คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4043/2567 ฉบับเต็ม

#712242
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4043/2567 นาง อ.กับพวก ผู้ร้อง นาย ส. ผู้คัดค้าน ป.วิ.พ. มาตรา 42, มาตรา 132 (2) การขอตั้งผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านการขอตั้งผู้จัดการมรดกเป็นเรื่องเฉพาะตัวของทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียแต่ละคน ทายาทของผู้ร้องที่ 1 ไม่อาจเข้ามาเป็นคู่ความแทนได้ และเมื่อผู้ร้องที่ 1 ถึงแก่ความตาย จึงไม่เป็นประโยชน์ที่จะพิจารณาฎีกาของผู้ร้องที่ 1 ต่อไป จึงให้จำหน่ายคดีของผู้ร้องที่ 1 เสียจากสารบบความของศาลฎีกา ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 132 (3) คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่ทายาทหรือผู้จัดการมรดกของผู้ร้องที่ 1 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกามีคำพิพากษาตั้งนางอรัญญา ผู้ร้องที่ 1 นายหวังสนิ นายมูฮำหมัด และนายสมัย ผู้ร้องที่ 2 ร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกของนายหมัดใจ ผู้ตาย ต่อมานายหวังสนิและนายมูฮำหมัดถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องทั้งสองร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ผู้คัดค้านยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้อง ขอให้ศาลมีคำสั่งถอนผู้ร้องทั้งสองออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายและตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ผู้ร้องที่ 1 ยื่นคำคัดค้านและแก้ไขคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ระหว่างพิจารณา ผู้ร้องที่ 2 ถึงแก่ความตาย ผู้คัดค้านแถลงไม่ติดใจที่จะขอถอนผู้ร้องที่ 2 ออกจากการเป็นผู้จัดการมรดก และผู้ร้องที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายว่า ผู้คัดค้านมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียที่จะยื่นคำร้องขอให้ถอนผู้จัดการมรดก ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่า เห็นสมควรวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 เสียก่อน จึงให้งดไต่สวน แล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้คัดค้าน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องของผู้คัดค้านไว้ไต่สวน แล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องที่ 1 ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา นางอรัญญา ผู้ร้องที่ 1 ถึงแก่ความตาย ทายาทของผู้ร้องที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การขอตั้งผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านการขอตั้งผู้จัดการมรดกเป็นเรื่องเฉพาะตัวของทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียแต่ละคน ทายาทของผู้ร้องที่ 1 ไม่อาจเข้ามาเป็นคู่ความแทนได้ ให้ยกคำร้อง และเมื่อผู้ร้องที่ 1 ถึงแก่ความตาย จึงไม่เป็นประโยชน์ที่จะพิจารณาฎีกาของผู้ร้องที่ 1 ต่อไป จึงให้จำหน่ายคดีของผู้ร้องที่ 1 เสียจากสารบบความของศาลฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132 (3) คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่ทายาทหรือผู้จัดการมรดกของผู้ร้องที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นนอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ (ธีระพล ศรีอุดมขจร-เผด็จ ชมพานิชย์-สิงห์ชัย ฤาชุตานันท์) ศาลแพ่ง - นายณัฐพงษ์ ตั้งสากล ศาลอุทธรณ์ - นายนเรศ กลิ่นสุคนธ์ แหล่งที่มา หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.120/2567 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
712242
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายณัฐพงษ์ ตั้งสากล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายนเรศ กลิ่นสุคนธ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081940020"
    }
}
date
2567
deka_no
4043/2567
deka_running_no
4043
deka_year
2567
department
แผนก
judges
[
    "ธีระพล ศรีอุดมขจร",
    "เผด็จ ชมพานิชย์",
    "สิงห์ชัย ฤาชุตานันท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 42",
            "ม. 132 (2)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นาง อ.กับพวก"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นาย ส."
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกามีคำพิพากษาตั้งนางอรัญญา ผู้ร้องที่ 1 นายหวังสนิ นายมูฮำหมัด และนายสมัย ผู้ร้องที่ 2 ร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกของนายหมัดใจ ผู้ตาย ต่อมานายหวังสนิและนายมูฮำหมัดถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องทั้งสองร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย

ผู้คัดค้านยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้อง ขอให้ศาลมีคำสั่งถอนผู้ร้องทั้งสองออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายและตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย

ผู้ร้องที่ 1 ยื่นคำคัดค้านและแก้ไขคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ระหว่างพิจารณา ผู้ร้องที่ 2 ถึงแก่ความตาย ผู้คัดค้านแถลงไม่ติดใจที่จะขอถอนผู้ร้องที่ 2 ออกจากการเป็นผู้จัดการมรดก และผู้ร้องที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายว่า ผู้คัดค้านมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียที่จะยื่นคำร้องขอให้ถอนผู้จัดการมรดก

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่า เห็นสมควรวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 เสียก่อน จึงให้งดไต่สวน แล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้คัดค้าน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องของผู้คัดค้านไว้ไต่สวน แล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องที่ 1 ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา นางอรัญญา ผู้ร้องที่ 1 ถึงแก่ความตาย ทายาทของผู้ร้องที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การขอตั้งผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านการขอตั้งผู้จัดการมรดกเป็นเรื่องเฉพาะตัวของทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียแต่ละคน ทายาทของผู้ร้องที่ 1 ไม่อาจเข้ามาเป็นคู่ความแทนได้ ให้ยกคำร้อง และเมื่อผู้ร้องที่ 1 ถึงแก่ความตาย จึงไม่เป็นประโยชน์ที่จะพิจารณาฎีกาของผู้ร้องที่ 1 ต่อไป จึงให้จำหน่ายคดีของผู้ร้องที่ 1 เสียจากสารบบความของศาลฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132 (3) คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่ทายาทหรือผู้จัดการมรดกของผู้ร้องที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นนอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000020.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.120/2567
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2567