คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ครพ.ที่ 1072/2567 ฉบับเต็ม

#706444
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ครพ. 1072/2567 ธนาคาร ก. โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ ส. ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน โจทก์ บริษัท ฟ. ผู้ร้อง นาย ว. กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 295 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ซึ่งเป็นคำร้องที่ยื่นตาม ป.พ.พ. มาตรา 295 วรรคสอง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องวางเงิน 1,000,000 บาท เพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนซึ่งถือเป็นการสั่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 295 วรรคห้า เมื่อผู้ร้องไม่วางเงินประกันตามคำสั่งศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคำร้องออกจากสารบบความ อันถือได้ว่าเป็นการยกคำร้อง ซึ่งมาตรา 295 วรรคห้าตอนท้าย ได้บัญญัติว่าคำสั่งของศาลที่ออกตามความในวรรคนี้ให้เป็นที่สุด ดังนั้น ผู้ร้องจึงไม่อาจขออนุญาตฎีกาได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยทั้งสี่ไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ขอบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองเป็นที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 791, 792 และ 1149 ออกขายทอดตลาด เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2550 บริษัทบริหารสินทรัพย์ ส. ยื่นคำร้องขอสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นอนุญาต ต่อมาวันที่ 5 มกราคม 2560 ผู้ร้องเป็นผู้ซื้อทรัพย์ได้ในราคา 19,620,000 บาท โดยผู้ร้องได้วางเงินมัดจำไว้ 2,500,000 บาท และสัญญาว่าจะนำเงินที่ค้างชำระ 17,120,000 บาท มาชำระต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีภายใน 15 วัน และขอขยายระยะเวลาชำระเงินครั้งที่ 1 เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งอนุญาต ระหว่างนั้นมีนายสมจิตร ร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาด ผู้ร้องขอรับเงินมัดจำคืนคงเหลือไว้เพียงร้อยละ 55 ของราคาที่ซื้อทรัพย์ได้ และขอขยายเวลาชำระเงินครั้งที่ 2 ถึงคดีถึงที่สุดเมื่อคดีถึงที่สุด ผู้ร้องได้ขอขยายเวลาชำระเงินส่วนที่เหลือครั้งที่ 3 เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งอนุญาตถึงวันที่ 4 ตุลาคม 2564 ต่อมาวันที่ 23 กันยายน 2564 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาด อ้างเหตุว่ารังวัดที่ดินแล้วเนื้อที่ดินขาดหายไปมากกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ ของเนื้อที่ดินตามหนังสือประโยชน์ (น.ส.3 ก.) และขอรับเงินมัดจำคืน โจทก์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2565 โจทก์ยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องเพื่อประวิงคดีขอให้วางเงินหรือหาประกันต่อศาล ศาลชั้นต้นให้ผู้ร้องวางเงินประกันความเสียหายเป็นเงิน 1,000,000 บาท ภายใน 15 วัน หากไม่วางภายในกำหนดให้ถือว่าทิ้งคำร้อง และนัดไต่สวนคำร้องวันที่ 21 เมษายน 2565 เวลา 13.30 นาฬิกา วันที่ 29 มีนาคม 2565 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอขยายเวลาวางเงินประกันไปเป็นเวลา 30 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าอนุญาตไปจนถึงวันนัดวันที่ 21 เมษายน 2565 เวลา 14 นาฬิกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้องไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องไม่ร้องขอเลื่อนคดีและไม่ได้วางเงินประกันความเสียหาย ถือว่าผู้ร้องทิ้งคำร้อง จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาพร้อมฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ลงวันที่ 16 พฤษภาคม 2566 ศาลฎีกาแผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกาวินิจฉันว่า คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ซึ่งเป็นคำร้องที่ยื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 295 วรรคสอง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องวางเงิน 1,000,000 บาท เพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนซึ่งถือเป็นการสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 295 วรรคห้า เมื่อผู้ร้องไม่วางเงินประกันตามคำสั่งศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคำร้องออกจากสารบบความ อันถือได้ว่าเป็นการยกคำร้อง ซึ่งมาตรา 295 วรรคห้าตอนท้าย ได้บัญญัติว่าคำสั่งของศาลที่ออกตามความในวรรคนี้ให้เป็นที่สุด ดังนั้น ผู้ร้องจึงไม่อาจขออนุญาตฎีกาได้ จึงมีคำสั่งยกคำร้อง และไม่รับฎีกาของผู้ร้อง ผู้ร้องมิได้เสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาจึงไม่มีค่าขึ้นศาลที่จะคืนให้ ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นนอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ (ทรงกลด บุญชูกุศล-อำพันธ์ สมบัติสถาพรกุล-วิชาญ ศิริเศรษฐ์) - - แหล่งที่มา หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ครพ.1593/2566 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
706444
courts
[
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    },
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081941394"
    }
}
date
2567
deka_no
1072/2567
deka_running_no
1072
deka_year
2567
department
แผนก
judges
[
    "ทรงกลด บุญชูกุศล",
    "อำพันธ์ สมบัติสถาพรกุล",
    "วิชาญ ศิริเศรษฐ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 295"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคาร ก. โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ ส. ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัท ฟ."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ว. กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยทั้งสี่ไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ขอบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองเป็นที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 791, 792 และ 1149 ออกขายทอดตลาด เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2550 บริษัทบริหารสินทรัพย์ ส. ยื่นคำร้องขอสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นอนุญาต ต่อมาวันที่ 5 มกราคม 2560 ผู้ร้องเป็นผู้ซื้อทรัพย์ได้ในราคา 19,620,000 บาท โดยผู้ร้องได้วางเงินมัดจำไว้ 2,500,000 บาท และสัญญาว่าจะนำเงินที่ค้างชำระ 17,120,000 บาท มาชำระต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีภายใน 15 วัน และขอขยายระยะเวลาชำระเงินครั้งที่ 1 เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งอนุญาต ระหว่างนั้นมีนายสมจิตร ร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาด ผู้ร้องขอรับเงินมัดจำคืนคงเหลือไว้เพียงร้อยละ 55 ของราคาที่ซื้อทรัพย์ได้ และขอขยายเวลาชำระเงินครั้งที่ 2 ถึงคดีถึงที่สุดเมื่อคดีถึงที่สุด ผู้ร้องได้ขอขยายเวลาชำระเงินส่วนที่เหลือครั้งที่ 3 เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งอนุญาตถึงวันที่ 4 ตุลาคม 2564 ต่อมาวันที่ 23 กันยายน 2564 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาด อ้างเหตุว่ารังวัดที่ดินแล้วเนื้อที่ดินขาดหายไปมากกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ ของเนื้อที่ดินตามหนังสือประโยชน์ (น.ส.3 ก.) และขอรับเงินมัดจำคืน

โจทก์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2565 โจทก์ยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องเพื่อประวิงคดีขอให้วางเงินหรือหาประกันต่อศาล

ศาลชั้นต้นให้ผู้ร้องวางเงินประกันความเสียหายเป็นเงิน 1,000,000 บาท ภายใน 15 วัน หากไม่วางภายในกำหนดให้ถือว่าทิ้งคำร้อง และนัดไต่สวนคำร้องวันที่ 21 เมษายน 2565 เวลา 13.30 นาฬิกา

วันที่ 29 มีนาคม 2565 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอขยายเวลาวางเงินประกันไปเป็นเวลา 30 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าอนุญาตไปจนถึงวันนัดวันที่ 21 เมษายน 2565 เวลา 14 นาฬิกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้องไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องไม่ร้องขอเลื่อนคดีและไม่ได้วางเงินประกันความเสียหาย ถือว่าผู้ร้องทิ้งคำร้อง จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาพร้อมฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ลงวันที่ 16 พฤษภาคม 2566

ศาลฎีกาแผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกาวินิจฉันว่า คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ซึ่งเป็นคำร้องที่ยื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 295 วรรคสอง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องวางเงิน 1,000,000 บาท เพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนซึ่งถือเป็นการสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 295 วรรคห้า เมื่อผู้ร้องไม่วางเงินประกันตามคำสั่งศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคำร้องออกจากสารบบความ อันถือได้ว่าเป็นการยกคำร้อง ซึ่งมาตรา 295 วรรคห้าตอนท้าย ได้บัญญัติว่าคำสั่งของศาลที่ออกตามความในวรรคนี้ให้เป็นที่สุด ดังนั้น ผู้ร้องจึงไม่อาจขออนุญาตฎีกาได้

จึงมีคำสั่งยกคำร้อง และไม่รับฎีกาของผู้ร้อง ผู้ร้องมิได้เสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาจึงไม่มีค่าขึ้นศาลที่จะคืนให้ ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นนอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000031.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ครพ.1593/2566
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ครพ.
year
2567