์แห่งความยุติธรรมและความเป็นไปได้
ในการปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล แล้วให้กำหนดแนวทางการปฏิบัติตามคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาลดังกล่าว เห็นว่า คดีนี้ข้อเท็จจริงในคดีส่วนแพ่งตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3254/2561 กับคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อ. 1227/2564 เป็นข้อเท็จจริงเดียวกัน โดยศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่นางสาว ว. โจทก์ร่วมที่ 7 เป็นเงิน 924,000 บาท และให้แก่นางสาว ก. โจทก์ร่วมที่ 73 เป็นเงิน 282,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 15 กรกฎาคม 2554) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยให้นำเงินที่จำเลยที่ 2 นำมาวางต่อศาลชั้นต้นเพื่อชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่โจทก์ร่วมและผู้เสียหายทั้งหลายรับไปแล้วหักออกจากค่าสินไหมทดแทนที่จำเลยทั้งสองต้องรับผิด ซึ่งต่อมา วิทยาลัย น. จำเลยที่ 1 (ผู้ร้อง) ได้เจรจาประนีประนอมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่นางสาว ว. และนางสาว ก. จำนวน 1,200,000 บาท และ 460,000 บาท ตามลำดับ โดยนางสาว ว. และนางสาว ก. ยื่นคำร้องขอสละสิทธิการบังคับคดีกับจำเลยทั้งสองต่อศาลจังหวัดนครราชสีมาแล้ว นางสาว ว. กับนางสาว ก. ไม่ได้ชี้แจงโต้แย้งข้อเท็จจริงในส่วนนี้เป็นอย่างอื่น จึงฟังว่า ผู้ร้องกับพวกได้ชดใช้ความเสียหายจากการกระทำของตนให้แก่นางสาว ว. และนางสาว ก. และปรากฏตามหนังสือสัญญาประนีประนอมยอมความ ค่าสินไหมทดแทน ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2563 กับบันทึกการรับเงินและขอสละสิทธิการบังคับคดีเฉพาะราย ลงวันที่ 17 มีนาคม 2564 ระบุว่านางสาว ก. ไม่ติดใจที่จะเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามคำพิพากษาอื่นใดจากผู้ร้องอีก และนางสาว ว. ได้รับชำระหนี้จนเป็นที่พอใจแล้ว ไม่ประสงค์จะบังคับคดีกับ ผู้ร้องในคดีนี้ต่อไป จึงขอสละสิทธิการบังคับคดี ดังนี้ เมื่อผู้ร้องได้ชดใช้ค่าเสียหายจากการกระทำของตนที่เกิดขึ้นในคราวเดียวกันนั้นให้แก่นางสาว ว. และนางสาว ก. จนพอใจและสละสิทธิในการบังคับคดีดังกล่าวแล้ว เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จึงไม่ให้บังคับตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
31/2565
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
คำพิพากษาหรือคำสั่งที่ถึงที่สุดระหว่างศาลขัดแย้งกัน ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. 2542 มาตรา 14