คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7212/2567 ฉบับเต็ม

#712132
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7212/2567 นาง ส. โจทก์ นาย ช. กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 264, มาตรา 268 ป.วิ.อ. มาตรา 216 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 17, มาตรา 25 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4, มาตรา 22, มาตรา 22 ทวิ โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตาม ป.อ. มาตรา 264, 268 ซึ่งแต่ละฐานความผิดมีระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ คดีจึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้นที่เป็นศาลแขวง ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 17 ประกอบมาตรา 25 จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 ทวิ โจทก์จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไม่รับวินิจฉัยและพิพากษายกอุทธรณ์โจทก์เพราะเหตุดังกล่าว โจทก์ไม่ได้ฎีกาโต้แย้งว่าที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาไม่ชอบอย่างไร แต่โจทก์ฎีกาทำนองเดียวกับอุทธรณ์ว่า พยานหลักฐานของโจทก์มีมูลขอให้ประทับฟ้องจำเลยที่ 1 ในข้อหาดังกล่าวไว้พิจารณา ฎีกาของโจทก์จึงไม่เป็นการคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 90, 91, 264, 268 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลเฉพาะจำเลยที่ 2 ในข้อหาปลอมเอกสาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคหนึ่ง ให้ประทับฟ้องจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาในข้อหาดังกล่าว ข้อหาใช้เอกสารปลอมให้ยก ส่วนจำเลยที่ 1 ให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ สำหรับจำเลยที่ 1 ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีไม่มีมูล นั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 วรรคหนึ่ง ซึ่งบัญญัติว่า "...คำสั่งที่ว่า คดีไม่มีมูลนั้น โจทก์มีอำนาจอุทธรณ์ฎีกาได้ตามบทบัญญัติว่าด้วยลักษณะอุทธรณ์ฎีกา" และนำมาใช้บังคับในศาลแขวงตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 กรณีจึงมีผลให้โจทก์ไม่สามารถใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกาได้ทุกคดีเสมอไป โจทก์ฟ้องคดีนี้ไม่ได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม และไม่ได้ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 แต่บรรยายฟ้องเพียงว่า จำเลยที่ 1 ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 268 เมื่อความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมที่โจทก์บรรยายและขอให้ลงโทษนั้นแต่ละฐานความผิดมีระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้นที่เป็นศาลแขวง ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 17 ประกอบมาตรา 25 จึงต้องห้ามไม่ให้อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่เป็นศาลแขวงในปัญหาข้อเท็จจริง ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 ที่โจทก์อุทธรณ์ทำนองว่า พยานหลักฐานของโจทก์มีมูลว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานใช้เอกสารปลอม ขอให้ประทับฟ้องจำเลยที่ 1 ในข้อหาดังกล่าวไว้พิจารณา นั้น เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามไม่ให้อุทธรณ์ตามบทบัญญัติดังกล่าว กับไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 ทวิ โจทก์จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ และเมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไม่รับวินิจฉัยและพิพากษายกอุทธรณ์โจทก์เพราะเหตุดังกล่าว โจทก์ก็ไม่ได้ฎีกาโต้แย้งว่าที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไม่รับวินิจฉัยและพิพากษายกอุทธรณ์โจทก์เพราะเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามไม่ให้อุทธรณ์นั้น ไม่ชอบอย่างไร แต่โจทก์ฎีกาเป็นทำนองเดียวกับอุทธรณ์ว่า พยานหลักฐานของโจทก์มีมูลว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานใช้เอกสารปลอม ขอให้ประทับฟ้องจำเลยที่ 1 ในข้อหาดังกล่าวไว้พิจารณาเท่านั้น ฎีกาของโจทก์จึงไม่เป็นการคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาของโจทก์ (สันติชัย วัฒนวิกย์กรรม์-นพดล คชรินทร์-รังสรรค์ กุลาเลิศ) ศาลแขวงนครศรีธรรมราช - นางสาวพัชร์ชิสา สิรันทวิเนติ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายจุมพล เชาวลิต แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.751/2567 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
712132
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงนครศรีธรรมราช",
        "judge": "นางสาวพัชร์ชิสา สิรันทวิเนติ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นายจุมพล เชาวลิต"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081939155"
    }
}
date
2567
deka_no
7212/2567
deka_running_no
7212
deka_year
2567
department
แผนก
judges
[
    "สันติชัย วัฒนวิกย์กรรม์",
    "นพดล คชรินทร์",
    "รังสรรค์ กุลาเลิศ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 264",
            "ม. 268"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 216"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระธรรมนูญศาลยุติธรรม",
        "law_abbr": "พระธรรมนูญศาลยุติธรรม",
        "sections": [
            "ม. 17",
            "ม. 25"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499",
        "sections": [
            "ม. 4",
            "ม. 22",
            "ม. 22 ทวิ"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาง ส."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ช. กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 90, 91, 264, 268

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลเฉพาะจำเลยที่ 2 ในข้อหาปลอมเอกสาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคหนึ่ง ให้ประทับฟ้องจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาในข้อหาดังกล่าว ข้อหาใช้เอกสารปลอมให้ยก ส่วนจำเลยที่ 1 ให้ยกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ สำหรับจำเลยที่ 1 ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีไม่มีมูล นั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 วรรคหนึ่ง ซึ่งบัญญัติว่า "...คำสั่งที่ว่า คดีไม่มีมูลนั้น โจทก์มีอำนาจอุทธรณ์ฎีกาได้ตามบทบัญญัติว่าด้วยลักษณะอุทธรณ์ฎีกา" และนำมาใช้บังคับในศาลแขวงตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 กรณีจึงมีผลให้โจทก์ไม่สามารถใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกาได้ทุกคดีเสมอไป โจทก์ฟ้องคดีนี้ไม่ได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม และไม่ได้ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 แต่บรรยายฟ้องเพียงว่า จำเลยที่ 1 ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 268 เมื่อความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมที่โจทก์บรรยายและขอให้ลงโทษนั้นแต่ละฐานความผิดมีระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้นที่เป็นศาลแขวง ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 17 ประกอบมาตรา 25 จึงต้องห้ามไม่ให้อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่เป็นศาลแขวงในปัญหาข้อเท็จจริง ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 ที่โจทก์อุทธรณ์ทำนองว่า พยานหลักฐานของโจทก์มีมูลว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานใช้เอกสารปลอม ขอให้ประทับฟ้องจำเลยที่ 1 ในข้อหาดังกล่าวไว้พิจารณา นั้น เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามไม่ให้อุทธรณ์ตามบทบัญญัติดังกล่าว กับไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 ทวิ โจทก์จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ และเมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไม่รับวินิจฉัยและพิพากษายกอุทธรณ์โจทก์เพราะเหตุดังกล่าว โจทก์ก็ไม่ได้ฎีกาโต้แย้งว่าที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไม่รับวินิจฉัยและพิพากษายกอุทธรณ์โจทก์เพราะเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามไม่ให้อุทธรณ์นั้น ไม่ชอบอย่างไร แต่โจทก์ฎีกาเป็นทำนองเดียวกับอุทธรณ์ว่า พยานหลักฐานของโจทก์มีมูลว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานใช้เอกสารปลอม ขอให้ประทับฟ้องจำเลยที่ 1 ในข้อหาดังกล่าวไว้พิจารณาเท่านั้น ฎีกาของโจทก์จึงไม่เป็นการคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกฎีกาของโจทก์
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000013.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.751/2567
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2567