คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4637/2567 ฉบับเต็ม

#711761
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4637/2567 นาย อ. โจทก์ นาย น. กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 27, มาตรา 142 (5), มาตรา 184 วรรคสอง, มาตรา 199 วรรคสอง, มาตรา 243 (2), มาตรา 246, มาตรา 252 ป.วิ.พ. มาตรา 184 วรรคสอง บัญญัติว่า "ในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน ให้ศาลออกหมายกำหนดวันนัดสืบพยานส่งให้คู่ความทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบวัน" การที่ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยที่ 7 แล้วนัดฟังคำพิพากษาไปโดยมิได้แจ้งวันนัดสืบพยานให้จำเลยอื่นซึ่งเป็นคู่ความที่มิได้มาศาลในวันที่ศาลชั้นต้นกำหนดวันนัดสืบพยานทราบ จึงไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าว แม้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยอื่นที่ไม่ได้มาศาลในวันกำหนดนัดสืบพยานขาดนัดยื่นคำให้การแล้วก็ตาม เพราะจำเลยอื่นที่ขาดนัดยื่นคำให้การนี้ยังคงมีสิทธิถามค้านพยานโจทก์ได้ เพียงแต่จะนำสืบพยานหลักฐานของตนไม่ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 199 วรรคสอง ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยที่ 7 ที่ 32 ที่ 34 และที่ 40 ในวันที่ 25 ถึง 27 พฤศจิกายน 2563 โดยมิได้แจ้งวันนัดสืบพยานให้จำเลยอื่นที่ขาดนัดยื่นคำให้การและมิได้มาศาลทราบและต่อมามีการสืบพยานตามที่กำหนดนัดไว้ แล้วศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาโดยมิได้แจ้งวันนัดให้จำเลยอื่นที่ขาดนัดยื่นคำให้การดังกล่าวทราบ จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ และไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติว่าด้วยการพิจารณาคดี ศาลฎีกาเห็นสมควรเพิกถอนกระบวนพิจารณาตั้งแต่การนัดสืบพยานเป็นต้นไปตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 252 ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 252 ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่สิบหกจดทะเบียนยกเลิกหรือเพิกถอนรายการจดทะเบียนที่ดินโฉนดเลขที่ 71108 ประเภทภาระจำยอม 15 ครั้ง ครั้งที่ 1 วันที่ 2 ธันวาคม 2536 ครั้งที่ 2 วันที่ 18 มกราคม 2537 ครั้งที่ 3 วันที่ 18 มกราคม 2537 ครั้งที่ 4 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 9 โฉนด ครั้งที่ 5 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 8 โฉนด ครั้งที่ 6 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 6 โฉนด ครั้งที่ 7 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 7 โฉนด ครั้งที่ 8 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 8 โฉนด ครั้งที่ 9 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 9 โฉนด ครั้งที่ 10 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 8 โฉนด ครั้งที่ 11 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 6 โฉนด ครั้งที่ 12 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 7 โฉนด ครั้งที่ 13 วันที่ 23 มกราคม 2537 ครั้งที่ 14 วันที่ 18 มีนาคม 2537 และครั้งที่ 15 วันที่ 10 มีนาคม 2538 หากจำเลยทั้งสี่สิบหกไม่ไปจดทะเบียนยกเลิกหรือเพิกถอนภาระจำยอม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสี่สิบหก ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฟ้องจำเลยที่ 14 และที่ 45 ซึ่งถึงแก่ความตายไปก่อนแล้ว จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 ที่ 8 ถึงที่ 13 ที่ 15 ถึงที่ 31 ที่ 33 ที่ 35 ถึงที่ 39 ที่ 41 ถึงที่ 44 และที่ 46 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 7 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 32 ที่ 34 และที่ 40 ให้การขอให้ยกฟ้อง แต่หลังจากศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยแล้ว จำเลยที่ 32 ที่ 34 และที่ 40 ขอถอนคำให้การ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 13 ที่ 15 ถึงที่ 44 และที่ 46 จดทะเบียนยกเลิกหรือเพิกถอนรายการจดทะเบียนที่ดินโฉนดเลขที่ 71108 ประเภทภาระจำยอม จำนวน 15 ครั้ง ครั้งที่ 1 วันที่ 2 ธันวาคม 2536 ครั้งที่ 2 วันที่ 18 มกราคม 2537 ครั้งที่ 3 วันที่ 18 มกราคม 2537 ครั้งที่ 4 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 9 โฉนด ครั้งที่ 5 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 8 โฉนด ครั้งที่ 6 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 6 โฉนด ครั้งที่ 7 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 7 โฉนด ครั้งที่ 8 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 8 โฉนด ครั้งที่ 9 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 9 โฉนด ครั้งที่ 10 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 8 โฉนด ครั้งที่ 11 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 6 โฉนด ครั้งที่ 12 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 7 โฉนด ครั้งที่ 13 วันที่ 27 มกราคม 2537 ครั้งที่ 14 วันที่ 18 มีนาคม 2537 ครั้งที่ 15 วันที่ 10 มีนาคม 2537 เฉพาะในส่วนของที่ดินสามยทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 13 และที่ 15 ถึงที่ 44 และที่ 46 ยกเว้นที่ดินสามยทรัพย์ของจำเลยที่ 14 และที่ 45 ซึ่งมีคำสั่งไม่รับฟ้อง หากจำเลยที่ 1 ถึงที่ 13 และที่ 15 ถึงที่ 44 และที่ 46 ไม่ไปจดทะเบียนยกเลิกหรือเพิกถอนภาระจำยอม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 13 และที่ 15 ถึงที่ 44 และที่ 46 ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เป็นพับ จำเลยที่ 7 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนการจดทะเบียนภาระจำยอมในที่ดินโฉนดเลขที่ 71108 เฉพาะที่ดินโฉนดเลขที่ 9181, 73391, 73398, 68109,183230,183231, 183232, 183233, 183234, 183235, 183236, 73392, 73393 และ 73394 คำขออื่นให้ยกค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาเห็นควรวินิจฉัยก่อนว่า การที่ศาลชั้นต้นกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 และนัดสืบพยานจำเลยที่ 7 ที่ 32 ที่ 34 และที่ 40 ในวันที่ 26 และ 27 พฤศจิกายน 2563 โดยมิได้แจ้งวันนัดสืบพยานดังกล่าวให้จำเลยอื่นที่ขาดนัดยื่นคำให้การและมิได้มาศาลทราบ ต่อมามีการสืบพยานตามที่กำหนดนัดไว้เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 184 วรรคสอง บัญญัติว่า "ในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน ให้ศาลออกหมายกำหนดวันนัดสืบพยานส่งให้คู่ความทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบวัน" การที่ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยที่ 7 แล้วนัดฟังคำพิพากษาไปโดยมิได้แจ้งวันนัดสืบพยานให้จำเลยอื่นซึ่งเป็นคู่ความที่มิได้มาศาลในวันที่ศาลชั้นต้นกำหนดวันนัดสืบพยานทราบ จึงไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าว แม้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยอื่นที่ไม่ได้มาศาลในวันกำหนดนัดสืบพยานขาดนัดยื่นคำให้การแล้วก็ตาม เพราะจำเลยอื่นที่ขาดนัดยื่นคำให้การนี้ยังคงมีสิทธิถามค้านพยานโจทก์ได้ เพียงแต่จะนำสืบพยานหลักฐานของตนไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 วรรคสอง ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยที่ 7 ที่ 32 ที่ 34 และที่ 40 ในวันที่ 25 ถึง 27 พฤศจิกายน 2563 โดยมิได้แจ้งวันนัดสืบพยานให้จำเลยอื่นที่ขาดนัดยื่นคำให้การและมิได้มาศาลทราบและต่อมามีการสืบพยานตามที่กำหนดนัดไว้ แล้วศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาโดยมิได้แจ้งวันนัดให้จำเลยอื่นที่ขาดนัดยื่นคำให้การดังกล่าวทราบ จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ และไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติว่าด้วยการพิจารณาคดี ศาลฎีกาเห็นสมควรเพิกถอนกระบวนพิจารณาตั้งแต่การนัดสืบพยานเป็นต้นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 252 ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 252 เมื่อปรากฏเหตุที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการพิจารณา ศาลฎีกาจำต้องส่งสำนวนคืนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาใหม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (2) ประกอบมาตรา 252 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 กับเพิกถอนกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นตั้งแต่การนัดสืบพยานเป็นต้นไป ให้ศาลชั้นต้นกำหนดวันนัดสืบพยานแล้วพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี คืนค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่จำเลยที่ 7 และค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่โจทก์ ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อพิพากษาใหม่ (วิชัย ตัญศิริ-พงษ์ธร จันทร์อุดม-วิทยา พรหมประสิทธิ์) ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายดุลประภัสสร์ มุลพรม ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นางรุ่งรัตน์ วิจิตรจงกล แหล่งที่มา สรรหาฎีกาเด็ด แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.501/2566 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
711761
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพิษณุโลก",
        "judge": "นายดุลประภัสสร์ มุลพรม"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นางรุ่งรัตน์ วิจิตรจงกล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081939787"
    }
}
date
2567
deka_no
4637/2567
deka_running_no
4637
deka_year
2567
department
แผนก
judges
[
    "วิชัย ตัญศิริ",
    "พงษ์ธร จันทร์อุดม",
    "วิทยา พรหมประสิทธิ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 27",
            "ม. 142 (5)",
            "ม. 184 วรรคสอง",
            "ม. 199 วรรคสอง",
            "ม. 243 (2)",
            "ม. 246",
            "ม. 252"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย อ."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย น. กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่สิบหกจดทะเบียนยกเลิกหรือเพิกถอนรายการจดทะเบียนที่ดินโฉนดเลขที่ 71108 ประเภทภาระจำยอม 15 ครั้ง ครั้งที่ 1 วันที่ 2 ธันวาคม 2536 ครั้งที่ 2 วันที่ 18 มกราคม 2537 ครั้งที่ 3 วันที่ 18 มกราคม 2537 ครั้งที่ 4 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 9 โฉนด ครั้งที่ 5 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 8 โฉนด ครั้งที่ 6 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 6 โฉนด ครั้งที่ 7 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 7 โฉนด ครั้งที่ 8 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 8 โฉนด ครั้งที่ 9 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 9 โฉนด ครั้งที่ 10 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 8 โฉนด ครั้งที่ 11 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 6 โฉนด ครั้งที่ 12 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 7 โฉนด ครั้งที่ 13 วันที่ 23 มกราคม 2537 ครั้งที่ 14 วันที่ 18 มีนาคม 2537 และครั้งที่ 15 วันที่ 10 มีนาคม 2538 หากจำเลยทั้งสี่สิบหกไม่ไปจดทะเบียนยกเลิกหรือเพิกถอนภาระจำยอม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสี่สิบหก

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฟ้องจำเลยที่ 14 และที่ 45 ซึ่งถึงแก่ความตายไปก่อนแล้ว

จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 ที่ 8 ถึงที่ 13 ที่ 15 ถึงที่ 31 ที่ 33 ที่ 35 ถึงที่ 39 ที่ 41 ถึงที่ 44 และที่ 46 ขาดนัดยื่นคำให้การ

จำเลยที่ 7 ให้การขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 32 ที่ 34 และที่ 40 ให้การขอให้ยกฟ้อง แต่หลังจากศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยแล้ว จำเลยที่ 32 ที่ 34 และที่ 40 ขอถอนคำให้การ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 13 ที่ 15 ถึงที่ 44 และที่ 46 จดทะเบียนยกเลิกหรือเพิกถอนรายการจดทะเบียนที่ดินโฉนดเลขที่ 71108 ประเภทภาระจำยอม จำนวน 15 ครั้ง ครั้งที่ 1 วันที่ 2 ธันวาคม 2536 ครั้งที่ 2 วันที่ 18 มกราคม 2537 ครั้งที่ 3 วันที่ 18 มกราคม 2537 ครั้งที่ 4 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 9 โฉนด ครั้งที่ 5 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 8 โฉนด ครั้งที่ 6 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 6 โฉนด ครั้งที่ 7 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 7 โฉนด ครั้งที่ 8 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 8 โฉนด ครั้งที่ 9 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 9 โฉนด ครั้งที่ 10 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 8 โฉนด ครั้งที่ 11 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 6 โฉนด ครั้งที่ 12 วันที่ 26 มกราคม 2537 รวม 7 โฉนด ครั้งที่ 13 วันที่ 27 มกราคม 2537 ครั้งที่ 14 วันที่ 18 มีนาคม 2537 ครั้งที่ 15 วันที่ 10 มีนาคม 2537 เฉพาะในส่วนของที่ดินสามยทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 13 และที่ 15 ถึงที่ 44 และที่ 46 ยกเว้นที่ดินสามยทรัพย์ของจำเลยที่ 14 และที่ 45 ซึ่งมีคำสั่งไม่รับฟ้อง หากจำเลยที่ 1 ถึงที่ 13 และที่ 15 ถึงที่ 44 และที่ 46 ไม่ไปจดทะเบียนยกเลิกหรือเพิกถอนภาระจำยอม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 13 และที่ 15 ถึงที่ 44 และที่ 46 ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เป็นพับ

จำเลยที่ 7 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนการจดทะเบียนภาระจำยอมในที่ดินโฉนดเลขที่ 71108 เฉพาะที่ดินโฉนดเลขที่ 9181, 73391, 73398, 68109,183230,183231, 183232, 183233, 183234, 183235, 183236, 73392, 73393 และ 73394 คำขออื่นให้ยกค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาเห็นควรวินิจฉัยก่อนว่า การที่ศาลชั้นต้นกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 และนัดสืบพยานจำเลยที่ 7 ที่ 32 ที่ 34 และที่ 40 ในวันที่ 26 และ 27 พฤศจิกายน 2563 โดยมิได้แจ้งวันนัดสืบพยานดังกล่าวให้จำเลยอื่นที่ขาดนัดยื่นคำให้การและมิได้มาศาลทราบ ต่อมามีการสืบพยานตามที่กำหนดนัดไว้เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 184 วรรคสอง บัญญัติว่า "ในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน ให้ศาลออกหมายกำหนดวันนัดสืบพยานส่งให้คู่ความทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบวัน" การที่ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยที่ 7 แล้วนัดฟังคำพิพากษาไปโดยมิได้แจ้งวันนัดสืบพยานให้จำเลยอื่นซึ่งเป็นคู่ความที่มิได้มาศาลในวันที่ศาลชั้นต้นกำหนดวันนัดสืบพยานทราบ จึงไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าว แม้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยอื่นที่ไม่ได้มาศาลในวันกำหนดนัดสืบพยานขาดนัดยื่นคำให้การแล้วก็ตาม เพราะจำเลยอื่นที่ขาดนัดยื่นคำให้การนี้ยังคงมีสิทธิถามค้านพยานโจทก์ได้ เพียงแต่จะนำสืบพยานหลักฐานของตนไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 วรรคสอง ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยที่ 7 ที่ 32 ที่ 34 และที่ 40 ในวันที่ 25 ถึง 27 พฤศจิกายน 2563 โดยมิได้แจ้งวันนัดสืบพยานให้จำเลยอื่นที่ขาดนัดยื่นคำให้การและมิได้มาศาลทราบและต่อมามีการสืบพยานตามที่กำหนดนัดไว้ แล้วศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาโดยมิได้แจ้งวันนัดให้จำเลยอื่นที่ขาดนัดยื่นคำให้การดังกล่าวทราบ จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ และไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติว่าด้วยการพิจารณาคดี ศาลฎีกาเห็นสมควรเพิกถอนกระบวนพิจารณาตั้งแต่การนัดสืบพยานเป็นต้นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 252 ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 252 เมื่อปรากฏเหตุที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการพิจารณา ศาลฎีกาจำต้องส่งสำนวนคืนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาใหม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (2) ประกอบมาตรา 252

พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 กับเพิกถอนกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นตั้งแต่การนัดสืบพยานเป็นต้นไป ให้ศาลชั้นต้นกำหนดวันนัดสืบพยานแล้วพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี คืนค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่จำเลยที่ 7 และค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่โจทก์ ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อพิพากษาใหม่
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สรรหาฎีกาเด็ด
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000018.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.501/2566
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2567