ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 8/2568
ศาลปกครองกลาง
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลจังหวัดอ่างทอง
ศาลผู้รับความเห็น
บริษัท ส. จำกัด
ผู้ฟ้องคดี
องค์การบริหารส่วนตำบลเทวราช
ผู้ถูกฟ้องคดี
พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 มาตรา
คดีนี้ บริษัท ส. จำกัด ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง องค์การบริหารส่วนตำบลเทวราช ผู้ถูกฟ้องคดี อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีได้เข้าทำสัญญาซื้อขายรถบรรทุกขยะแบบอัดท้าย ขนาด 6 ตัน 6 ล้อ ปริมาตรกระบอกสูบไม่ต่ำกว่า 6,000 ซีซี หรือกำลังเครื่องยนต์สูงสุดไม่ต่ำกว่า 170 กิโลวัตต์ จำนวน 1 คัน ในราคา 2,195,000 บาทกับผู้ถูกฟ้องคดี ตามสัญญาซื้อขายเลขที่ E1/2562 โดยผู้ฟ้องคดีได้นำหลักประกันเป็นหนังสือค้ำประกันธนาคารออมสิน เป็นจำนวนเงิน 109,750 บาท เพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา หลังจากลงนามในสัญญาผู้ฟ้องคดีได้ดำเนินการสั่งซื้อหัวรถบรรทุก ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น FTR 240 และนำเข้าต่อที่โรงงานผู้ผลิตและประกอบของบริษัท ด. จำกัด ต่อมาคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ถูกฟ้องคดีเข้าตรวจสอบขั้นตอนการผลิตและประกอบการขึ้นโครงเหล็กรถบรรทุกขยะ ได้ดำเนินการตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้วพบจุดที่ต้องเพิ่มเติม และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้เข้าตรวจสอบ ครั้งที่ 2 เห็นว่าถูกต้องตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขาย จึงได้ลงนามในใบตรวจรับพัสดุ ผู้ฟ้องคดีจึงได้มีหนังสือนัดส่งมอบงานและได้เข้าส่งมอบรถบรรทุกขยะแบบอัดท้าย คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ดำเนินการตรวจรับและมีหนังสือแจ้งให้ผู้ฟ้องคดีดำเนินการแก้ไขงานตามที่กำหนดในรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะรถบรรทุกขยะแบบอัดท้ายแนบท้ายประกาศประกวดราคา ผู้ฟ้องคดีได้แก้ไขตามรายการและได้ส่งมอบงานต่อผู้ถูกฟ้องคดีอีกครั้ง แต่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาแล้วไม่ตรวจรับงาน ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ฟ้องคดีส่งมอบงานอีกครั้งภายใน 15 วัน ผู้ฟ้องคดีจึงได้ส่งมอบงานครั้งที่ 3 หลังจากนั้น ผู้ถูกฟ้องคดีได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญาและเรียกค่าปรับการผิดสัญญาแก่ผู้ฟ้องคดี โดยแจ้งว่ารถบรรทุกขยะที่ส่งมอบไม่เป็นไปตามรายละเอียดและรูปแบบที่ผู้ถูกฟ้องคดีกำหนดไว้ในสัญญาซื้อขาย และแจ้งให้ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ทิ้งงาน ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าการบอกเลิกสัญญาเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีปฏิบัติตามสัญญาโดยรับมอบรถยนต์บรรทุกขยะแบบอัดท้าย ให้ผู้ถูกฟ้องคดีชำระราคาค่ารถบรรทุกขยะแบบอัดท้าย รวมเป็นต้นเงินและดอกเบี้ยจำนวน 2,257,993.54 บาท ให้ผู้ถูกฟ้องคดีชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 2,195,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าผู้ถูกฟ้องคดีจะชำระเสร็จ
คดีอยู่ในระหว่างพิจารณา ศาลปกครองกลางเห็นว่า เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางแพ่งที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
ศาลปกครองกลางพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายรถบรรทุกขยะแบบอัดท้ายเป็นเพียงการจัดซื้อครุภัณฑ์เพื่อนำมาใช้ในงานของผู้ถูกฟ้องคดีมิได้มีวัตถุประสงค์เป็นการให้ผู้ฟ้องคดีเข้าร่วมจัดทำบริการสาธารณะโดยตรง จึงไม่มีลักษณะเป็นสัญญาทางปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่เป็นคดีพิพาทอันเกี่ยวกับสัญญาทางแพ่งที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
ศาลจังหวัดอ่างทองพิจารณาแล้วเห็นว่า รถบรรทุกขยะแบบอัดท้ายเป็นเครื่องมือที่จำเป็นที่ต้องใช้สำหรับการรักษาความสะอาด การกำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลด้านสาธารณสุขภายในพื้นที่รับผิดชอบของผู้ถูกฟ้องคดี ถือว่าเป็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์สำคัญที่จำเป็นต่อการจัดทำบริการสาธารณะให้บรรลุผล จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
คณะกรรมการฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า องค์การบริหารส่วนตำบลเทวราช ผู้ถูกฟ้องคดี เป็นราชการส่วนท้องถิ่นตามมาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 จึงเป็นหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่เมื่อพิจารณาข้อตกลงระหว่างผู้ฟ้องคดีกับผู้ถูกฟ้องคดีตามที่ผู้ฟ้องคดีบรรยายฟ้องสัญญาซื้อขายรถบรรทุกขยะแบบอัดท้าย ขนาด 6 ตัน 6 ล้อ จำนวน 1 คัน เป็นเพียงสัญญาซื้อขายรถบรรทุกขยะซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการอำนวยความสะดวกให้แก่การดำเนินงานของผู้ถูกฟ้องคดี โดยสัญญามีสาระสำคัญเพียงว่าให้ผู้ฟ้องคดีส่งมอบครุภัณฑ์รถบรรทุกขยะแบบอัดท้าย ขนาด 6 ตัน 6 ล้อ จำนวน 1 คัน ตามรายละเอียดคุณลักษณะที่ระบุในสัญญา เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีตรวจสอบแล้วว่าถูกต้องครบถ้วนตามสัญญาจึงจะออกหลักฐานการรับมอบเพื่อให้ผู้ฟ้องคดีนำมาเป็นหลักฐานประกอบการขอรับเงินค่าส่งของนั้น ลักษณะของสัญญาพิพาทจึงเป็นเพียงสัญญาซื้อขายครุภัณฑ์ที่หน่วยงานทางปกครองผู้ซื้อมุ่งผูกพันตนกับผู้ขายซึ่งเป็นเอกชนด้วยใจสมัครบนพื้นฐานแห่งความเสมอภาค ทั้งไม่มีลักษณะเป็นการให้โจทก์เข้าร่วมจัดทำบริการสาธารณะโดยตรง หรือมีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทาน หรือจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภคหรือแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ อันจะเข้าลักษณะเป็นสัญญาทางปกครองตามบทนิยาม "สัญญาทางปกครอง" ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ข้อพิพาทตามคำฟ้องในคดีนี้จึงมิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ที่จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง หากแต่เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางแพ่งที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
8/2568
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4)