คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 73/2567 ฉบับเต็ม

#703981
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 73/2567 พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี โจทก์ นาย ณ. จำเลย ป.อ. มาตรา 3 ป.ยาเสพติด มาตรา 90, มาตรา 145 วรรคสาม (2) พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), มาตรา 66 วรรคสาม เมทแอมเฟตามีนของกลางมีจำนวนและปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์จำนวนมากประกอบพฤติกรรมที่จำเลยอยู่ในเครือข่ายยาเสพติด ทำหน้าที่รับเมทแอมเฟตามีนแต่ละครั้งจำนวนมากและจัดการจำหน่ายให้แก่ผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่เกิดเหตุและพื้นที่ใกล้เคียง เป็นพฤติการณ์ที่มีผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง เป็นการกระทำที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปตาม ป.ยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสาม (2) ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 100/1, 102 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 4, 6, 7, 55, 72, 78 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91 ริบเมทแอมเฟตามีน อาวุธปืน ซองกระสุนปืน เครื่องชั่งดิจิทัล ถุงแบ่งบรรจุยาเสพติด และโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 55, 72 วรรคหนึ่ง, 78 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ให้ประหารชีวิต ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง จำคุก 6 ปี ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) กระทงละกึ่งหนึ่ง ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย คงจำคุกตลอดชีวิต ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง คงจำคุก 3 ปี ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต คงจำคุก 6 เดือน เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุกตลอดชีวิต ริบเมทแอมเฟตามีน อาวุธปืน ซองกระสุนปืน เครื่องชั่งดิจิทัล ถุงแบ่งบรรจุยาเสพติด และโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 90, 145 วรรคสาม (2) นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกาในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยมีความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสาม (2) ตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า เมทแอมเฟตามีนของกลางชนิดเม็ด มีจำนวน 1,164 เม็ด และชนิดเกล็ดสีขาว 14 ถุง รวมทั้งสองชนิดคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 6,277.321 กรัม และตามบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยได้ความว่า จำเลยได้รับการชักชวนจากนายธวัชชัย ให้เข้าร่วมเครือข่ายยาเสพติดโดยให้จำเลยทำหน้าที่เก็บรักษายาเสพติดและนำยาเสพติดไปส่งแก่ลูกค้าต่อไป จำเลยเคยรับยาเสพติดจากนายธวัชชัยมาแล้ว 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 เป็นเมทแอมเฟตามีน 600,000 เม็ด ครั้งที่ 2 เป็นเมทแอมเฟตามีนชนิดเม็ด 200,000 เม็ด และชนิดเกล็ดสีขาว 3 กิโลกรัม ครั้งที่ 3 เป็นเมทแอมเฟตามีนชนิดเม็ด 100,000 เม็ด และชนิดเกล็ดสีขาว 5 กิโลกรัม กับทั้งได้ความตามบันทึกจับกุมว่า เจ้าพนักงานตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่าจำเลยลักลอบจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนทั้งชนิดเม็ดและชนิดเกล็ดสีขาวให้แก่ผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่อำเภอพุนพินและพื้นที่ใกล้เคียง ดังนั้น เมื่อพิจารณาถึงจำนวนและปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ของเมทแอมเฟตามีนของกลางในคดีนี้ที่มีจำนวนมาก ประกอบกับพฤติกรรมที่จำเลยอยู่ในเครือข่ายยาเสพติด ทำหน้าที่รับยาเสพติดเป็นเมทแอมเฟตามีนจำนวนมากถึงครั้งละหลายแสนเม็ดและชนิดเกล็ดสีขาวครั้งละหลายกิโลกรัมมาเก็บรักษาไว้หลายครั้งแล้ว ทั้งยังเป็นผู้ทำหน้าที่จัดการจำหน่ายส่งให้แก่ผู้ค้ารายย่อยในเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่อำเภอพุนพินและพื้นที่ใกล้เคียงรวมทั้งในคดีนี้ด้วย เช่นนี้ตามพฤติการณ์การกระทำความผิดของจำเลยมีผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง ย่อมทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสาม (2) ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (อดิศักดิ์ ปัตรวลี-สุวิทย์ พรพานิช-สุจินต์ เชี่ยวชาญศิลป์) - - แหล่งที่มา หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2380/2566 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
703981
courts
[
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    },
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081942397"
    }
}
date
2567
deka_no
73/2567
deka_running_no
73
deka_year
2567
department
แผนก
judges
[
    "อดิศักดิ์ ปัตรวลี",
    "สุวิทย์ พรพานิช",
    "สุจินต์ เชี่ยวชาญศิลป์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 3"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ป.ยาเสพติด",
        "law_abbr": "ป.ยาเสพติด",
        "sections": [
            "ม. 90",
            "ม. 145 วรรคสาม (2)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 15 วรรคสาม (2)",
            "ม. 66 วรรคสาม"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ณ."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 100/1, 102 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 4, 6, 7, 55, 72, 78 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91 ริบเมทแอมเฟตามีน อาวุธปืน ซองกระสุนปืน เครื่องชั่งดิจิทัล ถุงแบ่งบรรจุยาเสพติด และโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 55, 72 วรรคหนึ่ง, 78 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ให้ประหารชีวิต ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง จำคุก 6 ปี ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) กระทงละกึ่งหนึ่ง ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย คงจำคุกตลอดชีวิต ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง คงจำคุก 3 ปี ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต คงจำคุก 6 เดือน เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุกตลอดชีวิต ริบเมทแอมเฟตามีน อาวุธปืน ซองกระสุนปืน เครื่องชั่งดิจิทัล ถุงแบ่งบรรจุยาเสพติด และโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 90, 145 วรรคสาม (2) นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกาในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยมีความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสาม (2) ตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า เมทแอมเฟตามีนของกลางชนิดเม็ด มีจำนวน 1,164 เม็ด และชนิดเกล็ดสีขาว 14 ถุง รวมทั้งสองชนิดคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 6,277.321 กรัม และตามบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยได้ความว่า จำเลยได้รับการชักชวนจากนายธวัชชัย ให้เข้าร่วมเครือข่ายยาเสพติดโดยให้จำเลยทำหน้าที่เก็บรักษายาเสพติดและนำยาเสพติดไปส่งแก่ลูกค้าต่อไป จำเลยเคยรับยาเสพติดจากนายธวัชชัยมาแล้ว 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 เป็นเมทแอมเฟตามีน 600,000 เม็ด ครั้งที่ 2 เป็นเมทแอมเฟตามีนชนิดเม็ด 200,000 เม็ด และชนิดเกล็ดสีขาว 3 กิโลกรัม ครั้งที่ 3 เป็นเมทแอมเฟตามีนชนิดเม็ด 100,000 เม็ด และชนิดเกล็ดสีขาว 5 กิโลกรัม กับทั้งได้ความตามบันทึกจับกุมว่า เจ้าพนักงานตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่าจำเลยลักลอบจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนทั้งชนิดเม็ดและชนิดเกล็ดสีขาวให้แก่ผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่อำเภอพุนพินและพื้นที่ใกล้เคียง ดังนั้น เมื่อพิจารณาถึงจำนวนและปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ของเมทแอมเฟตามีนของกลางในคดีนี้ที่มีจำนวนมาก ประกอบกับพฤติกรรมที่จำเลยอยู่ในเครือข่ายยาเสพติด ทำหน้าที่รับยาเสพติดเป็นเมทแอมเฟตามีนจำนวนมากถึงครั้งละหลายแสนเม็ดและชนิดเกล็ดสีขาวครั้งละหลายกิโลกรัมมาเก็บรักษาไว้หลายครั้งแล้ว ทั้งยังเป็นผู้ทำหน้าที่จัดการจำหน่ายส่งให้แก่ผู้ค้ารายย่อยในเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่อำเภอพุนพินและพื้นที่ใกล้เคียงรวมทั้งในคดีนี้ด้วย เช่นนี้ตามพฤติการณ์การกระทำความผิดของจำเลยมีผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง ย่อมทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสาม (2) ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000039.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2380/2566
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2567