คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6847/2567 ฉบับเต็ม

#712133
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6847/2567 พนักงานอัยการคดีศาลแขวงพิษณุโลก โจทก์ นาย ด. กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 91 พ.ร.บ. การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 71, มาตรา 132 ปัญหาว่า การกระทำตามฟ้องของจำเลยที่ 1 คดีนี้กับการกระทำของจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขแดงที่ อ. 1532/2564 และที่ อ. 1533/2564 ของศาลชั้นต้น เป็นการกระทำกรรมเดียวกันหรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ จำเลยที่ 2 เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ จำเลยทั้งสองร่วมกันติดตั้งแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งนอกสถานที่ที่จะกระทำได้และไม่เป็นไปตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์กำหนด แม้จำเลยที่ 1 จะกระทำความผิดทั้งสามคดีในวันเดียวกันและมีลักษณะการกระทำความผิดเดียวกัน แต่เมื่อจำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 ในแต่ละคดีกระทำความผิดในแต่ละครั้งต่างเวลาและต่างสถานที่กัน ซึ่งอีกสองคดีต่างกระทำในพื้นที่หมู่อื่นตามเขตเลือกตั้งของจำเลยที่ 2 ในคดีนั้น ๆ ซึ่งลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์คู่กับจำเลยที่ 1 การกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ในแต่ละคดี จึงมีเจตนาในการกระทำความผิดแยกออกจากกัน และเป็นไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ในแต่ละคดีต่างรายกัน กรณีจึงเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ เมื่อจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพตามฟ้องแต่ละคดี จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 4, 71, 132 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 นับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ อ. 1683/2564 และที่ อ. 1684/2564 ของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 71, 132 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ปรับคนละ 8,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับคนละ 4,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ยกคำขอให้นับโทษต่อ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 แผนกคดีเลือกตั้งพิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ และจำเลยที่ 2 เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ เขตเลือกตั้งที่ 2 หมู่ที่ 4 จำเลยทั้งสองร่วมกันติดตั้งแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งบริเวณริมถนนซอยสับสน หมู่ที่ 4 จำนวน 1 แผ่น บริเวณริมถนนซอยร่วมใจพัฒนา หมู่ที่ 4 จำนวน 2 แผ่น และบริเวณริมถนนบึงพระจันทร์ปากทางเข้าร้านก๋วยเตี๋ยวยายสนิท จำนวน 1 แผ่น อันเป็นการร่วมกันติดตั้งแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งนอกสถานที่ที่จะกระทำได้และไม่เป็นไปตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์กำหนด นอกจากนี้จำเลยที่ 1 ยังถูกฟ้องเป็นจำเลยที่ 1 ร่วมกับผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ เขตเลือกตั้งอื่น หมู่อื่น อีก 2 ราย ในข้อหาร่วมกันติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งนอกสถานที่ที่จะกระทำได้และไม่เป็นไปตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์กำหนด เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ. 1683/2564 และที่ อ. 1684/2564 คดีหมายเลขแดงที่ อ. 1532/2564 และที่ อ. 1533/2564 ของศาลชั้นต้นตามลำดับ มีปัญหาต้องวินิจฉัย ตามฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงประการเดียวว่า การกระทำตามฟ้องของจำเลยที่ 1 คดีนี้กับการกระทำของจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขแดงที่ อ. 1532/2564 และที่ อ. 1533/2564 ของศาลชั้นต้น เป็นการกระทำกรรมเดียวกันหรือไม่ เห็นว่า แม้จำเลยที่ 1 จะกระทำความผิดทั้งสามคดีในวันเดียวกันและมีลักษณะการกระทำความผิดอย่างเดียวกัน แต่เมื่อจำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 ในแต่ละคดีกระทำความผิดในแต่ละครั้งต่างเวลาและต่างสถานที่กัน โดยความผิดในคดีนี้เกิดขึ้นบริเวณหมู่ที่ 4 ตำบลวัดจันทร์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตเลือกตั้งที่ 2 หมู่ที่ 4 มีจำเลยที่ 2 ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์คู่กับจำเลยที่ 1 ส่วนอีก 2 คดี ต่างกระทำในพื้นที่หมู่อื่นตามเขตเลือกตั้งของจำเลยที่ 2 ในคดีนั้น ๆ ซึ่งลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์คู่กับจำเลยที่ 1 การกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ในแต่ละคดีจึงมีเจตนาในการกระทำความผิดแยกออกจากกัน และเป็นไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ในแต่ละคดีต่างรายกัน กรณีจึงเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระกัน ที่โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ 1 เป็น 3 คดี ต่างกรรมกันจึงชอบแล้ว เมื่อจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพตามฟ้องแต่ละคดี จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 แผนกคดีเลือกตั้งพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ธนาคม ลิ้มภักดี-ไชยยศ วรนันท์ศิริ-อธิคม อินทุภูติ) ศาลแขวงพิษณุโลก - นายณัฐวุฒิ เอี่ยมรักษา ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายพิษณุ ขอนทอง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.824/2567 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
712133
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงพิษณุโลก",
        "judge": "นายณัฐวุฒิ เอี่ยมรักษา"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายพิษณุ ขอนทอง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081939164"
    }
}
date
2567
deka_no
6847/2567
deka_running_no
6847
deka_year
2567
department
แผนก
judges
[
    "ธนาคม ลิ้มภักดี",
    "ไชยยศ วรนันท์ศิริ",
    "อธิคม อินทุภูติ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 91"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545",
        "law_abbr": "พ.ร.บ. การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545",
        "sections": [
            "ม. 71",
            "ม. 132"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการคดีศาลแขวงพิษณุโลก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ด. กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 4, 71, 132 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 นับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ อ. 1683/2564 และที่ อ. 1684/2564 ของศาลชั้นต้น

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 71, 132 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ปรับคนละ 8,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับคนละ 4,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ยกคำขอให้นับโทษต่อ

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 แผนกคดีเลือกตั้งพิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ และจำเลยที่ 2 เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ เขตเลือกตั้งที่ 2 หมู่ที่ 4 จำเลยทั้งสองร่วมกันติดตั้งแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งบริเวณริมถนนซอยสับสน หมู่ที่ 4 จำนวน 1 แผ่น บริเวณริมถนนซอยร่วมใจพัฒนา หมู่ที่ 4 จำนวน 2 แผ่น และบริเวณริมถนนบึงพระจันทร์ปากทางเข้าร้านก๋วยเตี๋ยวยายสนิท จำนวน 1 แผ่น อันเป็นการร่วมกันติดตั้งแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งนอกสถานที่ที่จะกระทำได้และไม่เป็นไปตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์กำหนด นอกจากนี้จำเลยที่ 1 ยังถูกฟ้องเป็นจำเลยที่ 1 ร่วมกับผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ เขตเลือกตั้งอื่น หมู่อื่น อีก 2 ราย ในข้อหาร่วมกันติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งนอกสถานที่ที่จะกระทำได้และไม่เป็นไปตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์กำหนด เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ. 1683/2564 และที่ อ. 1684/2564 คดีหมายเลขแดงที่ อ. 1532/2564 และที่ อ. 1533/2564 ของศาลชั้นต้นตามลำดับ มีปัญหาต้องวินิจฉัย ตามฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงประการเดียวว่า การกระทำตามฟ้องของจำเลยที่ 1 คดีนี้กับการกระทำของจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขแดงที่ อ. 1532/2564 และที่ อ. 1533/2564 ของศาลชั้นต้น เป็นการกระทำกรรมเดียวกันหรือไม่ เห็นว่า แม้จำเลยที่ 1 จะกระทำความผิดทั้งสามคดีในวันเดียวกันและมีลักษณะการกระทำความผิดอย่างเดียวกัน แต่เมื่อจำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 ในแต่ละคดีกระทำความผิดในแต่ละครั้งต่างเวลาและต่างสถานที่กัน โดยความผิดในคดีนี้เกิดขึ้นบริเวณหมู่ที่ 4 ตำบลวัดจันทร์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตเลือกตั้งที่ 2 หมู่ที่ 4 มีจำเลยที่ 2 ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์คู่กับจำเลยที่ 1 ส่วนอีก 2 คดี ต่างกระทำในพื้นที่หมู่อื่นตามเขตเลือกตั้งของจำเลยที่ 2 ในคดีนั้น ๆ ซึ่งลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์คู่กับจำเลยที่ 1 การกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ในแต่ละคดีจึงมีเจตนาในการกระทำความผิดแยกออกจากกัน และเป็นไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ในแต่ละคดีต่างรายกัน กรณีจึงเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระกัน ที่โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ 1 เป็น 3 คดี ต่างกรรมกันจึงชอบแล้ว เมื่อจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพตามฟ้องแต่ละคดี จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 แผนกคดีเลือกตั้งพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000013.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.824/2567
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2567