ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 58/2567
ศาลปกครองภูเก็ต
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลจังหวัดกระบี่
ศาลผู้รับความเห็น
นาย ก. ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
ผู้ฟ้องคดี
นายอำเภอคลองท่อม ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน
ผู้ถูกฟ้องคดี
พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 มาตรา
พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา
พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา
ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน พ.ศ. 2553 มาตรา
คดีนี้ นาย ก. และนาง ย. ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง นายอำเภอคลองท่อม ที่ 1 ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ที่ 2ผู้ถูกฟ้องคดี อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีทั้งสองครอบครองที่ดินทุ่งหนองเป็ดน้ำแปลงที่ 1 สาธารณประโยชน์ ตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงเลขที่ กบ 0001 โดยไม่มีหลักฐาน ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ออกคำสั่งอำเภอคลองท่อม ที่ 47/2566 และคำสั่งอำเภอคลองท่อม ที่ 59/2566 ให้ผู้บุกรุกรื้อถอนพืชผลอาสินพร้อมสิ่งปลูกสร้างปรับสภาพที่ดินให้กลับคืนสู่สภาพเดิม และให้ออกไปจากที่ดินสาธารณประโยชน์แปลงทุ่งหนองเป็ดน้ำ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 สั่งให้เจ้าหน้าที่ผู้ใต้บังคับบัญชาหรือตัวแทนไปทำการรื้อถอน โค่นล้มปาล์มน้ำมันและพืชผลทางการเกษตรในที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสองโดยอาศัยอำนาจตามคำสั่งดังกล่าวเป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีทั้งสอง ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีทั้งสองเป็นผู้มีสิทธิในที่ดินมือเปล่าที่พิพาท และให้เพิกถอนคำสั่งอำเภอคลองท่อม ที่ 47/2566 และคำสั่งอำเภอคลองท่อม ที่ 59/2566 กับให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดีทั้งสอง พร้อมดอกเบี้ย
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
ศาลปกครองภูเก็ตเห็นว่า คำสั่งอำเภอคลองท่อม ที่ 47/2566 และคำสั่งอำเภอคลองท่อมที่ 59/2566 ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 122 แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช 2457 ซึ่งมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ฟ้องคดีทั้งสอง คำสั่งดังกล่าวจึงเป็น "คำสั่งทางปกครอง" ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 สั่งให้เจ้าหน้าที่ผู้ใต้บังคับบัญชาหรือตัวแทนไปทำการรื้อถอน โค่นล้มปาล์มน้ำมันและพืชผลทางการเกษตรในที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสองโดยอาศัยอำนาจตามคำสั่งอำเภอคลองท่อมที่ 47/2566และคำสั่งอำเภอคลองท่อมที่ 59/2566 เป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีทั้งสองหรือไม่ กรณีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) และ (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
ศาลจังหวัดกระบี่เห็นว่า เหตุแห่งการฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งอำเภอคลองท่อมดังกล่าวก็เนื่องมาจากผู้ฟ้องคดีทั้งสองอ้างว่ามีสิทธิในที่ดินพิพาท ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ไม่มีอำนาจรื้อถอน โค่นล้มปาล์มน้ำมันและพืชผลทางการเกษตรในที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสอง แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 3 อ้างว่ากระทำการโดยชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน คำฟ้องของผู้ฟ้องคดีทั้งสองมีความมุ่งหมายที่จะให้ศาลรับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสองเป็นสำคัญ ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
คณะกรรมการฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า กรมการปกครอง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 เป็นกรมตามมาตรา 7 วรรคหนึ่ง (4) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ประกอบมาตรา 31 (3)แห่งพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 ส่วนนายอำเภอคลองท่อมและผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 เป็นข้าราชการที่ปฏิบัติงานในอำเภอคลองท่อมและจังหวัดกระบี่ จึงเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 การที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสองซึ่งเป็นเอกชนฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามโดยมีคำขอให้เพิกถอนคำสั่งอำเภอคลองท่อม ที่ 47/2566 และคำสั่งอำเภอคลองท่อม ที่ 59/2566 ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 122 แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่พระพุทธศักราช 2457 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบข้อ 6 วรรคหนึ่งและวรรคสองของระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน พ.ศ. 2553 กับขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดกรณีสั่งการให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ใต้บังคับบัญชาหรือตัวแทนเข้ารื้อถอน โค่นล้มปาล์มน้ำมันและพืชผลทางการเกษตรในที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสองโดยอาศัยอำนาจตามคำสั่งฉบับพิพาทดังกล่าว จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายหรือจากกฎ คำสั่งทางปกครอง หรือคำสั่งอื่นตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
58/2567
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) และ (3)