คำสั่งคำร้องที่ ท.ที่ 393/2567 ฉบับเต็ม

#713892
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำสั่งคำร้องที่ ท. 393/2567 นาย ก. โจทก์ ธนาคาร ท. โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ ก. ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน ผู้ร้อง สิบตำรวจโทหรือนาย ส. จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 1 (3), มาตรา 18, มาตรา 247 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 27) พ.ศ. 2558 มาตรา 9 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดี เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 ถือว่าเป็นคำฟ้องที่ยื่นภายหลังจากที่ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 27) พ.ศ. 2558 ใช้บังคับ การฎีกาผู้ร้องต้องยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาพร้อมกับคำฟ้องฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 การยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาถือเป็นหน้าที่ของผู้ร้องผู้ฎีกาที่จะต้องยื่นคำร้องพร้อมคำฟ้องฎีกา ศาลชั้นต้นไม่มีหน้าที่แจ้งให้ผู้ร้องยื่นคำร้องก่อน เพราะไม่ใช่กรณียื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาแล้วมีข้อบกพร่องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 18 ___________________________ คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 14553 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยซึ่งติดจำนองแก่ธนาคาร ท. ออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ ธนาคาร ท. ยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จำนองก่อน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวและจัดทำบัญชีส่วนเฉลี่ยแจ้งให้บรรดาเจ้าหนี้มารับรองแล้ว แต่ธนาคาร ท. ไม่มา ต่อมาผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องจากธนาคาร ท. ยื่นคำขอรับเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดเจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งว่าผู้ร้องมิได้เรียกเอาเงินภายใน 5 ปี จึงให้ส่งเป็นรายได้แผ่นดินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 345 (ใหม่) ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดีและมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดให้แก่ผู้ร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งที่ ครพ. 3262/2566 ไม่รับฎีกา ผู้ร้องยื่นคำร้องฉบับนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดี เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 ภายหลังจากที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 27) พ.ศ. 2558 ใช้บังคับ คำร้องของผู้ร้องถือว่าเป็นคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1 (3) การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 247 ที่แก้ไขตามพระราชบัญญัติดังกล่าวข้างต้น ผู้ร้องต้องยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาพร้อมกับคำฟ้องฎีกาและการยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาถือเป็นหน้าที่ของผู้ร้องผู้ฎีกาที่จะต้องยื่นคำร้องพร้อมคำฟ้องฎีกา การที่ผู้ร้องไม่ยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกา ศาลชั้นต้นไม่มีหน้าที่แจ้งให้ผู้ร้องยื่นคำร้องก่อน เพราะไม่ใช่กรณียื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาแล้วมีข้อบกพร่องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 ส่วนที่ผู้ร้องอ้างว่า ผู้ร้องได้สอบถามและปรึกษาเจ้าหน้าที่ศาลก่อนยื่นคำฟ้องฎีกาแล้ว แจ้งว่าผู้ร้องไม่จำเป็นต้องยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกานั้น การปรึกษาและผู้ร้องตัดสินใจดำเนินการตามคำปรึกษาดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัวของผู้ร้อง คำสั่งศาลฎีกาที่ ครพ. 3262/2566 เป็นอันถึงที่สุดแล้ว กรณีไม่มีเหตุที่จะไต่สวนข้อเท็จจริงหรือมีคำสั่งรับฎีกาของผู้ร้องหรือมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาและฎีกา ให้ยกคำร้อง (ศตวรรษ ทาแก้ว-ชวลิต อิศรเดช-พรชัย พุ่มกำพล) - - แหล่งที่มา หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ท.715/2566 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
713892
courts
[
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    },
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082560146"
    }
}
date
2567
deka_no
393/2567
deka_running_no
393
deka_year
2567
department
แผนก
judges
[
    "ศตวรรษ ทาแก้ว",
    "ชวลิต อิศรเดช",
    "พรชัย พุ่มกำพล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1 (3)",
            "ม. 18",
            "ม. 247"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 27) พ.ศ. 2558",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 27) พ.ศ. 2558",
        "sections": [
            "ม. 9"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย ก."
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "ธนาคาร ท. โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ ก. ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "สิบตำรวจโทหรือนาย ส."
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 14553 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยซึ่งติดจำนองแก่ธนาคาร ท. ออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ ธนาคาร ท. ยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จำนองก่อน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวและจัดทำบัญชีส่วนเฉลี่ยแจ้งให้บรรดาเจ้าหนี้มารับรองแล้ว แต่ธนาคาร ท. ไม่มา ต่อมาผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องจากธนาคาร ท. ยื่นคำขอรับเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดเจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งว่าผู้ร้องมิได้เรียกเอาเงินภายใน 5 ปี จึงให้ส่งเป็นรายได้แผ่นดินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 345 (ใหม่)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดีและมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดให้แก่ผู้ร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกามีคำสั่งที่ ครพ. 3262/2566 ไม่รับฎีกา

ผู้ร้องยื่นคำร้องฉบับนี้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดี เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 ภายหลังจากที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 27) พ.ศ. 2558 ใช้บังคับ คำร้องของผู้ร้องถือว่าเป็นคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1 (3) การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 247 ที่แก้ไขตามพระราชบัญญัติดังกล่าวข้างต้น ผู้ร้องต้องยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาพร้อมกับคำฟ้องฎีกาและการยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาถือเป็นหน้าที่ของผู้ร้องผู้ฎีกาที่จะต้องยื่นคำร้องพร้อมคำฟ้องฎีกา การที่ผู้ร้องไม่ยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกา ศาลชั้นต้นไม่มีหน้าที่แจ้งให้ผู้ร้องยื่นคำร้องก่อน เพราะไม่ใช่กรณียื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาแล้วมีข้อบกพร่องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 ส่วนที่ผู้ร้องอ้างว่า ผู้ร้องได้สอบถามและปรึกษาเจ้าหน้าที่ศาลก่อนยื่นคำฟ้องฎีกาแล้ว แจ้งว่าผู้ร้องไม่จำเป็นต้องยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกานั้น การปรึกษาและผู้ร้องตัดสินใจดำเนินการตามคำปรึกษาดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัวของผู้ร้อง คำสั่งศาลฎีกาที่ ครพ. 3262/2566 เป็นอันถึงที่สุดแล้ว กรณีไม่มีเหตุที่จะไต่สวนข้อเท็จจริงหรือมีคำสั่งรับฎีกาของผู้ร้องหรือมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาและฎีกา ให้ยกคำร้อง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\006005.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ท.715/2566
type
คำสั่งคำร้องที่ ท.
year
2567