คำวินิจฉัยที่ 19/2568 ฉบับเต็ม

#715318
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำวินิจฉัยที่ 19/2568 ศาลจังหวัดสุรินทร์ ศาลผู้ส่งความเห็น ศาลปกครองนครราชสีมา ศาลผู้รับความเห็น นาย ส. ในฐานะผู้จัดการมรดกของนาย ม. โจทก์ นายหรือพระ บ. ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน จำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 มาตรา คดีนี้ผู้จัดการมรดกของนาย ม. โจทก์ ยื่นฟ้อง นายหรือพระ บ. ที่ 1 อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ที่ 2 นิคมสร้างตนเองปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ที่ 3 ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ที่ 4 จำเลย ความว่า นาย ม. บิดาโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เลขที่ 586 เนื้อที่ประมาณ 18 ไร่ เมื่อรังวัดสอบเขตแล้วมีเนื้อที่ 42 ไร่ 9 ตารางวา นาย พ. บิดาจำเลยที่ 1 เป็นผู้มีชื่อได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ตามหนังสือแสดงการทำประโยชน์ในที่ดินซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 (น.ค.3) เลขที่ 4891 เนื้อที่ประมาณ 22 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา แต่ที่ดินที่นาย พ. ครอบครองจริงมีเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่เศษ และที่ดินดังกล่าวอยู่ติดกับที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 586 ของบิดาโจทก์ทางด้านทิศตะวันตกตลอดแนว นาย พ.บุกรุกเข้าไปไถและปลูกปอในที่ดินด้านตะวันตกของบิดาโจทก์ซึ่งเป็นที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 586 บางส่วนเนื้อที่ประมาณ 12 ไร่เศษ บิดาโจทก์จึงฟ้องขับไล่นาย พ. และบริวารพร้อมเรียกค่าเสียหาย ซึ่งศาลฎีกามีคำพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทเนื้อที่ 38 ไร่ เป็นของบิดาโจทก์ ห้ามนาย พ. และบริวารเกี่ยวข้อง และให้ใช้ค่าเสียหายแก่บิดาโจทก์ ต่อมานาย พ. ถึงแก่ความตาย ที่ดินพิพาทได้ตกทอดแก่จำเลยที่ 1 ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้เข้าครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวโดยไม่เคยรุกล้ำเข้ามาในที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 586 จนกระทั่งปี 2554 บิดาโจทก์นำรถไถเข้าไปไถในที่ดินพิพาทเพื่อปลูกมันสำปะหลัง แต่จำเลยที่ 1 กับนาง ร. เข้าห้ามมิให้ดำเนินการและอ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินตามหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินออกตามความในพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 (น.ค.1) เลขที่ 38223 ของจำเลยที่ 1 ดังนั้น บิดาโจทก์จึงขอตรวจสอบสารบบความและระวางรูปแผนที่ที่ดิน น.ค.1 เลขที่ 38223 ทำให้ทราบว่า นาย พ. แจ้งให้จำเลยที่ 3 และที่ 4 กระทำแทนจำเลยที่ 2 ออกหนังสือ น.ค.3 ในที่ดินของตน นาย พ. นำชี้ให้ช่างรังวัดของจำเลยที่ 3 รังวัดรุกล้ำเข้ามาในที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 586 ของบิดาโจทก์เนื้อที่ประมาณ 12 ไร่เศษ เพื่อออกเป็น น.ค.3 โดยไม่ชอบ ในปี 2527 โดยจำเลยที่ 2 ออกหนังสือ น.ค.3 เลขที่ 4891 ทับที่ดินของบิดาโจทก์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ภายหลังนาย พ. ถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 1 ทำเรื่องขอโอนมรดกที่ดิน ตาม น.ค.3 เลขที่ 4891 มาเป็นของตน เมื่อปี 2552 จำเลยที่ 2 ออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินตามหนังสือ น.ค.1 เลขที่ 38223 ให้แก่จำเลยที่ 1 แทน น.ค.3 เลขที่ 4891 ฉบับเดิม ต่อมา บิดาโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 และนาง ร. ซึ่งศาลมีคำพิพากษาขับไล่จำเลยที่ 1 กับนาง ร. และบริวารออกจากที่ดินพิพาท ห้ามเกี่ยวข้องและให้รื้อถอนต้นยูคาลิปตัสออกจากที่ดินพิพาท ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน คดีถึงที่สุดแล้ว ภายหลังบิดาโจทก์ถึงแก่ความตาย โจทก์ขอออกโฉนดที่ดินโดยใช้ ส.ค.1 เลขที่ 586 ยื่นต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุรินทร์ สาขาปราสาท แต่เจ้าพนักงานที่ดินไม่สามารถดำเนินการให้ได้ เนื่องจากที่ดินตาม ส.ค.1 เลขที่ 586 มีที่ดินตาม น.ค.1 เลขที่ 38223 เนื้อที่ประมาณ 12 ไร่ ออกทับอยู่ และแนะนำให้โจทก์ฟ้องเพิกถอนที่ดิน น.ค.1 เลขที่ 38223 ออกจากสารบบความที่ดินของจำเลยที่ 3 ต่อศาล โจทก์จึงแจ้งให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 เพิกถอนที่ดิน น.ค.1 เลขที่ 38223 ที่ออกทับซ้อนที่ดินของบิดาโจทก์ออกจากสารบบความที่ดิน แต่จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ปฏิเสธไม่ยอมดำเนินการ ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 น.ค.1 เลขที่ 38223 ของจำเลยที่ 1 ที่ออกทับที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 586 ของบิดาโจทก์ออกจากสารบบความ จำเลยทั้งสี่ให้การทำนองเดียวกันว่า กรมประชาสงเคราะห์ได้ออก น.ค.3 ในที่ดินแปลงเลขที่ 245/120 เนื้อที่ 22 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา ให้แก่นาย พ. บิดาจำเลยที่ 1 เมื่อนาย พ. ถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 1 ในฐานะทายาทโดยธรรมของนาย พ. จึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกนิคมได้รับสิทธิในที่ดินตาม น.ค.3 เลขที่ 4891 พร้อมทั้งได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน น.ค.1 เลขที่ 38223 เนื้อที่ 22 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา การออกหนังสือ น.ค.3 ให้แก่นาย พ. บิดาจำเลยที่ 1 ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากการดำเนินการตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 ที่ดินที่นำมาจัดตั้งนิคมสร้างตนเองต้องเป็นที่ดินที่ยังไม่มีบุคคลใดได้กรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองตามกฎหมาย จึงต้องเป็นที่ดินของรัฐที่อนุญาตให้ราษฎรจับจองทำประโยชน์ ในขณะจัดตั้งนิคมสร้างตนเองปราสาท จังหวัดสุรินทร์ โจทก์ไม่มีการแจ้งการครอบครองต่อนิคมสร้างตนเองปราสาทไว้ และหากมีการทับซ้อนกันจริงย่อมต้องมีการโต้แย้งกันในขณะนั้น การออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (น.ค.3) ของนาย พ. ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีเหตุให้เพิกถอน ขอให้ยกฟ้อง ศาลจังหวัดสุรินทร์เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ศาลปกครองนครราชสีมาเห็นว่า เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่ออธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ จำเลยที่ 2 นิคมสร้างตนเองปราสาท จังหวัดสุรินทร์ จำเลยที่ 3 ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองปราสาท จังหวัดสุรินทร์ จำเลยที่ 4 เป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 และโจทก์ฟ้องอ้างว่าการที่จำเลยที่ 2 ออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (น.ค.1) เลขที่ 38223 เนื้อที่ 22 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา ให้แก่จำเลยที่ 1 เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากมีเนื้อที่บางส่วนทับซ้อนกับที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 586 ของบิดาโจทก์ โดยศาลฎีกามีคำพิพากษาและศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำพิพากษาถึงที่สุดวินิจฉัยว่า ที่ดินพิพาทเป็นของบิดาโจทก์ พิพากษาให้ขับไล่จำเลยที่ 1 ในคดีนี้ออกจากที่ดินพิพาท เมื่อโจทก์มีหนังสือขอให้จำเลยทั้งสี่เพิกถอนหนังสือ น.ค.1 เลขที่ 38223 จำเลยทั้งสี่เพิกเฉย โดยจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ปฏิเสธไม่ดำเนินการให้ จึงเป็นการฟ้องโต้แย้งคำสั่งปฏิเสธไม่เพิกถอนหนังสือ น.ค.1 ซึ่งเป็นคำสั่งทางปกครอง ทั้งคดีนี้โจทก์กล่าวอ้างคำพิพากษาศาลฎีกาและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่วินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นของบิดาโจทก์ จึงไม่มีปัญหาเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ กรณีเป็นการฟ้องขอให้ศาลตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งปฏิเสธไม่เพิกถอนหนังสือ น.ค.1 เลขที่ 38223 ว่าเป็นคำสั่งทางปกครองที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งทางปกครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 คดีนี้จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ___________________________ (ไม่มี -) - - แหล่งที่มา สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา 19/2568 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1)
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
715318
courts
[
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    },
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082611225"
    }
}
date
2568
deka_no
19/2568
deka_running_no
19
deka_year
2568
department
แผนก
judges
[
    "ไม่มี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542",
        "sections": []
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542",
        "sections": []
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511",
        "sections": []
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ศาลผู้ส่งความเห็น",
        "name": "ศาลจังหวัดสุรินทร์"
    },
    {
        "role": "ศาลผู้รับความเห็น",
        "name": "ศาลปกครองนครราชสีมา"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย ส. ในฐานะผู้จัดการมรดกของนาย ม."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายหรือพระ บ. ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน"
    }
]
long_text
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1)
source
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\006543.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
19/2568
type
คำวินิจฉัย
year
2568