คำวินิจฉัยที่ 53/2567 ฉบับเต็ม

#710458
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำวินิจฉัยที่ 53/2567 ศาลแพ่ง ศาลผู้ส่งความเห็น ศาลปกครองกลาง ศาลผู้รับความเห็น บริษัท ก. จำกัด โจทก์ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา ป.พ.พ. มาตรา พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา คดีนี้ บริษัท ก. จำกัด โจทก์ ยื่นฟ้อง บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่ 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 2 จำเลย โดยความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทการบินไทยจำกัด (มหาชน) กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยกองบินตำรวจ มีการทำสัญญาตามสัญญาเลขที่ 39- 40/62-63 โดยบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) มีหน้าที่ตามสัญญาในการรับทำการซ่อมบำรุงอากาศยานทุกชนิดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติรวมทั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดีตามระดับมาตรฐานการเดินอากาศสากลร่วมกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถจัดทำบริการสาธารณะตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดเป็นอำนาจหน้าที่ไว้ในกฎหมาย ซึ่งในคดีนี้ โจทก์อ้างว่า โจทก์ได้รับไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์จากจำเลยที่ 1 ว่า กองบินตำรวจ หน่วยงานในสังกัดจำเลยที่ 2 มีความสนใจซื้อรอกกู้ภัย (Rescue Hoist) สำหรับติดตั้งกับเฮลิคอปเตอร์จากโจทก์ ขอให้โจทก์เสนอสินค้าให้แก่จำเลยที่ 2 โจทก์จึงทำคำเสนอราคาสินค้ารอกกู้ภัยต่อจำเลยที่ 2 ผ่านกองบินตำรวจคำเชิญชวนของจำเลยที่ 1 ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้จัดทำใบขอซื้อสินค้าของโจทก์ต่อจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 2 โดยกองบินตำรวจได้ยืนยันการอนุมัติสั่งซื้อรอกกู้ภัยดังกล่าวกับโจทก์ ต่อมาจำเลยที่ 1 และกองบินตำรวจได้ร่วมกันสั่งซื้อรอกกู้ภัยจากโจทก์ กำหนดส่งมอบสินค้าให้จำเลยที่ 1 ภายใน 390 วัน โดยตกลงจัดส่งสินค้าที่กองบินตำรวจดอนเมืองโจทก์จึงสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทในต่างประเทศ ชำระค่าสินค้าและนำเข้าสินค้าเข้ามาในประเทศไทยแล้วเก็บรักษาไว้ที่สำนักงานโจทก์เพื่อรอส่งมอบให้แก่จำเลยทั้งสองตามคำสั่งซื้อดังกล่าว แต่จำเลยที่ 1 กลับมีหนังสือแจ้งยกเลิกการสั่งซื้อสินค้า ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันรับมอบสินค้าที่สั่งซื้อและชำระหนี้ค้างชำระจำนวน 23,814,123.29 บาท พร้อมดอกเบี้ย และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าเก็บสินค้าอัตราวันละ 500 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะรับมอบสินค้าจากโจทก์ จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ศาลแพ่งเห็นว่า การทำสัญญาซื้อขายรอกกู้ภัยระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสอง โจทก์เป็นคู่สัญญาฝ่ายผู้ขายจะต้องส่งมอบรอกกู้ภัยให้แก่กองบินตำรวจซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดของจําเลยที่ 2 เพื่อให้เฮลิคอปเตอร์ซึ่งเป็นอากาศยานของจําเลยที่ 2 ใช้งานได้สมบูรณ์ อันเป็นหน้าที่ส่วนหนึ่งของจำเลยที่ 2 ในการใช้รอกกู้ภัยที่ใช้กับเฮลิคอปเตอร์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ ทางอากาศ และทางบกแต่ไม่ปรากฏว่ารอกกู้ภัยที่จำเลยทั้งสองสั่งซื้อจากโจทก์นั้นเป็นอุปกรณ์สำคัญที่จำเลยที่ 2 ใช้ในการบริการสาธารณะ คงเป็นเพียงเครื่องมือส่วนหนึ่งในการให้การบริการสาธารณะของจำเลยที่ 2 สัญญาซื้อขายดังกล่าว จึงเป็นเพียงสัญญาจัดหาพัสดุธรรมดาที่สนับสนุนการจัดทำบริการสาธารณะเท่านั้น และเป็นเพียงการประกอบกิจการเพื่อหากำไรของโจทก์และเป็นการทำสัญญามุ่งผูกพันตนระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสองด้วยใจสมัครบนพื้นฐานแห่งความเสมอภาค ไม่มีลักษณะเป็นการให้โจทก์เข้าร่วมจัดทำบริการสาธารณะโดยตรง ความสัมพันธ์ของโจทก์กับจำเลยทั้งสองไม่ใช่ความสัมพันธ์ตามกฎหมายมหาชน แต่เป็นเรื่องสิทธิและหน้าที่ในทางแพ่งของคู่สัญญาตามหลักกฎหมายเอกชน มิได้มีลักษณะเป็นสัญญาที่จะเข้าองค์ประกอบของสัญญาทางปกครองตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 สัญญาซื้อขายรอกกู้ภัยที่พิพาท จึงเป็นสัญญาทางแพ่งที่มีคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองเท่านั้น คดีจึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ศาลปกครองกลางเห็นว่า การที่จำเลยที่ 1 สั่งซื้อสินค้ารอกกู้ภัยจากโจทก์ซึ่งเป็นผู้ขาย เพื่อใช้ในการซ่อมบำรุงอากาศยานตามความประสงค์ของเลยที่ 2 เมื่อโจทก์อ้างว่า โจทก์ได้จัดเตรียมสินค้าตามคำสั่งซื้อของจำเลยที่ 1 ครบถ้วนแล้ว จำเลยทั้งสองปฏิเสธการรับมอบสินค้าและยกเลิกคำสั่งซื้อจากโจทก์ เป็นเหตุให้โจทก์ไม่ได้รับชำระเงินจากการส่งมอบสินค้าจากจำเลยทั้งสอง ซึ่งการจะพิจารณาข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จำต้องพิจารณาว่าสินค้าที่ส่งมอบรวมทั้งงานที่จ้างเป็นไปตามสัญญาจ้างทำการซ่อมบำรุงอากาศยานและฝึกอบรมช่างระหว่างจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นสัญญาหลักหรือไม่ ดังนั้น สัญญาซื้อขายรอกกู้ภัยระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จึงเป็นสัญญาที่เกี่ยวเนื่องกับสัญญาจ้างทำการซ่อมบำรุงอากาศยานและฝึกอบรมช่างระหว่างจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นสัญญาทางปกครอง จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 คณะกรรมการฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1 เป็นเอกชน ส่วนจำเลยที่ 2 จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 จำเลยที่ 2 จึงเป็นหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่เมื่อพิจารณาข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสองตามที่โจทก์บรรยายฟ้องเป็นเพียงสัญญาซื้อขายรอกกู้ภัยเพื่อติดตั้งกับเฮลิคอปเตอร์ของจำเลยที่ 2 โดยโจทก์มีหน้าที่ส่งมอบสินค้าตามที่ตกลงซื้อขายให้ครบถ้วนตามสัญญา และฝ่ายจำเลยมีหน้าที่ชำระเงินและรับมอบสินค้าที่ซื้อขาย สัญญาดังกล่าวจึงมิใช่สัญญาที่ให้โจทก์เข้าร่วมจัดทำบริการสาธารณะ ทั้งสัญญาพิพาทไม่มีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทานหรือสัญญาจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภคหรือสัญญาแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ อันจะถือว่าเป็น "สัญญาทางปกครอง" ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 เมื่อโจทก์กับจำเลยทั้งสองพิพาทกันตามสัญญาซื้อขายรอกกู้ภัย (Rescue Hoist) ซึ่งเป็นสัญญาทางแพ่ง กรณีจึงเป็นข้อพิพาทตามสัญญาทางแพ่งที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม และแม้ว่าการที่จำเลยที่ 1 สั่งซื้อสินค้ารอกกู้ภัยจากโจทก์จะเป็นการดำเนินงานตามสัญญาจ้างทำการซ่อมบำรุงอากาศยานและฝึกอบรมช่าง ตามสัญญาเลขที่ 39/62-63 และสัญญาเลขที่ 40/62-63 ระหว่างจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 แต่สัญญาดังกล่าวก็เป็นนิติสัมพันธ์ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 มิได้เกี่ยวข้องกับโจทก์ และแยกออกได้จากสัญญาซื้อขายรอกกู้ภัยระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสอง เมื่อโจทก์และจำเลยทั้งสองพิพาทกันตามสัญญาซื้อขายรอกกู้ภัย (Rescue Hoist) ข้อพิพาทตามคำฟ้องในคดีนี้จึงมิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ที่จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง หากแต่เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางแพ่งที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ___________________________ (ไม่มี -) - - แหล่งที่มา สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา 53/2567 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4)
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
710458
courts
[
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    },
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082611512"
    }
}
date
2567
deka_no
53/2567
deka_running_no
53
deka_year
2567
department
แผนก
judges
[
    "ไม่มี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542",
        "sections": []
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542",
        "sections": []
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": []
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565",
        "sections": []
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ศาลผู้ส่งความเห็น",
        "name": "ศาลแพ่ง"
    },
    {
        "role": "ศาลผู้รับความเห็น",
        "name": "ศาลปกครองกลาง"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท ก. จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน"
    }
]
long_text
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4)
source
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\006545.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
53/2567
type
คำวินิจฉัย
year
2567