ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 13/2567
ศาลจังหวัดสกลนคร
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลปกครองอุดรธานี
ศาลผู้รับความเห็น
นาย ช. ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
โจทก์
กรมทางหลวง
จำเลย
พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ.2535 มาตรา
พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 มาตรา
กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2558 มาตรา
คดีนี้ กรมทางหลวง จำเลย เป็นส่วนราชการ มีฐานะเป็นกรมในสังกัดกระทรวงคมนาคมตามมาตรา 21 (6) แห่งพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 จึงเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 และโดยที่กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2558 ข้อ 2 กำหนดให้กรมทางหลวง มีภารกิจเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง การก่อสร้างและบำรุงรักษาทางหลวงให้มีโครงข่ายทางหลวงที่สมบูรณ์ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศและเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการเดินทาง จึงเป็นกรณีที่มีกฎหมายกำหนดหน้าที่ของจำเลย ประกอบกับพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 4 ก็ได้นิยามคำว่า ทางหลวง หมายความว่า ทางหรือถนนซึ่งจัดไว้เพื่อประโยชน์ในการจราจรสาธารณะทางบก... และหมายความรวมถึง...ป้ายจราจร เครื่องหมายจราจร เครื่องหมายสัญญาณ เครื่องสัญญาณไฟฟ้า เครื่องแสดงสัญญาณที่จอดรถ ที่พักคนโดยสาร ที่พักริมทาง เรือหรือพาหนะสำหรับขนส่งข้ามฟาก ท่าเรือสำหรับขึ้นหรือลงรถ และอาคารหรือสิ่งอื่นอันเป็นอุปกรณ์งานทางบรรดาที่มีอยู่หรือที่ได้จัดไว้ในเขตทางหลวงเพื่อประโยชน์แก่งานทางหรือผู้ใช้ทางหลวงนั้นด้วย เมื่อคดีนี้โจทก์ทั้งสองฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเกิดจากการกระทำละเมิด โดยอ้างว่าเจ้าหน้าที่ของจำเลยละเลยต่อหน้าที่เกี่ยวกับการบำรุงรักษาทางหลวงให้ประชาชนได้รับความสะดวก และปลอดภัยในการเดินทาง โดยในขณะปฏิบัติหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุคราบน้ำมันหล่อลื่นรั่วไหลแล้ว ไม่รีบดำเนินการปิดกั้นช่องการจราจรในที่เกิดเหตุด้วยสัญลักษณ์ใดเพื่อให้ผู้ที่สัญจรบนทางหลวงแผ่นดินทราบ เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงไม่ขับเข้าไปในช่องทางเดินรถที่มีคราบน้ำมันรั่วไหล อันเป็นเหตุให้โจทก์ที่ 1 ขับรถเข้าไปในบริเวณดังกล่าวเสียการควบคุมรถยนต์และเสียหลักพลิกคว่ำออกไปข้างทาง และเฉี่ยวชนเจ้าหน้าที่ของจำเลยกับทำให้โจทก์ที่ 1 ได้รับบาดเจ็บ และรถยนต์ของโจทก์ที่ 2 ได้รับความเสียหาย คดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
13/2567
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3)