คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 31/2567 ฉบับเต็ม

#703977
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 31/2567 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ นาย อ. จำเลย ป.อ. มาตรา 3 ป.ยาเสพติด มาตรา 90, มาตรา 145 วรรคสาม (2) ปริมาณยาเสพติดที่มากขึ้นเป็นข้อบ่งชี้ถึงพฤติการณ์และบทบาทหน้าที่ในการกระทำความผิดอยู่ในตัว จึงนำมาพิจารณากำหนดโทษตาม ป.ยาเสพติด มาตรา 145 ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 91, 97, 100/1, 102 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 22, 43, 43 ทวิ, 152, 157, 157/1 พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 6, 60, 64 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 17, 72 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 91, 264, 265, 268, 300, 390 เพิ่มโทษจำเลยกึ่งหนึ่งตามกฎหมาย ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 57, 66 วรรคสาม, 91 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (2) (4), 43 ทวิ วรรคหนึ่ง, 157, 157/1 วรรคสาม วรรคสี่ (ที่ถูก มาตรา 22 วรรคหนึ่ง (2), 152 ด้วย ไม่ปรับบทมาตรา 43 (2)) พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 6 (3) วรรคสอง (ที่ถูก มาตรา 6 (3)), 60, 64 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 17, 72 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265, 300, 390 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน ฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัสและเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กาย (ที่ถูก ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน ฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ฐานขับขี่ไม่ปฏิบัติตามสัญญาณจราจร ฐานขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน ฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส และฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ) เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 157/1 วรรคสี่ ประกอบพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 91 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 2 ปี ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ให้ประหารชีวิต ฐานขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถ ปรับ 1,000 บาท ฐานใช้รถที่ยังมิได้เสียภาษีประจำปี ปรับ 1,000 บาท ฐานปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม จำเลยเป็นผู้ปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอมนั้นเอง ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมแต่กระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดเพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 (ที่ถูก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง) จำคุก 1 ปี ฐานเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีออกนอกเขตควบคุมตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ จำคุก 4 เดือน เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ฐานใช้เอกสารราชการปลอม เป็นจำคุก 1 ปี 4 เดือน ฐานเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีออกนอกเขตควบคุมตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ เป็นจำคุก 6 เดือน เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 97 ฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส เป็นจำคุก 3 ปี ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายวางโทษประหารชีวิตแล้ว จึงไม่อาจเพิ่มโทษได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 51 จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) ฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ฐานขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถ คงปรับ 500 บาท ฐานใช้รถที่ยังมิได้เสียภาษีประจำปี คงปรับ 500 บาท ฐานใช้เอกสารราชการปลอม คงจำคุก 8 เดือน ฐานเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีออกนอกเขตควบคุมตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ คงจำคุก 3 เดือน ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอบเพื่อจำหน่าย คงจำคุกตลอดชีวิต รวมทุกกระทงแล้ว คงจำคุกตลอดชีวิต และปรับ 1,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง โจทก์และจำเลยไม่อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 16 ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ฐานเสพเมทแอมเฟตามีนและฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 90, 104, 145 วรรคสาม (2), 162 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 ทวิ วรรคหนึ่ง, 157/1 วรรคสี่ เพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส เป็นจำคุก 2 ปี 8 เดือน ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ เมื่อวางโทษประหารชีวิตแล้ว จึงไม่อาจเพิ่มโทษได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 51 ลดโทษกระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) ฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ คงจำคุกตลอดชีวิต เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว เป็นจำคุกตลอดชีวิต และปรับ 1,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกาในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยได้รับอนุญาตฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ปรับบทกำหนดโทษจำเลยฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 90, 145 วรรคสาม (2) ชอบหรือไม่ และสมควรลงโทษจำเลยสถานเบาหรือไม่ เห็นว่า แม้ความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามประมวลกฎหมายยาเสพติดที่ออกใช้บังคับใหม่ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์อันมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 145 ซึ่งในแต่ละวรรคได้กำหนดโทษหนักเบาตามพฤติการณ์ในการกระทำความผิดและบทบาทหน้าที่ในการกระทำความผิดเป็นสำคัญ แต่ปริมาณยาเสพติดที่มากขึ้นก็เป็นข้อบ่งชี้ถึงพฤติการณ์ในการกระทำความผิดและบทบาทหน้าที่อยู่ในตัวด้วย เมื่อคดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนถึง 300,000 เม็ดหรือหน่วยการใช้ น้ำหนักสุทธิ 26,516.529 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 5,274.257 กรัม หากมีการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนย่อมส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ที่ศาลอุทธรณ์ปรับบทลงโทษจำเลยตามมาตรา 145 วรรคสาม (2) มีระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงห้าล้านบาท หรือประหารชีวิต มานั้นชอบแล้ว แต่ที่ศาลอุทธรณ์วางโทษจำเลยประหารชีวิต และลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกตลอดชีวิตนั้น หนักเกินไป เห็นสมควรแก้ไขให้เหมาะสม ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ จำคุกตลอดชีวิต และปรับ 5,000,000 บาท เมื่อวางโทษจำคุกตลอดชีวิตแล้วไม่อาจเพิ่มโทษจำคุกได้อีก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 51 เพิ่มโทษเฉพาะโทษปรับหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นปรับ 6,666,666.66 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุก 25 ปี และปรับ 3,333,333.33 บาท เมื่อรวมกับโทษในความผิดฐานอื่นตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว เป็นจำคุก 26 ปี 15 เดือน และปรับ 3,334,333.33 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (สมเกียรติ ตั้งสกุล-พงษ์ธร จันทร์อุดม-วิทยา พรหมประสิทธิ์) - - แหล่งที่มา หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2163/2566 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
703977
courts
[
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    },
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081942403"
    }
}
date
2567
deka_no
31/2567
deka_running_no
31
deka_year
2567
department
แผนก
judges
[
    "สมเกียรติ ตั้งสกุล",
    "พงษ์ธร จันทร์อุดม",
    "วิทยา พรหมประสิทธิ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 3"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ป.ยาเสพติด",
        "law_abbr": "ป.ยาเสพติด",
        "sections": [
            "ม. 90",
            "ม. 145 วรรคสาม (2)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย อ."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 91, 97, 100/1, 102 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 22, 43, 43 ทวิ, 152, 157, 157/1 พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 6, 60, 64 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 17, 72 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 91, 264, 265, 268, 300, 390 เพิ่มโทษจำเลยกึ่งหนึ่งตามกฎหมาย ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 57, 66 วรรคสาม, 91 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (2) (4), 43 ทวิ วรรคหนึ่ง, 157, 157/1 วรรคสาม วรรคสี่ (ที่ถูก มาตรา 22 วรรคหนึ่ง (2), 152 ด้วย ไม่ปรับบทมาตรา 43 (2)) พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 6 (3) วรรคสอง (ที่ถูก มาตรา 6 (3)), 60, 64 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 17, 72 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265, 300, 390 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน ฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัสและเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กาย (ที่ถูก ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน ฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ฐานขับขี่ไม่ปฏิบัติตามสัญญาณจราจร ฐานขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน ฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส และฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ) เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 157/1 วรรคสี่ ประกอบพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 91 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 2 ปี ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ให้ประหารชีวิต ฐานขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถ ปรับ 1,000 บาท ฐานใช้รถที่ยังมิได้เสียภาษีประจำปี ปรับ 1,000 บาท ฐานปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม จำเลยเป็นผู้ปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอมนั้นเอง ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมแต่กระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดเพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 (ที่ถูก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง) จำคุก 1 ปี ฐานเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีออกนอกเขตควบคุมตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ จำคุก 4 เดือน เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ฐานใช้เอกสารราชการปลอม เป็นจำคุก 1 ปี 4 เดือน ฐานเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีออกนอกเขตควบคุมตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ เป็นจำคุก 6 เดือน เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 97 ฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส เป็นจำคุก 3 ปี ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายวางโทษประหารชีวิตแล้ว จึงไม่อาจเพิ่มโทษได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 51 จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) ฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ฐานขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถ คงปรับ 500 บาท ฐานใช้รถที่ยังมิได้เสียภาษีประจำปี คงปรับ 500 บาท ฐานใช้เอกสารราชการปลอม คงจำคุก 8 เดือน ฐานเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีออกนอกเขตควบคุมตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ คงจำคุก 3 เดือน ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอบเพื่อจำหน่าย คงจำคุกตลอดชีวิต รวมทุกกระทงแล้ว คงจำคุกตลอดชีวิต และปรับ 1,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง

โจทก์และจำเลยไม่อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 16

ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ฐานเสพเมทแอมเฟตามีนและฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 90, 104, 145 วรรคสาม (2), 162 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 ทวิ วรรคหนึ่ง, 157/1 วรรคสี่ เพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส เป็นจำคุก 2 ปี 8 เดือน ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ เมื่อวางโทษประหารชีวิตแล้ว จึงไม่อาจเพิ่มโทษได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 51 ลดโทษกระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) ฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ คงจำคุกตลอดชีวิต เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว เป็นจำคุกตลอดชีวิต และปรับ 1,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกาในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยได้รับอนุญาตฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ปรับบทกำหนดโทษจำเลยฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 90, 145 วรรคสาม (2) ชอบหรือไม่ และสมควรลงโทษจำเลยสถานเบาหรือไม่ เห็นว่า แม้ความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามประมวลกฎหมายยาเสพติดที่ออกใช้บังคับใหม่ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์อันมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 145 ซึ่งในแต่ละวรรคได้กำหนดโทษหนักเบาตามพฤติการณ์ในการกระทำความผิดและบทบาทหน้าที่ในการกระทำความผิดเป็นสำคัญ แต่ปริมาณยาเสพติดที่มากขึ้นก็เป็นข้อบ่งชี้ถึงพฤติการณ์ในการกระทำความผิดและบทบาทหน้าที่อยู่ในตัวด้วย เมื่อคดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนถึง 300,000 เม็ดหรือหน่วยการใช้ น้ำหนักสุทธิ 26,516.529 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 5,274.257 กรัม หากมีการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนย่อมส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ที่ศาลอุทธรณ์ปรับบทลงโทษจำเลยตามมาตรา 145 วรรคสาม (2) มีระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงห้าล้านบาท หรือประหารชีวิต มานั้นชอบแล้ว แต่ที่ศาลอุทธรณ์วางโทษจำเลยประหารชีวิต และลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกตลอดชีวิตนั้น หนักเกินไป เห็นสมควรแก้ไขให้เหมาะสม ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน

พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ จำคุกตลอดชีวิต และปรับ 5,000,000 บาท เมื่อวางโทษจำคุกตลอดชีวิตแล้วไม่อาจเพิ่มโทษจำคุกได้อีก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 51 เพิ่มโทษเฉพาะโทษปรับหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นปรับ 6,666,666.66 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุก 25 ปี และปรับ 3,333,333.33 บาท เมื่อรวมกับโทษในความผิดฐานอื่นตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว เป็นจำคุก 26 ปี 15 เดือน และปรับ 3,334,333.33 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000039.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2163/2566
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2567