ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 63/2567
ศาลปกครองภูเก็ต
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลจังหวัดพังงา
ศาลผู้รับความเห็น
ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศ.
ผู้ฟ้องคดี
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ผู้ถูกฟ้องคดี
พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.ปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
คดีนี้ หจก. ศ. ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ถูกฟ้องคดี โดยอ้างว่า ตามประกาศของผู้ถูกฟ้องคดี เรื่อง ประกวดราคาจ้างก่อสร้างเรือนแถวสัญญาบัตร 8 คูหา ระดับ ผกก. ขึ้นไป ภ.จว. พังงา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ลงวันที่ 15 มกราคม 2564 ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ได้รับการพิจารณาให้ทำสัญญาจ้าง ต่อมา ผู้ฟ้องคดีมีหนังสือขอเลื่อนการลงนามในสัญญา แต่ผู้ถูกฟ้องคดีกลับเร่งรัดให้ผู้ฟ้องคดีลงนามในสัญญา การริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอราคาของผู้ถูกฟ้องคดีไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยให้แก่ผู้ฟ้องคดี
ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีให้การโดยสรุปว่า การริบหลักประกันและการพิจารณาให้ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ทิ้งงานเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ขอให้ยกฟ้อง
ผู้ถูกฟ้องคดียื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางแพ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
ศาลปกครองภูเก็ตพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีนี้ผู้ถูกฟ้องคดีเป็นหน่วยงานทางปกครอง ผู้ฟ้องคดีได้รับการพิจารณาให้ทำสัญญาจ้าง แต่ไม่เข้าทำสัญญาจ้างภายในเวลาที่ผู้ถูกฟ้องคดีกำหนด เป็นเหตุให้ผู้ถูกฟ้องคดีริบหลักประกันการเสนอราคา กรณีจึงเป็นการทำคำสนองที่ถูกต้องตรงกับคำเสนอ เพื่อนำไปสู่การทำสัญญาจ้างก่อสร้างเรือนแถวสัญญาบัตร 8 คูหา ระดับ ผกก. ขึ้นไป ภ.จว. พังงา จึงเป็นสัญญาก่อนสัญญา โดยที่สัญญาจ้างก่อสร้างดังกล่าวมีคู่สัญญาอย่างน้อยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง จึงเป็นสัญญาทางปกครองโดยสภาพ คดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
ศาลจังหวัดพังงาพิจารณาแล้วเห็นว่า แม้คดีพิพาทจะมีผู้ฟ้องคดีเป็นหน่วยงานทางปกครอง แต่เมื่อพิจารณาถึงลักษณะของสัญญาจ้างก่อสร้างเรือนแถวสัญญาบัตร 8 คูหา ที่พิพาท มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นที่พักอาศัยสำหรับข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ระดับ ผกก. ขึ้นไปของตำรวจภูธรจังหวัดพังงาเท่านั้น ไม่เข้าลักษณะเป็นสัญญาที่จัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภคที่ให้ประชาชนทั่วไปเข้าใช้ประโยชน์ได้โดยตรง สัญญาจ้างที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตจึงไม่เป็นสัญญาทางปกครอง ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ย่อมส่งผลให้คดีพิพาทที่เกิดก่อนที่จะนำไปสู่การทำสัญญาจ้างในอนาคต มิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่เป็นคดีพิพาททางแพ่งที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
คณะกรรมการพิจารณาแล้ว คดีนี้ แม้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ถูกฟ้องคดี เป็นส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวง แต่มีฐานะเป็นกรม ตามมาตรา 46 (7) แห่งพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 ซึ่งเป็น "หน่วยงานทางปกครอง" ตามบทนิยามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 และเป็นกรณีพิพาทระหว่างหน่วยงานทางปกครองกับเอกชนที่เกิดขึ้นในขั้นตอนก่อนการทำสัญญาจ้างก่อสร้างเรือนแถวสัญญาบัตรฯ แต่การที่ผู้ถูกฟ้องคดีออกประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่อง ประกวดราคาจ้างก่อสร้างเรือนแถวสัญญาบัตรฯ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ลงวันที่ 15 มกราคม 2564 เป็นไปเพื่อจัดหาผู้รับจ้างในการก่อสร้างเรือนแถวสัญญาบัตรฯ สำหรับใช้เป็นที่พักอาศัยของข้าราชการ โดยประกาศและเอกสารดังกล่าวเป็นหนังสือเชิญชวนให้บุคคลผู้สนใจเข้ามาเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ หากบุคคลเหล่านั้นเป็นผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างก่อสร้างหรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือและจะต้องวางหลักประกันสัญญา หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งได้รับคัดเลือกแล้วไม่ไปทำสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือภายในเวลาที่กำหนด จะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอหรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น รวมทั้งพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงาน ดังนั้น นิติสัมพันธ์ระหว่างผู้ฟ้องคดีและผู้ถูกฟ้องคดีจึงเป็นไปตามประกาศและข้อตกลงจากเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วยการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ซึ่งเป็นการตกลงกันในขั้นตอนการหาบุคคลผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ก่อนนำไปสู่การจัดทำสัญญาจ้างก่อสร้าง เมื่อสัญญาจ้างก่อสร้างเรือนแถวสัญญาบัตรฯ มิได้มีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทาน สัญญาที่ให้จัดทำบริการสาธารณะ หรือจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภคหรือแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ตามนัยบทนิยาม "สัญญาทางปกครอง" ในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ข้อพิพาทในคดีนี้จึงไม่ใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ที่จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง หากแต่เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางแพ่งที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
63/2567
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4)