คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1929/2567 ฉบับเต็ม

#702256
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1929/2567 พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ นาย ท. จำเลย ป.อ. มาตรา 22 คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟังวันที่ 4 กันยายน 2556 โดยศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดในวันอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟังโดยระบุในหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดว่า ให้จำคุกตลอดชีวิต นับตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2556 จำเลยต้องขังมาแล้ว 1,151 วัน คิดหักให้ด้วย เป็นการออกหมายจำคุกตามคำพิพากษาโดยชอบแล้ว การที่จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่าจะต้องบังคับโทษตามคำพิพากษาในคดีนี้ ควบหรือซ้อนกับคดีที่ขอให้นับโทษต่อ และขอให้แก้ไขหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดนั้น เป็นการโต้แย้งว่าคดีที่ขอให้นับโทษจำคุกต่อดังกล่าวไม่ต้องนับโทษต่อจากโทษจำคุกในคดีนี้ ซึ่งจำเลยจะต้องไปว่ากล่าวในคดีที่ขอให้นับโทษต่อ หาใช่มายื่นคำร้องในคดีนี้ไม่ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากคดีนี้ศาลฎีกามีคำพิพากษากลับให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสาม, 317 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ฐานร่วมกันพรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี ไปจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร จำคุก 10 ปี ฐานร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาของตนอันมีลักษณะเป็นการโทรมเด็กหญิง จำคุกตลอดชีวิต เมื่อรวมโทษทุกกระทงของจำเลยแล้ว คงให้จำคุกตลอดชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โดยศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดลงวันที่ 4 กันยายน 2556 ให้จำคุกตลอดชีวิตนับแต่วันที่ 4 กันยายน 2556 จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2565 ต่อศาลชั้นต้นว่า จำเลยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษ คดีถึงที่สุดแล้ว ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 774/2550 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 767/2554 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2888/2554 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3013/2554 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3264/2554 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4118/2555 ของศาลชั้นต้น จำเลยมีความประสงค์ขอทราบว่า จำเลยถูกบังคับโทษตามคำพิพากษาคดีใดเป็นคดีแรกและคดีใดเป็นคดีถัดไป ทั้งนี้จำเลยต้องโทษจำคุกมาตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2554 และต้องขังมาแล้ว 1,151 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ได้ตรวจสำนวนประกอบคำร้องแล้วคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 774/2550 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2550 ให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับ ต่อมาศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นตามหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุด ลงวันที่ 4 กันยายน 2556 การนับโทษจำคุกจึงต้องเริ่มนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2550 เป็นคดีแรก คือ คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 774/2550 แล้วให้นับโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 767/2554, 2888/2554, 3013/2554, 3264/2554 และ 4118/2555 ของศาลชั้นต้นตามลำดับ และศาลชั้นต้นมีหนังสือลงวันที่ 17 สิงหาคม 2565 แจ้งลำดับการบังคับโทษจำคุกตามคำพิพากษาให้จำเลยทราบแล้ว ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 ต่อศาลชั้นต้นว่า การนับโทษ (ลำดับการบังคับโทษตามคำพิพากษา) ของศาลชั้นต้นไม่ถูกต้อง จะต้องบังคับโทษตามคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 774/2550 ควบกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 767/2554, 2888/2554, 3013/2554, 3264/2554 และ 4118 /2555 ของศาลชั้นต้น และขอให้ศาลชั้นต้นแก้ไขหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุด ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า ศาลชั้นต้นได้ระบุชัดว่าให้นับโทษต่อในคำพิพากษา (ลำดับการบังคับโทษตามคำพิพากษา) และคำร้องของจำเลยฉบับลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2565 กรณีไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า คดีนี้ (คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 774/2550 ของศาลชั้นต้น) ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยจำคุกตลอดชีวิต ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟังวันที่ 11 เมษายน 2550 ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ให้จำเลยฟังวันที่ 8 กันยายน 2552 และศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ให้โจทก์ฟังวันที่ 16 ตุลาคม 2552 ต่อมาศาลฎีกาพิพากษากลับให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟังวันที่ 4 กันยายน 2556 และออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดโดยระบุในหมายว่า ให้จำคุกจำเลยตลอดชีวิตนับตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2556 จำเลยต้องขังมาแล้ว 1,151 วัน คิดหักให้ด้วย หลังจากศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษา ยกฟ้องโจทก์คดีนี้ จำเลยถูกศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1729/2553, 767/2554, 2888/2554, 3013/2554, 3264/2554 และ 4118/2555 ปรากฏตามหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1729/2553 ของศาลชั้นต้นว่า จำเลยต้องโทษจำคุก 13 เดือน 10 วัน คดีถึงที่สุดวันที่ 6 ตุลาคม 2554 หมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 767/2554 ของศาลชั้นต้นว่า จำเลยต้องโทษจำคุก 1 ปี 4 เดือน นับโทษจำคุกต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 774/2550 และ 1729/2553 ของศาลชั้นต้น คดีถึงที่สุดวันที่ 19 พฤษภาคม 2555 หมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2888/2554 ของศาลชั้นต้นว่า จำเลยต้องโทษจำคุก 6 เดือน นับโทษจำคุกต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1729/2553 และ 767/2554 ของศาลชั้นต้น คดีถึงที่สุดวันที่ 27 ตุลาคม 2554 หมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3013/2554 ของศาลชั้นต้นว่า จำเลยต้องโทษจำคุก 4 เดือน นับโทษจำคุกต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 861/2550, 1729/2553, 767/2554 และ 2888/2554 ของศาลชั้นต้น คดีถึงที่สุดวันที่ 6 พฤศจิกายน 2554 ส่วนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3264/2554 และ 4118/2555 ของศาลชั้นต้น ปรากฏตามหนังสือศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 17 สิงหาคม 2565 ที่แจ้งคำสั่งศาลชั้นต้นให้จำเลยทราบ และคำร้องของจำเลยฉบับลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 ว่า คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3264/2554 ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก 3 ปี และปรับ 200,000 บาท นับโทษจำคุกต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1729/2553, 767/2554 และ 2888/2554 ของศาลชั้นต้น คดีถึงที่สุดในวันที่ 9 ธันวาคม 2554 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4118/2555 ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก 3 ปี และปรับ 200,000 บาท นับโทษจำคุกต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1729/2553, 767/2554, 2888/2554, 3013/2554 และ 3264/2554 ของศาลชั้นต้น คดีถึงที่สุดในวันที่ 9 ธันวาคม 2555 สำหรับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1729/2553 ของศาลชั้นต้น จำเลยพ้นโทษแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ชอบหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ (คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 774/2550 ของศาลชั้นต้น) ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟังวันที่ 4 กันยายน 2556 โดยศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดในวันอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟังโดยระบุในหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดว่า ให้จำคุกตลอดชีวิต นับตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2556 จำเลยต้องขังมาแล้ว 1,151 วัน คิดหักให้ด้วย เป็นการออกหมายจำคุกตามคำพิพากษาโดยชอบแล้ว การที่จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า จะต้องบังคับโทษตามคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 774/2550 ควบหรือซ้อนกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 767/2554, 2888/2554, 3013/2554, 3264/2554 และ 4118/2555 และขอให้แก้ไขตามหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดนั้น เป็นการโต้แย้งว่าคดีที่ขอให้นับโทษจำคุกดังกล่าวไม่ต้องนับโทษต่อจากโทษจำคุกในคดีนี้ ซึ่งจำเลยจะต้องไปว่ากล่าวในคดีที่ขอให้นับโทษต่อ หาใช่มายื่นคำร้องในคดีนี้ไม่ การที่จำเลยยื่นคำร้องมาในคดีนี้จึงไม่ถูกต้อง ที่ศาลชั้นต้นยกคำร้อง และศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืนนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ประชา งามลำยวง-วรวิทย์ ฤทธิทิศ-ชัยฤทธิ์ เทวะผลิน) ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายเชาวน์วัฒน์ อินทรชิต ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นางนันทิกา จิวัธยากูล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.280/2567 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
702256
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนครสวรรค์",
        "judge": "นายเชาวน์วัฒน์ อินทรชิต"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นางนันทิกา จิวัธยากูล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081940886"
    }
}
date
2567
deka_no
1929/2567
deka_running_no
1929
deka_year
2567
department
แผนก
judges
[
    "ประชา งามลำยวง",
    "วรวิทย์ ฤทธิทิศ",
    "ชัยฤทธิ์ เทวะผลิน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 22"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ท."
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากคดีนี้ศาลฎีกามีคำพิพากษากลับให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสาม, 317 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ฐานร่วมกันพรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี ไปจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร จำคุก 10 ปี ฐานร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาของตนอันมีลักษณะเป็นการโทรมเด็กหญิง จำคุกตลอดชีวิต เมื่อรวมโทษทุกกระทงของจำเลยแล้ว คงให้จำคุกตลอดชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โดยศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดลงวันที่ 4 กันยายน 2556 ให้จำคุกตลอดชีวิตนับแต่วันที่ 4 กันยายน 2556

จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2565 ต่อศาลชั้นต้นว่า จำเลยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษ คดีถึงที่สุดแล้ว ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 774/2550 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 767/2554 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2888/2554 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3013/2554 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3264/2554 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4118/2555 ของศาลชั้นต้น จำเลยมีความประสงค์ขอทราบว่า จำเลยถูกบังคับโทษตามคำพิพากษาคดีใดเป็นคดีแรกและคดีใดเป็นคดีถัดไป ทั้งนี้จำเลยต้องโทษจำคุกมาตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2554 และต้องขังมาแล้ว 1,151 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ได้ตรวจสำนวนประกอบคำร้องแล้วคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 774/2550 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2550 ให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับ ต่อมาศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นตามหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุด ลงวันที่ 4 กันยายน 2556 การนับโทษจำคุกจึงต้องเริ่มนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2550 เป็นคดีแรก คือ คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 774/2550 แล้วให้นับโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 767/2554, 2888/2554, 3013/2554, 3264/2554 และ 4118/2555 ของศาลชั้นต้นตามลำดับ และศาลชั้นต้นมีหนังสือลงวันที่ 17 สิงหาคม 2565 แจ้งลำดับการบังคับโทษจำคุกตามคำพิพากษาให้จำเลยทราบแล้ว

ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 ต่อศาลชั้นต้นว่า การนับโทษ (ลำดับการบังคับโทษตามคำพิพากษา) ของศาลชั้นต้นไม่ถูกต้อง จะต้องบังคับโทษตามคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 774/2550 ควบกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 767/2554, 2888/2554, 3013/2554, 3264/2554 และ 4118 /2555 ของศาลชั้นต้น และขอให้ศาลชั้นต้นแก้ไขหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุด ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า ศาลชั้นต้นได้ระบุชัดว่าให้นับโทษต่อในคำพิพากษา (ลำดับการบังคับโทษตามคำพิพากษา) และคำร้องของจำเลยฉบับลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2565 กรณีไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า คดีนี้ (คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 774/2550 ของศาลชั้นต้น) ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยจำคุกตลอดชีวิต ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟังวันที่ 11 เมษายน 2550 ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ให้จำเลยฟังวันที่ 8 กันยายน 2552 และศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ให้โจทก์ฟังวันที่ 16 ตุลาคม 2552 ต่อมาศาลฎีกาพิพากษากลับให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟังวันที่ 4 กันยายน 2556 และออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดโดยระบุในหมายว่า ให้จำคุกจำเลยตลอดชีวิตนับตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2556 จำเลยต้องขังมาแล้ว 1,151 วัน คิดหักให้ด้วย หลังจากศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษา ยกฟ้องโจทก์คดีนี้ จำเลยถูกศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1729/2553, 767/2554, 2888/2554, 3013/2554, 3264/2554 และ 4118/2555 ปรากฏตามหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1729/2553 ของศาลชั้นต้นว่า จำเลยต้องโทษจำคุก 13 เดือน 10 วัน คดีถึงที่สุดวันที่ 6 ตุลาคม 2554 หมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 767/2554 ของศาลชั้นต้นว่า จำเลยต้องโทษจำคุก 1 ปี 4 เดือน นับโทษจำคุกต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 774/2550 และ 1729/2553 ของศาลชั้นต้น คดีถึงที่สุดวันที่ 19 พฤษภาคม 2555 หมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2888/2554 ของศาลชั้นต้นว่า จำเลยต้องโทษจำคุก 6 เดือน นับโทษจำคุกต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1729/2553 และ 767/2554 ของศาลชั้นต้น คดีถึงที่สุดวันที่ 27 ตุลาคม 2554 หมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3013/2554 ของศาลชั้นต้นว่า จำเลยต้องโทษจำคุก 4 เดือน นับโทษจำคุกต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 861/2550, 1729/2553, 767/2554 และ 2888/2554 ของศาลชั้นต้น คดีถึงที่สุดวันที่ 6 พฤศจิกายน 2554 ส่วนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3264/2554 และ 4118/2555 ของศาลชั้นต้น ปรากฏตามหนังสือศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 17 สิงหาคม 2565 ที่แจ้งคำสั่งศาลชั้นต้นให้จำเลยทราบ และคำร้องของจำเลยฉบับลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 ว่า คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3264/2554 ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก 3 ปี และปรับ 200,000 บาท นับโทษจำคุกต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1729/2553, 767/2554 และ 2888/2554 ของศาลชั้นต้น คดีถึงที่สุดในวันที่ 9 ธันวาคม 2554 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4118/2555 ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก 3 ปี และปรับ 200,000 บาท นับโทษจำคุกต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1729/2553, 767/2554, 2888/2554, 3013/2554 และ 3264/2554 ของศาลชั้นต้น คดีถึงที่สุดในวันที่ 9 ธันวาคม 2555 สำหรับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1729/2553 ของศาลชั้นต้น จำเลยพ้นโทษแล้ว

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ชอบหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ (คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 774/2550 ของศาลชั้นต้น) ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟังวันที่ 4 กันยายน 2556 โดยศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดในวันอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟังโดยระบุในหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดว่า ให้จำคุกตลอดชีวิต นับตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2556 จำเลยต้องขังมาแล้ว 1,151 วัน คิดหักให้ด้วย เป็นการออกหมายจำคุกตามคำพิพากษาโดยชอบแล้ว การที่จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า จะต้องบังคับโทษตามคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 774/2550 ควบหรือซ้อนกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 767/2554, 2888/2554, 3013/2554, 3264/2554 และ 4118/2555 และขอให้แก้ไขตามหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดนั้น เป็นการโต้แย้งว่าคดีที่ขอให้นับโทษจำคุกดังกล่าวไม่ต้องนับโทษต่อจากโทษจำคุกในคดีนี้ ซึ่งจำเลยจะต้องไปว่ากล่าวในคดีที่ขอให้นับโทษต่อ หาใช่มายื่นคำร้องในคดีนี้ไม่ การที่จำเลยยื่นคำร้องมาในคดีนี้จึงไม่ถูกต้อง ที่ศาลชั้นต้นยกคำร้อง และศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืนนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000027.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.280/2567
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2567