ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 11/2568
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลปกครองกลาง
ศาลผู้รับความเห็น
บริษัท ว. จำกัด (มหาชน)
โจทก์
การไฟฟ้านครหลวง
จำเลย
พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.การไฟฟ้านครหลวง พ.ศ.2501 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
คดีนี้ โจทก์เป็นผู้รับประกันอัคคีภัยรับช่วงสิทธิจากนาย ส. ผู้เอาประกันภัย ยื่นฟ้องการไฟฟ้านครหลวงเป็นจำเลยโดยอ้างว่า จำเลยประพฤติผิดสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยละเลยไม่ตรวจสอบสภาพอุปกรณ์การจ่ายไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพดีให้เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพการให้บริการ เป็นเหตุให้กระแสไฟฟ้าลัดวงจรเกิดประกายไฟและระเบิดจนเกิดเพลิงลุกไหม้สายไฟฟ้า เสาไฟฟ้าและหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งใช้เป็นอุปกรณ์ส่งกระแสไฟฟ้าอันเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยและเพลิงลุกลามไหม้ทรัพย์สินที่โจทก์รับประกันภัยไว้ได้รับความเสียหาย โจทก์ชดใช้เงินค่าเสียหายให้แก่นาย ส. ผู้เอาประกันภัยแล้ว จึงรับช่วงสิทธิฟ้องจำเลย ขอให้ชำระค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์
จำเลยให้การว่า เหตุที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากการผิดสัญญาซื้อขายไฟฟ้า แต่เป็นเหตุละเมิดที่ไม่ได้เกิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่อของจำเลย และไม่ได้เกิดจากความชำรุดบกพร่องจากทรัพย์สินหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าของจำเลย แต่เกิดจากความประมาทของนาย ส. ผู้เอาประกันภัย ซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่เกิดเหตุ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาทที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้เห็นว่า เหตุแห่งการฟ้องคดีนี้เป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่างจำเลยกับนาย ส. ผู้เอาประกันภัย แต่สัญญาซื้อขายไฟฟ้าในคดีนี้มิได้มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 เพราะเป็นเพียงสัญญาซื้อขายอันเป็นนิติสัมพันธ์ในทางแพ่งภายใต้หลักกฎหมายแพ่งระหว่างคู่สัญญาเท่านั้น สัญญาพิพาทคดีนี้จึงเป็นเพียงสัญญาทางแพ่งที่มีคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง จึงเป็นคดีพิพาทที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
ศาลปกครองกลางเห็นว่า คดีนี้ เมื่อโจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีหน้าที่ต้องตรวจสอบสภาพอุปกรณ์การจ่ายไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพดีตามมาตรฐานคุณภาพการบริการ แต่จำเลยละเลยต่อหน้าที่ไม่ตรวจสอบสภาพอุปกรณ์การจ่ายไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพดีตามมาตรฐานคุณภาพการให้บริการ จึงแปลความได้ว่าโจทก์ประสงค์จะฟ้องว่าจำเลยซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองละเลยต่อหน้าที่ในการตรวจสอบและดูแลบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งเป็นกิจการสาธารณูปโภคเกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้าให้มีความปลอดภัยในการใช้และส่งพลังงานไฟฟ้า รวมถึงการป้องกันอันตรายที่จะเกิดต่อประชาชนตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด ทำให้ทรัพย์สินที่โจทก์รับประกันภัยไว้ได้รับความเสียหาย จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
คณะกรรมการพิจารณาแล้ว คดีนี้แม้โจทก์บรรยายฟ้องถึงเหตุแห่งการฟ้องคดีว่าจำเลยผิดสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยละเลยไม่ตรวจสอบสภาพอุปกรณ์การจ่ายไฟฟ้าให้เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพการให้บริการอันเป็นการผิดสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและเป็นการกระทำละเมิด ทั้งศาลแพ่งกรุงเทพใต้มีความเห็นว่า เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางแพ่งก็ตาม แต่คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันอัคคีภัยรับช่วงสิทธิจากนาย ส. ตามกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยหากเกิดอัคคีภัยแก่ทรัพย์สินที่เอาประกัน ต่อมาเกิดเหตุไฟไหม้ทรัพย์สินที่เอาประกันเนื่องจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจรที่เสาไฟฟ้าที่ต่อกระแสไฟฟ้าเข้าภายในโรงงาน อันเกิดจากการที่จำเลยละเลยไม่ตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพดีให้เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพการให้บริการ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินที่เอาประกัน ขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย จึงเห็นได้ว่า ข้อพิพาทในคดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองไม่ใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญา คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองที่อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง เห็นว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งในเรื่องดังต่อไปนี้ (3) คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดหรือความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ คำสั่งทางปกครอง หรือคำสั่งอื่น หรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร เมื่อการไฟฟ้านครหลวง จำเลย เป็นรัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการไฟฟ้านครหลวง พ.ศ. 2501 จึงเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามนัยบทนิยาม "หน่วยงานทางปกครอง" ในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มีวัตถุประสงค์ในการผลิต จัดให้ได้มาและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า และมีอำนาจกระทำการต่าง ๆ ภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์ดังกล่าว ซึ่งรวมถึงอำนาจจัดระเบียบเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้และรักษาทรัพย์สินของจำเลย รวมทั้งในการดำเนินกิจการของจำเลยให้คำนึงถึงประโยชน์ของรัฐและประชาชนและความปลอดภัย ตามมาตรา 6 มาตรา 13 (6) และมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติการไฟฟ้านครหลวง พ.ศ. 2501 เมื่อข้อเท็จจริงตามคำฟ้องคดีนี้โจทก์บรรยายอ้างว่า จำเลยละเลยไม่ตรวจสอบสภาพอุปกรณ์การจ่ายไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพดีตามมาตรฐานคุณภาพการให้บริการเป็นเหตุให้เกิดเพลิงลุกไหม้อุปกรณ์ส่งกระแสไฟฟ้าอันเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยและเพลิงลุกลามไปไหม้ทรัพย์สินที่โจทก์รับประกันภัยไว้ได้รับความเสียหาย โดยโจทก์ได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เอาประกันภัยแล้ว โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยจึงรับช่วงสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลย กรณีตามคำฟ้องจึงเป็นการฟ้องว่าจำเลยซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองละเลยต่อหน้าที่ในการตรวจสอบและดูแลรักษาความปลอดภัยในการใช้และรักษาทรัพย์สินที่ใช้ในการจัดทำสาธารณูปโภคตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันของโจทก์อันเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควรตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
11/2568
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3)