ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 55/2567
ศาลจังหวัดนนทบุรี
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลปกครองกลาง
ศาลผู้รับความเห็น
นิติบุคคลอาคารชุด ร.
โจทก์
การประปานครหลวง
จำเลย
พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.การประปานครหลวง พ.ศ.2510 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
คดีนี้ นิติบุคคลอาคารชุด ร. โจทก์ ซึ่งเป็นผู้ทำสัญญาการใช้น้ำประปากับการประปานครหลวง จำเลย ยื่นฟ้องจำเลยว่า จำเลยยกเลิกและเปลี่ยนอัตราการคิดค่าน้ำประปาจากโจทก์ในอัตราขายเหมาเป็นอัตราประเภท 1 ที่พักอาศัยเพียงฝ่ายเดียวโดยไม่คำนึงถึงคำขอให้ทบทวนจากโจทก์ ทั้งไม่พิจารณาคำขอติดตั้งมาตรวัดน้ำรายย่อยของโจทก์ ทำให้โจทก์ต้องชำระค่าน้ำประปาเพิ่มขึ้น ขอให้บังคับจำเลยยินยอมและติดตั้งมาตรวัดแยกย่อยเป็นรายครัวเรือน โดยใช้จำนวนห้องหารจำนวนหน่วยของน้ำทั้งหมดเป็นฐานในการคิดค่าน้ำ
ส่วนจำเลยให้การว่า จำเลยมีสิทธิเรียกเก็บค่าน้ำประปาในอัตราประเภท 1 ที่พักอาศัยจากโจทก์โดยชอบด้วยกฎหมายและมิได้เป็นการกระทำผิดสัญญาต่อโจทก์ และจำเลยไม่มีหนี้ตามสัญญาที่จะต้องติดตั้งมาตรวัดน้ำแยกย่อยและเรียกเก็บค่าน้ำประปาเป็นรายห้องชุดให้แก่โจทก์ และโจทก์ไม่มีอำนาจให้จำเลยดำเนินการตามคำขอได้ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาทที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
ศาลจังหวัดนนทบุรีเห็นว่า จำเลยเป็นหน่วยงานทางปกครอง และพระราชบัญญัติการประปานครหลวง พ.ศ. 2510 มาตรา 33 (2) ได้กำหนดให้ผู้ว่าการมีอำนาจวางระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของการประปานครหลวง ต่อมา ผู้ว่าการประปานครหลวงได้มีคำสั่ง เรื่อง แนวทางการกำหนดประเภทผู้ใช้น้ำ และออกประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์การให้สิทธิราคาค่าน้ำประปาในอัตราขายเหมาเพื่อบังคับใช้กับผู้ใช้น้ำประปาของจำเลย และจำเลยได้เปลี่ยนการคิดค่าน้ำประปากับโจทก์จากอัตราขายเหมาเป็นแบบประเภทหนึ่ง ที่พักอาศัย จึงเป็นการดำเนินการอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ตามคำฟ้องของโจทก์จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
ศาลปกครองกลางเห็นว่า คดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏว่า โจทก์ตกลงทำสัญญาการใช้น้ำประปากับจำเลยตามสัญญาใช้น้ำประปา ซึ่งสัญญาดังกล่าวแม้ว่าจะมีจำเลยฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง แต่เมื่อสัญญาดังกล่าวเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการจำหน่ายน้ำประปาอันเป็นการดำเนินธุรกิจดังเช่น เอกชนทั่วไป สัญญาการใช้น้ำประปาระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงเป็นสัญญาทางแพ่ง มิใช่สัญญาทางปกครอง ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 จึงเป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับการใช้สิทธิตามสัญญาการใช้น้ำประปาซึ่งเป็นสัญญาทางแพ่ง คดีนี้จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
คณะกรรมการพิจารณาแล้ว คดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญา แต่โดยที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) บัญญัติให้ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองเท่านั้น กรณีมีปัญหาต้องพิจารณาว่าสัญญาการใช้น้ำประปาระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นสัญญาทางปกครองหรือไม่ เห็นว่า จำเลยเป็นหน่วยงานทางปกครองและพระราชบัญญัติการประปานครหลวง พ.ศ. 2510 มาตรา 6 (3) ให้อำนาจจำเลยดำเนินธุรกิจได้เช่นเดียวกับเอกชนทั่วไป นิติสัมพันธ์ระหว่างจำเลยกับเอกชนผู้ใช้น้ำแต่ละรายในการดำเนินธุรกิจจำหน่ายน้ำประปาของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นไปตามหลักกฎหมายแพ่ง การกระทำของจำเลยอันเป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีนี้จึงเป็นการกระทำโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาการใช้น้ำระหว่างจำเลยกับโจทก์ ซึ่งเป็นธุรกิจของจำเลยที่กระทำกับโจทก์ในฐานะเสมอภาคเช่นเดียวกับเอกชนต่อเอกชน มิได้ใช้อำนาจทางปกครอง สัญญาพิพาทดังกล่าวจึงเป็นสัญญาทางแพ่ง มิใช่สัญญาทางปกครอง ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 กรณีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางแพ่ง ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
55/2567
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4)