ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 18/2567
ศาลแพ่ง
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลปกครองกลาง
ศาลผู้รับความเห็น
กิจการค้าร่วม ด. ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
โจทก์
บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ที่ 1 กับพวกรวม 5 คน
จำเลย
พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
คดีนี้ แม้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จำเลยที่ 1 เป็นรัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม พ.ศ. 2534 มาตรา 5 มีฐานะเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่เมื่อพิจารณาสัญญาจ้างโครงการพัฒนาและติดตั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการค้ำประกันสินเชื่อ (Core Guarantee System : CGS) ระหว่างกิจการค้าร่วม ดีจีไอ โจทก์ที่ 1 กับจำเลยที่ 1 เป็นเพียงสัญญาว่าจ้างโจทก์ที่ 1 ให้พัฒนาและติดตั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการค้ำประกันสินเชื่อ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของจำเลยที่ 1 ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเท่านั้น โดยจำเลยที่ 1 ตกลงจ่ายเงินค่าจ้างตามงวดงานที่ตกลงในสัญญา สัญญาดังกล่าวไม่ได้มีวัตถุแห่งสัญญา เป็นการให้โจทก์ที่ 1 เข้าร่วมจัดทำบริการสาธารณะโดยตรง ทั้งมิได้มีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทาน สัญญา จัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภคหรือแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ตามบทนิยาม "สัญญาทางปกครอง" ในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 สัญญาจ้างโครงการพัฒนาและติดตั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการค้ำประกันสินเชื่อ (Core Guarantee System : CGS) ระหว่างโจทก์ที่ 1 กับจำเลยที่ 1 จึงเป็นสัญญาทางแพ่งของหน่วยงานทางปกครอง ข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาจ้างระหว่างโจทก์ที่ 1 กับจำเลยที่ 1 จึงมิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ที่จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง แต่เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางแพ่งที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ส่วนประเด็นที่โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าจำเลยที่ 1 กระทำละเมิดโดยการเสนอชื่อให้โจทก์ทั้งสองรวมถึงกรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์ทั้งสองเป็นผู้ทิ้งงานต่อคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง โดยมีคำขอให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย และให้จำเลยที่ 1 มีหนังสือแจ้งขอถอนชื่อโจทก์ทั้งสองออกจากการเป็นผู้ทิ้งงานต่อคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ และยุติการกระทำใด ๆ ที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองนั้น ไม่ใช่การใช้อำนาจตามกฎหมาย จึงไม่ใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ดังนั้น คำฟ้องในส่วนการกระทำละเมิด จึงไม่ใช่คดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองเช่นกัน แต่เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
18/2567
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) และ (3)