คำสั่งคำร้องที่ ท.ที่ 288/2567 ฉบับเต็ม

#710897
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำสั่งคำร้องที่ ท. 288/2567 อัยการสูงสุด ผู้ร้อง นาง ก. ผู้คัดค้าน นาย ส. ผู้ถูกกล่าวหา ป.วิ.อ. มาตรา 46 ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 46 ที่บัญญัติให้การพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาหมายความเพียงว่า ถ้ามีคำพิพากษาคดีส่วนอาญาถึงที่สุดแล้ว ในการพิจารณาพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา เมื่อคดีอาญาที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นโจทก์ฟ้อง ร. เป็นจำเลยยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น คดียังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ประกอบกับศาลฎีกาทำคำพิพากษาคดีนี้เสร็จแล้ว และอยู่ในระหว่างการนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาของศาลชั้นต้น กรณีจึงไม่มีเหตุอันสมควรที่จะให้งดการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาและอนุญาตให้ผู้ถูกกล่าวหายื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมตามขอได้ ___________________________ ผู้ร้องและผู้คัดค้านทั้งห้าไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ทรัพย์สินในชื่อผู้คัดค้านที่ 1 ถึงที่ 3 ตามรายการในคำพิพากษาศาลชั้นต้นตกเป็นของแผ่นดิน ให้ผู้คัดค้านที่ 1 ถึงที่ 3 ส่งมอบเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเงินหรือทรัพย์สินที่มีคำพิพากษาให้ตกเป็นของแผ่นดิน หรือเอกสารที่เกี่ยวกับการรับช่วงทรัพย์ของเงินหรือทรัพย์สินดังกล่าว พร้อมกับให้โอนกรรมสิทธิ์หรือชำระเงินพร้อมดอกผลข้างต้นแก่แผ่นดินโดยกระทรวงการคลัง ถ้าไม่โอนให้ถือเอาคำสั่งของศาลแทนการแสดงเจตนาให้ยกคำขอในส่วนทรัพย์สินที่ไม่มีคำสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดิน และคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้อง ผู้ถูกกล่าวหาและผู้คัดค้านที่ 1 ถึงที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ทรัพย์สินในชื่อของผู้ถูกกล่าวหา ผู้คัดค้านที่ 1 ถึงที่ 3 และผู้คัดค้านที่ 5 ตามรายการในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมดอกผลของเงินหรือทรัพย์สินที่เกิดขึ้นตกเป็นของแผ่นดิน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีอยู่ระหว่างการนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ผู้ถูกกล่าวหายื่นคำร้องนี้ (รวม 3 ฉบับ) ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำร้องของผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่าคดีนี้มีข้อเท็จจริงเกิดขึ้นใหม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาศาลฎีกา ขอให้งดการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาและขอยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมในชั้นฎีกาโดยผู้ถูกกล่าวหาเป็นโจทก์ฟ้องนาย ร. เป็นจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.1004/2566 ของศาลจังหวัดนนทบุรี เรื่องความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ในกรณีนาย ร. ให้การต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่า ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ซื้อและเป็นเจ้าของทองคำพิพาทในคดีนี้ ซึ่งศาลจังหวัดนนทบุรีไต่สวนมูลฟ้องและมีคำสั่งให้ประทับรับฟ้องไว้พิจารณาแล้วข้อเท็จจริงและผลของคำพิพากษาคดีดังกล่าวมีผลโดยตรงต่อประเด็นสำคัญในคดีนี้ และสามารถเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาคดีนี้ นั้น เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 ที่บัญญัติให้การพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาหมายความเพียงว่า ถ้ามีคำพิพากษาคดีส่วนอาญาถึงที่สุดแล้ว ในการพิจารณาพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา เมื่อคดีอาญาที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นโจทก์ฟ้องนาย ร. เป็นจำเลยยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น คดียังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ประกอบกับศาลฎีกาทำคำพิพากษาคดีนี้เสร็จแล้ว และอยู่ในระหว่างการนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาของศาลชั้นต้น กรณีจึงไม่มีเหตุอันสมควรที่จะให้งดการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาและอนุญาตให้ผู้ถูกกล่าวหายื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมตามขอได้ ให้ยกคำร้อง และไม่รับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ของผู้ถูกกล่าวหา ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาต่อไป (ดุสิต ฉิมพลีย์-สถาพร ดาโรจน์-จักรกฤษณ์ เจนเจษฎา) - - แหล่งที่มา หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ท.508/2567 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
710897
courts
[
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    },
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082560149"
    }
}
date
2567
deka_no
288/2567
deka_running_no
288
deka_year
2567
department
แผนก
judges
[
    "ดุสิต ฉิมพลีย์",
    "สถาพร ดาโรจน์",
    "จักรกฤษณ์ เจนเจษฎา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 46"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "อัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นาง ก."
    },
    {
        "role": "ผู้ถูกกล่าวหา",
        "name": "นาย ส."
    }
]
long_text
ผู้ร้องและผู้คัดค้านทั้งห้าไม่ได้รับสำเนาคำร้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ทรัพย์สินในชื่อผู้คัดค้านที่ 1 ถึงที่ 3 ตามรายการในคำพิพากษาศาลชั้นต้นตกเป็นของแผ่นดิน ให้ผู้คัดค้านที่ 1 ถึงที่ 3 ส่งมอบเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเงินหรือทรัพย์สินที่มีคำพิพากษาให้ตกเป็นของแผ่นดิน หรือเอกสารที่เกี่ยวกับการรับช่วงทรัพย์ของเงินหรือทรัพย์สินดังกล่าว พร้อมกับให้โอนกรรมสิทธิ์หรือชำระเงินพร้อมดอกผลข้างต้นแก่แผ่นดินโดยกระทรวงการคลัง ถ้าไม่โอนให้ถือเอาคำสั่งของศาลแทนการแสดงเจตนาให้ยกคำขอในส่วนทรัพย์สินที่ไม่มีคำสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดิน และคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้อง ผู้ถูกกล่าวหาและผู้คัดค้านที่ 1 ถึงที่ 3 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ทรัพย์สินในชื่อของผู้ถูกกล่าวหา ผู้คัดค้านที่ 1 ถึงที่ 3 และผู้คัดค้านที่ 5 ตามรายการในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมดอกผลของเงินหรือทรัพย์สินที่เกิดขึ้นตกเป็นของแผ่นดิน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

คดีอยู่ระหว่างการนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา

ผู้ถูกกล่าวหายื่นคำร้องนี้ (รวม 3 ฉบับ)

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำร้องของผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่าคดีนี้มีข้อเท็จจริงเกิดขึ้นใหม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาศาลฎีกา ขอให้งดการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาและขอยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมในชั้นฎีกาโดยผู้ถูกกล่าวหาเป็นโจทก์ฟ้องนาย ร. เป็นจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.1004/2566 ของศาลจังหวัดนนทบุรี เรื่องความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ในกรณีนาย ร. ให้การต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่า ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ซื้อและเป็นเจ้าของทองคำพิพาทในคดีนี้ ซึ่งศาลจังหวัดนนทบุรีไต่สวนมูลฟ้องและมีคำสั่งให้ประทับรับฟ้องไว้พิจารณาแล้วข้อเท็จจริงและผลของคำพิพากษาคดีดังกล่าวมีผลโดยตรงต่อประเด็นสำคัญในคดีนี้ และสามารถเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาคดีนี้ นั้น เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 ที่บัญญัติให้การพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาหมายความเพียงว่า ถ้ามีคำพิพากษาคดีส่วนอาญาถึงที่สุดแล้ว ในการพิจารณาพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา เมื่อคดีอาญาที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นโจทก์ฟ้องนาย ร. เป็นจำเลยยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น คดียังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ประกอบกับศาลฎีกาทำคำพิพากษาคดีนี้เสร็จแล้ว และอยู่ในระหว่างการนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาของศาลชั้นต้น กรณีจึงไม่มีเหตุอันสมควรที่จะให้งดการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาและอนุญาตให้ผู้ถูกกล่าวหายื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมตามขอได้ ให้ยกคำร้อง และไม่รับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ของผู้ถูกกล่าวหา ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาต่อไป
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\006005.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ท.508/2567
type
คำสั่งคำร้องที่ ท.
year
2567