ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 76/2567
ศาลปกครองนครราชสีมา
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลจังหวัดสีคิ้ว
ศาลผู้รับความเห็น
นาง ท.
ผู้ฟ้องคดี
องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน
ผู้ถูกฟ้องคดี
พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2540 มาตรา
พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
ป.ที่ดิน มาตรา
คดีนี้ ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินมีโฉนด ยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ที่ 1 นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ที่ 2 องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแปรงที่ 3 นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแปรง ที่ 4 ผู้ถูกฟ้องคดี กรณีผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 กระทำละเมิดก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 และที่ 4 ขุดลอกคลองรุกล้ำที่ดินของผู้ฟ้องคดีโดยไม่ได้ออกพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินและมิได้จ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินให้แก่ผู้ฟ้องคดี ทั้งไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ฟ้องคดีและผู้ฟ้องคดีไม่เคยอุทิศที่ดินดังกล่าวให้กับทางราชการ ทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 รื้อถอนถนนและให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 และที่ 4 ถมร่องน้ำ กับให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดี
ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ให้การทำนองเดียวกันว่า ที่ดินแปลงพิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน และมิได้กระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี
ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
ศาลปกครองนครราชสีมาเห็นว่า ตามคำฟ้องเป็นกรณีที่ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ใช้อำนาจทางปกครองหรือการดำเนินกิจการทางปกครองเพื่อจัดทำบริการสาธารณะตามอำนาจและหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นเหตุทำให้ที่ดินของผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย คดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542
ศาลจังหวัดสีคิ้วเห็นว่า แม้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่จะเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ถูกผู้ฟ้องคดีฟ้อง โดยอ้างว่าได้ใช้อำนาจทางปกครองหรือดำเนินกิจการทางปกครองเพื่อจัดทำบริการสาธารณะตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ผู้ฟ้องคดีเสียหาย แต่เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ให้การว่า ที่ดินบริเวณที่พิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน จึงไม่เป็นการกระทำละเมิด คดีจึงมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยเสียก่อนว่า ที่ดินบริเวณที่พิพาทผู้ฟ้องคดียังคงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อยู่หรือเป็นที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน อันเป็นประเด็นพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินเป็นสำคัญ ตามคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีจึงมีความมุ่งหมายที่จะขอให้รับรองสิทธิในที่ดินเป็นสำคัญ คดีนี้จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า แม้องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ที่ 1 นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ที่ 2 องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแปรง ที่ 3 นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแปรง ที่ 4 ผู้ถูกฟ้องคดี จะเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐตามบทนิยามในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่การที่ผู้ฟ้องคดีฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่โดยอ้างเหตุว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 กระทำละเมิดก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กและผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 และที่ 4 ขุดลอกคลองรุกล้ำที่ดินของผู้ฟ้องคดี ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 รื้อถอนถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 และที่ 4 ถมร่องน้ำให้คืนสู่สภาพเดิมและให้ใช้ประโยชน์ได้ กับให้ชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยให้แก่ผู้ฟ้องคดี ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ให้การทำนองเดียวกันว่า ที่ดินแปลงพิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันและมิได้กระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี การที่จะวินิจฉัยว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่กระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีหรือไม่ จึงเป็นเพียงผลของการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับสถานะของที่ดินพิพาทว่าเป็นที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาท เป็นของผู้ฟ้องคดี การก่อสร้างถนนและขุดลอกคลองของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ก็เป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี แต่หากที่ดินพิพาทตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกันซึ่งอยู่ในการดูแลรักษาของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่แล้ว จะเป็นผลให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่มีอำนาจเข้าไปก่อสร้างถนนและขุดลอกคลองพิพาทได้โดยไม่เป็นละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี คำฟ้องของผู้ฟ้องคดีจึงมีความมุ่งหมายที่จะให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของผู้ฟ้องคดีเป็นสำคัญ ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
76/2567
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) และคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน