ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 10/2568
ศาลปกครองกลาง
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลแขวงดอนเมือง
ศาลผู้รับความเห็น
นาย ช.
ผู้ฟ้องคดี
เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
ผู้ถูกฟ้องคดี
พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา
คดีที่ นาย ช. ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ที่ 1 คณะอนุกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองเกี่ยวกับการร้องทุกข์ ที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดี ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งที่ให้เพิกถอนสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านของผู้ฟ้องคดีและเรียกคืนเงินค่าเช่าบ้านที่ผู้ฟ้องคดีเบิกไปโดยไม่มีสิทธิ ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 พิจารณาเรื่องร้องทุกข์ของผู้ฟ้องคดีให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองหรือยุติการดำเนินการใด ๆ กับผู้ฟ้องคดีอันเกี่ยวเนื่องกับการเพิกถอนสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านของผู้ฟ้องคดีไว้จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา และให้เพิกถอนมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ที่ให้ยกคำร้องทุกข์ของผู้ฟ้องคดีในส่วนคำขอให้เพิกถอนคำสั่งที่ให้เพิกถอนสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านของผู้ฟ้องคดี
ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองให้การว่า คำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ตามหนังสือดังกล่าวที่เพิกถอนสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านของผู้ฟ้องคดี และให้ผู้ฟ้องคดีคืนเงินที่เบิกจ่ายไปเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้พิจารณาคำร้องทุกข์ของผู้ฟ้องคดีเสร็จสิ้น โดยผู้ฟ้องคดีได้รับทราบมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 แล้ว ขอให้ยกฟ้อง
ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า ประเด็นพิพาทในส่วนที่เรียกคืนค่าเช่าบ้านเป็นประเด็นเกี่ยวกับการโต้แย้งการเรียกเงินค่าเช่าบ้านคืน ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
ศาลปกครองกลางพิจารณาแล้วเห็นว่า การที่ผู้ฟ้องคดีขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนคำสั่งและและมติดังกล่าวและให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 พิจารณาเรื่องร้องทุกข์ของผู้ฟ้องคดีให้แล้วเสร็จโดยเร็ว จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) และ (2) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542
ศาลแขวงดอนเมืองพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อพิพาทตามคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีจึงเป็นการโต้แย้งสิทธิตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม ส่วนที่ผู้ฟ้องคดีมีคำขอในส่วนอื่นมาด้วยนั้น ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มิได้โต้แย้งว่าเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม จึงมิใช่กรณีที่ศาลแขวงดอนเมืองต้องให้ความเห็นตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 และข้อบังคับคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ว่าด้วยวิธีการเสนอเรื่อง การพิจารณาและวินิจฉัย พ.ศ. 2544 ดังนั้น ข้อพิพาทตามฟ้องและคำขอข้อ 1 ของผู้ฟ้องคดีมิใช่ข้อพิพาทที่อยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง แต่เป็นข้อพิพาทที่อยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
คณะกรรมการพิจารณาแล้ว เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 เป็นข้าราชการฝ่ายศาลปกครองขึ้นตรงต่อประธานศาลปกครองสูงสุด มีหน้าที่ควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งราชการของสำนักงานศาลปกครอง และเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสำนักงานศาลปกครอง ส่วนคณะอนุกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองเกี่ยวกับการร้องทุกข์ โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลการบริหารราชการศาลปกครอง และสำนักงานศาลปกครอง ในส่วนที่ไม่อยู่ในอำนาจของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ก.ศป. หรือ ก.ขป. ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ แบบแผน ประเพณีปฏิบัติของทางราชการและนโยบายของประธานศาลปกครองสูงสุด ตามมาตรา 78 และมาตรา 41/8 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 จึงเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน การที่ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่าการออกคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่ให้เพิกถอนสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านของผู้ฟ้องคดี และมติที่ประชุมของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ที่ให้ยกคำร้องทุกข์ของผู้ฟ้องคดี ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้เพิกถอนคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่ให้เพิกถอนสิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 พิจารณาเรื่องร้องทุกข์ของผู้ฟ้องคดีให้แล้วเสร็จโดยเร็วและเพิกถอนมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 กรณีดังกล่าวตามคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) และ (2) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ส่วนข้อพิพาทระหว่างผู้ฟ้องคดีกับผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ในส่วนที่เรียกให้ผู้ฟ้องคดีคืนเงินค่าเช่าบ้านที่เบิกไปโดยไม่มีสิทธิแก่สำนักงานศาลปกครองระยองภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือนั้น เป็นเพียงหนังสือทวงถามให้ชำระเงินให้แก่หน่วยงานทางปกครองเท่านั้น จึงไม่ได้มีสถานะเป็นคำสั่งทางปกครองแต่อย่างใด แต่เมื่อการออกหนังสือทวงถามเป็นเรื่องสืบเนื่องมาจากการออกคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่ให้เพิกถอนสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านผู้ฟ้องคดี และคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลในเรื่องดังกล่าวย่อมมีผลกระทบต่อผู้ฟ้องคดี จึงเห็นควรให้พิจารณาพิพากษาโดยศาลเดียวกัน
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
10/2568
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1)