ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 25/2568
ศาลแพ่งมีนบุรี
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลปกครองกลาง
ศาลผู้รับความเห็น
นาย ศ.
โจทก์
กองทัพบก ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน
จำเลย
พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
คดีที่เอกชนยื่นฟ้องกองทัพบก จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นเอกชนด้วยกันว่า จำเลยทั้งสามกระทำละเมิดต่อโจทก์ โดยจำเลยที่ 1 ซึ่งมีหน้าที่ต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของโจทก์ให้มั่นคงปลอดภัยให้เป็นไปตามมาตรฐานที่เหมาะสม จงใจหรือประมาทเลินเล่อจนเป็นเหตุให้บุคคลภายนอกสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของโจทก์ และถูกจำเลยที่ 2 และที่ 3 นำไปเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยการกล่าวและไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง ด้วยการใส่ความและเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของโจทก์ต่อสาธารณชน เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายแก่ชื่อเสียงและเสื่อมเสียเกียรติคุณ ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์
จำเลยทั้งสามให้การว่า มิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์
จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า คดีในส่วนที่ฟ้องจำเลยที่ 1 อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
ศาลแพ่งมีนบุรีพิจารณาแล้วเห็นว่า การที่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ มีหน้าที่เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของโจทก์ให้มีความมั่นคงปลอดภัยให้เป็นไปตามมาตรฐานที่เหมาะสม จงใจหรือประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้บุคคลภายนอกสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของโจทก์ และจำเลยที่ 2 และที่ 3 นำไปเผยแพร่ทำให้ได้รับความเสียหาย จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับจำเลยทั้งสามกระทำละเมิดต่อโจทก์ อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
ศาลปกครองกลางพิจารณาแล้วเห็นว่า คำฟ้องของโจทก์กล่าวหาว่า จำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของโจทก์ให้มั่นคงปลอดภัย แต่กลับจงใจหรือประมาทเลินเล่อจนเป็นเหตุให้ข้อมูลส่วนบุคคลของโจทก์ถูกนำไปเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย คดีพิพาทในส่วนนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
คณะกรรมการพิจารณาแล้ว คดีนี้ แม้กองทัพบก จำเลยที่ 1 จะเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามบทนิยามในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่เมื่อพิจารณาการกระทำที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีซึ่งโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามกระทำละเมิดต่อโจทก์ โดยจำเลยที่ 1 ซึ่งมีหน้าที่ต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของโจทก์ให้มั่นคงปลอดภัยให้เป็นไปตามมาตรฐานที่เหมาะสม จงใจหรือประมาทเลินเล่อจนเป็นเหตุให้บุคคลภายนอกสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของโจทก์ และถูกจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 นำไปเผยแพร่ต่อสาธารณชน โดยการกล่าวและไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง ด้วยการใส่ความและเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของโจทก์ต่อสาธารณชน เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายแก่ชื่อเสียงและเสื่อมเสียเกียรติคุณ การกระทำของจำเลยที่ 1 ตามฟ้อง จึงเป็นเพียงการปฏิบัติหน้าที่ทั่วไป มิได้มีลักษณะเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายหรือเป็นการละเลยต่อหน้าที่ในทางปกครอง ข้อพิพาทในส่วนนี้จึงมิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายหรือจากกฎ คำสั่งทางปกครอง หรือคำสั่งอื่น หรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ที่จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ส่วนคำฟ้องระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 เป็นกรณีพิพาทระหว่างเอกชนกับเอกชนด้วยกัน ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดทางแพ่งที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
25/2568
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3)