ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8267/2567
นาย พ.
โจทก์
บริษัท ส.
จำเลย
พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 มาตรา 25 วรรคหนึ่ง, มาตรา 26 วรรคหนึ่ง, มาตรา 26 วรรคสอง
เมื่อปรากฏว่าในวันไกล่เกลี่ย ให้การ และสืบพยาน จำเลยและทนายจำเลยไม่มาศาล แต่ทนายจำเลยมอบฉันทะให้ ว. ยื่นคำร้องของทนายจำเลยขอเลื่อนคดีอ้างว่าทนายจำเลยติดว่าความที่ศาลอื่นซึ่งนัดไว้ก่อนแล้ว จำเลยประสงค์ไกล่เกลี่ยกับโจทก์หากไม่สามารถตกลงกันได้จำเลยประสงค์ใช้สิทธิยื่นคำให้การโดยขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การไปในนัดหน้า แต่ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน ย่อมเป็นพฤติการณ์ที่แสดงว่าคู่ความไม่อาจตกลงหรือประนีประนอมยอมความกันได้ เมื่อจำเลยและทนายจำเลยไม่มาศาลโดยทนายจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การไปในนัดหน้า ศาลชั้นต้นจึงต้องดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง กล่าวคือ ต้องจัดให้มีการสอบถามคำให้การของจำเลยโดยจำเลยมีสิทธิจะยื่นคำให้การเป็นหนังสือหรือจะให้การด้วยวาจาก็ได้ ถ้าจำเลยไม่ให้การและไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้ขยายระยะเวลายื่นคำให้การ จึงจะมีผลตามมาตรา 26 วรรคสอง คือให้ถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ การที่ศาลชั้นต้นไม่ได้จัดให้มีการสอบถามคำให้การของจำเลยโดยให้โอกาสจำเลยให้การภายในนัดหน้าหรือภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด แต่กลับมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำให้การและถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การในทันทีและพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวจนเสร็จการพิจารณาและมีคำพิพากษาในวันนั้นย่อมเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่มิชอบด้วยมาตรา 26 วรรคหนึ่ง และ วรรคสอง
___________________________
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 3,909,475.49 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 1,379,355 บาท และค่าขาดประโยชน์วันละ 6,896.70 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยยังไม่ได้ยื่นคำให้การ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้จำเลยชำระเงิน 2,069,025 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 1,379,355 บาท นับแต่วันที่ 11 มีนาคม 2563 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท สำหรับค่าฤชาธรรมเนียมที่โจทก์ได้รับยกเว้นนั้นให้จำเลยนำมาชำระต่อศาลในนามของโจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษายืน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการในศาลชั้นต้นและค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
จำเลยฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันในชั้นนี้ฟังยุติว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นนัดไกล่เกลี่ย ให้การ และสืบพยานโจทก์ในวันที่ 15 มีนาคม 2564 เมื่อถึงวันนัดโจทก์และทนายโจทก์มาศาล ส่วนจำเลยและทนายจำเลยไม่มา โดยทนายจำเลยมอบฉันทะให้นายวีรวุฒิ ยื่นคำร้องของทนายจำเลยขอเลื่อนคดีอ้างว่า ทนายจำเลยติดว่าความที่ศาลจังหวัดอุบลราชธานีซึ่งนัดไว้ก่อนแล้ว จำเลยประสงค์ไกล่เกลี่ยกับโจทก์ หากไม่สามารถตกลงกันได้ จำเลยประสงค์ใช้สิทธิยื่นคำให้การต่อสู้คดีโดยขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การไปในนัดหน้า ทนายโจทก์แถลงคัดค้านว่า ศาลกำหนดวันนัดไว้ล่วงหน้ากว่า 5 เดือน และโจทก์ไม่มีความประสงค์ที่จะไกล่เกลี่ยเพราะเคยเจรจากันหลายครั้งแล้วแต่ตกลงกันไม่ได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า แม้ทนายจำเลยติดว่าความที่ศาลอื่น แต่สามารถทำคำให้การให้ผู้รับมอบฉันทะนำมายื่นต่อศาลได้ การไม่นำมายื่นถือได้ว่าจำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การ ประกอบกับฝ่ายโจทก์ไม่ประสงค์ที่จะไกล่เกลี่ยกับฝ่ายจำเลย จึงไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำให้การ ถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การให้พิจารณาคดีไปฝ่ายเดียว แล้วศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ส่งพยานเอกสารแทนการสืบพยานและมีคำพิพากษาในวันเดียวกัน
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบหรือไม่ เห็นว่า ในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้ซึ่งเป็นคดีผู้บริโภคต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 ซึ่งมาตรา 25 วรรคหนึ่ง กำหนดให้ศาลต้องดำเนินการไกล่เกลี่ยเพื่อให้คู่ความได้ตกลงหรือประนีประนอมยอมความกันก่อน และมาตรา 26 วรรคหนึ่ง กำหนดว่า ถ้าคู่ความไม่อาจตกลงกันหรือไม่อาจประนีประนอมยอมความกันได้และจำเลยยังไม่ได้ยื่นคำให้การ ให้ศาลจัดให้มีการสอบคำให้การของจำเลย โดยจำเลยจะยื่นคำให้การเป็นหนังสือหรือจะให้การด้วยวาจาก็ได้ ให้ศาลจัดให้มีการบันทึกคำให้การนั้นและให้จำเลยลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ และตามวรรคสอง กำหนดว่า ถ้าจำเลยไม่ให้การตามวรรคหนึ่งและไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้ขยายระยะเวลายื่นคำให้การ ให้ถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ดังนั้น เมื่อปรากฏว่าในวันไกล่เกลี่ย ให้การ และสืบพยาน จำเลยและทนายจำเลยไม่มาศาล แต่ทนายจำเลยมอบฉันทะให้นายวีรวุฒิยื่นคำร้องของทนายจำเลยขอเลื่อนคดีอ้างว่า ทนายจำเลยติดว่าความที่ศาลจังหวัดอุบลราชธานีซึ่งนัดไว้ก่อนแล้ว จำเลยประสงค์ไกล่เกลี่ยกับโจทก์ หากไม่สามารถตกลงกันได้ จำเลยประสงค์ใช้สิทธิยื่นคำให้การต่อสู้คดีโดยขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การไปในนัดหน้า แต่ทนายโจทก์แถลงคัดค้านว่า ศาลกำหนดวันนัดไว้ล่วงหน้ากว่า 5 เดือน และโจทก์ไม่มีความประสงค์ที่จะไกล่เกลี่ยเพราะเคยเจรจากันหลายครั้งแล้วแต่ตกลงกันไม่ได้ ย่อมเป็นพฤติการณ์ที่แสดงว่าคู่ความไม่อาจตกลงหรือประนีประนอมยอมความกันได้ เมื่อจำเลยและทนายจำเลยไม่มาศาลโดยทนายจำเลยยื่นคำร้องแสดงความประสงค์ขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การไปในนัดหน้า ศาลชั้นต้นจึงต้องดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง กล่าวคือ ต้องจัดให้มีการสอบถามคำให้การของจำเลย โดยจำเลยมีสิทธิจะยื่นคำให้การเป็นหนังสือหรือจะให้การด้วยวาจาก็ได้ ถ้าจำเลยไม่ให้การและไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้ขยายระยะเวลายื่นคำให้การ จึงจะมีผลตามมาตรา 26 วรรคสอง คือให้ถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ การที่ศาลชั้นต้นไม่ได้จัดให้มีการสอบถามคำให้การของจำเลย โดยให้โอกาสจำเลยให้การภายในนัดหน้าหรือภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด แต่กลับมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำให้การและถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การในทันทีแล้วพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวจนเสร็จการพิจารณาและมีคำพิพากษาในวันนั้น ย่อมเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่มิชอบด้วยพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง และที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนมานั้น ย่อมเป็นคำพิพากษาที่มิชอบไปด้วย เมื่อจำเลยแสดงความประสงค์จะต่อสู้คดีมาโดยตลอด กรณีมีเหตุอันสมควรยกคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองแล้วให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (2) , 252 ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 เมื่อวินิจฉัยเช่นนี้แล้วกรณีไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาอื่นตามฎีกาของจำเลยต่อไป ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น
พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ตั้งแต่สอบถามคำให้การของจำเลยแล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
(ชวลิต อิศรเดช-ทวีศักดิ์ อุนนาทรรัตนกุล-ศตวรรษ ทาแก้ว)
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายทวีศักดิ์ นคนันท์
ศาลอุทธรณ์ - นายน้ำเพชร ปานะถึก
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ผบ.(พ)124/2567
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ