ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 53/2567
ศาลแพ่ง
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลปกครองกลาง
ศาลผู้รับความเห็น
บริษัท ก. จำกัด
โจทก์
บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
จำเลย
พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา
คดีนี้ บริษัท ก. จำกัด โจทก์ ยื่นฟ้อง บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่ 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 2 จำเลย โดยความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทการบินไทยจำกัด (มหาชน) กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยกองบินตำรวจ มีการทำสัญญาตามสัญญาเลขที่ 39- 40/62-63 โดยบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) มีหน้าที่ตามสัญญาในการรับทำการซ่อมบำรุงอากาศยานทุกชนิดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติรวมทั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดีตามระดับมาตรฐานการเดินอากาศสากลร่วมกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถจัดทำบริการสาธารณะตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดเป็นอำนาจหน้าที่ไว้ในกฎหมาย ซึ่งในคดีนี้ โจทก์อ้างว่า โจทก์ได้รับไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์จากจำเลยที่ 1 ว่า กองบินตำรวจ หน่วยงานในสังกัดจำเลยที่ 2 มีความสนใจซื้อรอกกู้ภัย (Rescue Hoist) สำหรับติดตั้งกับเฮลิคอปเตอร์จากโจทก์ ขอให้โจทก์เสนอสินค้าให้แก่จำเลยที่ 2 โจทก์จึงทำคำเสนอราคาสินค้ารอกกู้ภัยต่อจำเลยที่ 2 ผ่านกองบินตำรวจคำเชิญชวนของจำเลยที่ 1 ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้จัดทำใบขอซื้อสินค้าของโจทก์ต่อจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 2 โดยกองบินตำรวจได้ยืนยันการอนุมัติสั่งซื้อรอกกู้ภัยดังกล่าวกับโจทก์ ต่อมาจำเลยที่ 1 และกองบินตำรวจได้ร่วมกันสั่งซื้อรอกกู้ภัยจากโจทก์ กำหนดส่งมอบสินค้าให้จำเลยที่ 1 ภายใน 390 วัน โดยตกลงจัดส่งสินค้าที่กองบินตำรวจดอนเมืองโจทก์จึงสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทในต่างประเทศ ชำระค่าสินค้าและนำเข้าสินค้าเข้ามาในประเทศไทยแล้วเก็บรักษาไว้ที่สำนักงานโจทก์เพื่อรอส่งมอบให้แก่จำเลยทั้งสองตามคำสั่งซื้อดังกล่าว แต่จำเลยที่ 1 กลับมีหนังสือแจ้งยกเลิกการสั่งซื้อสินค้า ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันรับมอบสินค้าที่สั่งซื้อและชำระหนี้ค้างชำระจำนวน 23,814,123.29 บาท พร้อมดอกเบี้ย และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าเก็บสินค้าอัตราวันละ 500 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะรับมอบสินค้าจากโจทก์
จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
ศาลแพ่งเห็นว่า การทำสัญญาซื้อขายรอกกู้ภัยระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสอง โจทก์เป็นคู่สัญญาฝ่ายผู้ขายจะต้องส่งมอบรอกกู้ภัยให้แก่กองบินตำรวจซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดของจําเลยที่ 2 เพื่อให้เฮลิคอปเตอร์ซึ่งเป็นอากาศยานของจําเลยที่ 2 ใช้งานได้สมบูรณ์ อันเป็นหน้าที่ส่วนหนึ่งของจำเลยที่ 2 ในการใช้รอกกู้ภัยที่ใช้กับเฮลิคอปเตอร์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ ทางอากาศ และทางบกแต่ไม่ปรากฏว่ารอกกู้ภัยที่จำเลยทั้งสองสั่งซื้อจากโจทก์นั้นเป็นอุปกรณ์สำคัญที่จำเลยที่ 2 ใช้ในการบริการสาธารณะ คงเป็นเพียงเครื่องมือส่วนหนึ่งในการให้การบริการสาธารณะของจำเลยที่ 2 สัญญาซื้อขายดังกล่าว จึงเป็นเพียงสัญญาจัดหาพัสดุธรรมดาที่สนับสนุนการจัดทำบริการสาธารณะเท่านั้น และเป็นเพียงการประกอบกิจการเพื่อหากำไรของโจทก์และเป็นการทำสัญญามุ่งผูกพันตนระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสองด้วยใจสมัครบนพื้นฐานแห่งความเสมอภาค ไม่มีลักษณะเป็นการให้โจทก์เข้าร่วมจัดทำบริการสาธารณะโดยตรง ความสัมพันธ์ของโจทก์กับจำเลยทั้งสองไม่ใช่ความสัมพันธ์ตามกฎหมายมหาชน แต่เป็นเรื่องสิทธิและหน้าที่ในทางแพ่งของคู่สัญญาตามหลักกฎหมายเอกชน มิได้มีลักษณะเป็นสัญญาที่จะเข้าองค์ประกอบของสัญญาทางปกครองตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 สัญญาซื้อขายรอกกู้ภัยที่พิพาท จึงเป็นสัญญาทางแพ่งที่มีคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองเท่านั้น คดีจึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
ศาลปกครองกลางเห็นว่า การที่จำเลยที่ 1 สั่งซื้อสินค้ารอกกู้ภัยจากโจทก์ซึ่งเป็นผู้ขาย เพื่อใช้ในการซ่อมบำรุงอากาศยานตามความประสงค์ของเลยที่ 2 เมื่อโจทก์อ้างว่า โจทก์ได้จัดเตรียมสินค้าตามคำสั่งซื้อของจำเลยที่ 1 ครบถ้วนแล้ว จำเลยทั้งสองปฏิเสธการรับมอบสินค้าและยกเลิกคำสั่งซื้อจากโจทก์ เป็นเหตุให้โจทก์ไม่ได้รับชำระเงินจากการส่งมอบสินค้าจากจำเลยทั้งสอง ซึ่งการจะพิจารณาข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จำต้องพิจารณาว่าสินค้าที่ส่งมอบรวมทั้งงานที่จ้างเป็นไปตามสัญญาจ้างทำการซ่อมบำรุงอากาศยานและฝึกอบรมช่างระหว่างจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นสัญญาหลักหรือไม่ ดังนั้น สัญญาซื้อขายรอกกู้ภัยระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จึงเป็นสัญญาที่เกี่ยวเนื่องกับสัญญาจ้างทำการซ่อมบำรุงอากาศยานและฝึกอบรมช่างระหว่างจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นสัญญาทางปกครอง จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542
คณะกรรมการฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1 เป็นเอกชน ส่วนจำเลยที่ 2 จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 จำเลยที่ 2 จึงเป็นหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่เมื่อพิจารณาข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสองตามที่โจทก์บรรยายฟ้องเป็นเพียงสัญญาซื้อขายรอกกู้ภัยเพื่อติดตั้งกับเฮลิคอปเตอร์ของจำเลยที่ 2 โดยโจทก์มีหน้าที่ส่งมอบสินค้าตามที่ตกลงซื้อขายให้ครบถ้วนตามสัญญา และฝ่ายจำเลยมีหน้าที่ชำระเงินและรับมอบสินค้าที่ซื้อขาย สัญญาดังกล่าวจึงมิใช่สัญญาที่ให้โจทก์เข้าร่วมจัดทำบริการสาธารณะ ทั้งสัญญาพิพาทไม่มีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทานหรือสัญญาจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภคหรือสัญญาแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ อันจะถือว่าเป็น "สัญญาทางปกครอง" ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 เมื่อโจทก์กับจำเลยทั้งสองพิพาทกันตามสัญญาซื้อขายรอกกู้ภัย (Rescue Hoist) ซึ่งเป็นสัญญาทางแพ่ง กรณีจึงเป็นข้อพิพาทตามสัญญาทางแพ่งที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม และแม้ว่าการที่จำเลยที่ 1 สั่งซื้อสินค้ารอกกู้ภัยจากโจทก์จะเป็นการดำเนินงานตามสัญญาจ้างทำการซ่อมบำรุงอากาศยานและฝึกอบรมช่าง ตามสัญญาเลขที่ 39/62-63 และสัญญาเลขที่ 40/62-63 ระหว่างจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 แต่สัญญาดังกล่าวก็เป็นนิติสัมพันธ์ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 มิได้เกี่ยวข้องกับโจทก์ และแยกออกได้จากสัญญาซื้อขายรอกกู้ภัยระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสอง เมื่อโจทก์และจำเลยทั้งสองพิพาทกันตามสัญญาซื้อขายรอกกู้ภัย (Rescue Hoist) ข้อพิพาทตามคำฟ้องในคดีนี้จึงมิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ที่จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง หากแต่เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางแพ่งที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
53/2567
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4)