ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 75/2567
ศาลปกครองสุพรรณบุรี
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ศาลผู้รับความเห็น
นาย บ.
ผู้ฟ้องคดี
องค์การบริหารส่วนตำบลตลิ่งชัน - คุ้งลาน ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
ผู้ถูกฟ้องคดี
พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 มาตรา
พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
ป.ที่ดิน มาตรา
คดีนี้ บ. ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบลตลิ่งชัน - คุ้งลาน ที่ 1 นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตลิ่งชัน - คุ้งลาน ที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดีต่อศาลปกครองสุพรรณบุรี ขอให้บังคับผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองรื้อถอนถนนส่วนที่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดีและปรับสภาพที่ดินของผู้ฟ้องคดีให้กลับคืนสู่สภาพเดิม ให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองถมดินลงในคลองส่วนที่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดีและทำให้ที่ดินของผู้ฟ้องคดีกลับคืนสู่สภาพเดิม กับให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดเป็นค่าขาดประโยชน์ให้แก่ผู้ฟ้องคดี
ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองให้การว่า บิดาของผู้ฟ้องคดีได้ยกที่ดินพิพาทให้แก่ผู้ฟ้องคดี การที่บิดาของผู้ฟ้องคดีได้ยินยอมให้ปรับปรุงถนนบริเวณซึ่งผ่านที่ดินพิพาท ถือว่าได้ยกที่ดินดังกล่าวให้เป็นทางสาธารณะโดยปริยาย จึงตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองใช้อำนาจตามกฎหมายในการบำรุงรักษาคูน้ำและถนนตามแนวเดิม มิได้ก่อสร้างถนนขึ้นใหม่ ผู้ฟ้องคดีจึงไม่อาจเรียกร้องให้รื้อถอนถนนหรือคลองบริเวณที่อ้างว่ารุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดีได้ ตลอดจนไม่อาจเรียกร้องค่าเสียหายได้ ขอให้ยกฟ้อง
ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
ศาลปกครองสุพรรณบุรีเห็นว่า เป็นการฟ้องโต้แย้งความชอบด้วยกฎหมายของการกระทำทางปกครองของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง โดยมีประเด็นแห่งคดีที่ต้องวินิจฉัยว่าการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ แม้จะต้องมีการพิจารณาเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินด้วยก็ตาม แต่เมื่อคดีนี้เป็นการฟ้องโต้แย้งความชอบด้วยกฎหมายของการกระทำทางปกครอง และเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 คดีนี้จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเห็นว่า ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาในคำฟ้องเป็นกรณีที่ผู้ฟ้องคดีอ้างว่าตนเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทและผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองกระทำละเมิด ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองให้การต่อสู้ว่าที่ดินพิพาทได้ถูกยกให้เป็นทางสาธารณะ คดีพิพาทระหว่างผู้ฟ้องคดีและผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองจึงมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า ที่ดินพิพาทเป็นทางสาธารณประโยชน์อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันหรือไม่ เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า แม้องค์การบริหารส่วนตำบลตลิ่งชัน - คุ้งลาน ที่ 1 นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตลิ่งชัน - คุ้งลาน ที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดี จะเป็นหน่วยงานทางปกครองและเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามบทนิยามในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่การที่ผู้ฟ้องคดีฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองโดยอ้างเหตุว่าการขุดลอกคลองทับแตงเพื่อขยายคลอง และการนำดินมาถมในที่ดินของผู้ฟ้องคดีด้านทิศตะวันตกเข้ามาในที่ดินบางส่วนเพื่อทำถนนเป็นการกระทำละเมิด ขอให้บังคับผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองรื้อถอนถนนส่วนที่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดี และปรับสภาพที่ดินของผู้ฟ้องคดีให้กลับคืนสู่สภาพเดิม ให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองถมดินลงในคลองส่วนที่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดี และทำให้ที่ดินของผู้ฟ้องคดีกลับคืนสู่สภาพเดิม กับให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดเป็นค่าขาดประโยชน์พร้อมดอกเบี้ยเป็นจำนวน 35,000 บาท แก่ผู้ฟ้องคดี ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองให้การว่า ถนนพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน การขุดคลองและก่อสร้างถนนพิพาทจึงชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้รุกล้ำที่ดินของผู้ฟ้องคดี และไม่เป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี ดังนั้น การที่จะวินิจฉัยว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีหรือไม่ จึงเป็นเพียงผลของการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับสถานะของที่ดินพิพาท ว่าเป็นที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่า ที่ดินพิพาทเป็นของผู้ฟ้องคดี การขุดคลองและก่อสร้างถนนของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองก็เป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี แต่หากที่ดินพิพาทตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกันซึ่งอยู่ในการดูแลรักษาของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองแล้วจะเป็นผลให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองมีอำนาจเข้าไปจัดให้มีและบำรุงรักษาที่ดินบริเวณที่พิพาทได้ไม่เป็นละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี คำฟ้องของผู้ฟ้องคดีจึงมีความมุ่งหมายเพื่อให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของผู้ฟ้องคดีเป็นสำคัญ ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
75/2567
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) และคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน