ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 38/2565
ศาลปกครองเชียงใหม่
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลจังหวัดพะเยา
ศาลผู้รับความเห็น
นาง ช.
ผู้ฟ้องคดี
นายอำเภอเมืองพะเยา ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
ผู้ถูกฟ้องคดี
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา
ป.ที่ดิน มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
คดีนี้ ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชน ยื่นฟ้อง นายอำเภอเมืองพะเยา ที่ 1 นาย จ. ที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดี ระหว่างพิจารณา ศาลปกครองเชียงใหม่มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องในส่วนของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 สรุปข้อเท็จจริงตามคำฟ้องได้ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีสิทธิครอบครองและทำประโยชน์ที่ดินตามหลักฐานใบจอง (น.ส. 2 ก.) โดยรับมรดกมาจากสามี เมื่อยื่นคำขอรังวัดออกโฉนดที่ดินต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดพะเยา ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดเขต 1 (พะเยา) ได้คัดค้านการรังวัด อ้างว่า ที่ดินของผู้ฟ้องคดีบางส่วนรุกล้ำเขตที่ดินตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 ได้คัดค้านการรังวัดการออกโฉนดที่ดิน โดยอ้างว่า ที่ดินเดิมเป็นหนองน้ำสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกันเพื่อเป็นทางลงสู่กว๊านพะเยา เมื่อผู้ฟ้องคดีตรวจสอบพบว่าที่ดินแปลงนี้มิได้นำขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณะตามกฎหมาย และไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 อ้างว่า ได้มีประชาคมหมู่บ้าน เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2560 นั้น เป็นการดำเนินการหลังจากออกใบจองเป็นระยะเวลาหลายสิบปี การกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 เป็นการยึดที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ที่ดินตามหลักฐานใบจองของผู้ฟ้องคดีออกโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยมีผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้ปกครองท้องที่ ตามมาตรา 122 แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช 2457 ลงนามให้การรับรองตั้งแต่ปี 2537 แล้วว่าไม่เป็นที่สาธารณะและผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้จัดทำประกาศเรื่องการจับจองที่ดินปิดประกาศไว้แล้ว ที่ดินแปลงนี้จึงไม่เป็นที่สาธารณประโยชน์ ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้ที่ดินตามหลักฐานใบจอง (น.ส. 2 ก.) อยู่ในความครอบครองของผู้ฟ้องคดีโดยชอบด้วยกฎหมาย และมิใช่ที่สาธารณประโยชน์ และเพิกถอนการคัดค้านการรังวัดออกโฉนดที่ดินของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ให้การโดยสรุปว่า การออกใบจอง (น.ส. 2 ก.) ของผู้ฟ้องคดีเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้มีหนังสือแจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพะเยาดำเนินการเพิกถอนใบจองที่ดินของผู้ฟ้องคดีแล้ว และเนื่องจากเป็นการขอออกโฉนดที่ดินโดยอาศัยใบจองซึ่งออกทับที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จึงเป็นที่ดินที่ห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดิน การคัดค้านการออกโฉนดที่ดินของผู้ฟ้องคดีจึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า แม้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามบทนิยาม "เจ้าหน้าที่ของรัฐ" ในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่ดูแลรักษาและคุ้มครองสาธารณสมบัติของแผ่นดินคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินของผู้ฟ้องคดีเพื่อป้องกันมิให้มีการรังวัดสอบเขตที่ดินรุกล้ำที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน เป็นการกระทำเช่นเดียวกันกับการที่เอกชนโดยทั่วไปซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินข้างเคียงคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินเพื่อป้องกันมิให้มีการรังวัดรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของตน การคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินของผู้ฟ้องคดีที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีนี้จึงไม่มีลักษณะเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมาย กรณีจึงไม่เข้าลักษณะเป็นคดีพิพาทตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 คัดค้านการรังวัดออกโฉนดที่ดินของผู้ฟ้องคดี โดยอ้างว่าที่ดินบริเวณที่ผู้ฟ้องคดีนำรังวัดออกโฉนดที่ดินเดิมเป็นหนองน้ำสาธารณประโยชน์อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน กรณีจึงเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
38/2565
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน