คำวินิจฉัยที่ 17/2568 ฉบับเต็ม

#717055
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำวินิจฉัยที่ 17/2568 ศาลแพ่ง ศาลผู้ส่งความเห็น ศาลปกครองกลาง ศาลผู้รับความเห็น บริษัท ค. จำกัด โจทก์ บริษัท น. จำกัด ที่ 1 กับพวกรวม 10 คน จำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา ป.พ.พ. มาตรา พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 มาตรา คดีนี้ บริษัท ค. จำกัด โจทก์ ยื่นฟ้อง บริษัท น. กับพวกรวม 10 คน จำเลย อ้างว่า จำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 8 เป็นกรรมการของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 9 เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 10 เป็นหน่วยงานของรัฐ จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ขอใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม - 137 จากจำเลยที่ 10 โดยจำเลยที่ 1 ได้ติดตั้งวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม – 137 ไว้ใช้ในโรงงานไฟฟ้าพลังไอน้ำของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 9 จึงเป็นเจ้าของและมีไว้ในครอบครองซึ่งทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายโดยสภาพ และมีหน้าที่ในการป้องกันควบคุมดูแลความปลอดภัยมิให้วัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม – 137 หลุดออกไปจากการครอบครองดูแล ส่วนจำเลยที่ 10 มีหน้าที่ต้องตรวจสอบและวิเคราะห์ความปลอดภัยและความมั่นคงปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์และรังสีวัสดุกัมมันตรังสี เครื่องกำเนิดรังสี กากกัมมันตรังสีและเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ และเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่ใช้แล้ว จำเลยที่ 10 มีหน้าที่ต้องเข้าไปตรวจสอบและวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการของจำเลยที่ 1 ต่อมา วัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม - 137 หายออกจากโรงงานของจำเลยที่ 1 ทำให้เกิดการรั่วไหล และแพร่กระจายไปยังแหล่งชุมชนและโรงงานของโจทก์ และผลจากการไม่เข้าไปตรวจสอบในโรงงานของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ 10 ถือว่าจำเลยที่ 10 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 9 จงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำให้เกิดการรั่วไหลและแพร่กระจายของวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม – 137 ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้จำเลยทั้งสิบชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงินพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ 10 ยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจว่า เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ศาลแพ่งพิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ จำเลยที่ 10 เป็นการจงใจหรือประมาทเลินเล่อร่วมกับจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 9 ซึ่งเป็นเอกชน ทำให้เกิดการรั่วไหลและแพร่กระจายของวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม - 137 อันเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้จำเลยทั้งสิบร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ ไม่เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดหรือความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (2) และ (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 คดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ศาลปกครองกลางพิจารณาแล้วเห็นว่า คำฟ้องในส่วนที่ฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 9 เป็นคดีพิพาทที่เอกชนฟ้องเอกชนให้รับผิดจากการกระทำละเมิด มิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายหรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 สำหรับคำฟ้องในส่วนของโจทก์และจำเลยที่ 10 เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายหรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 คดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง คณะกรรมการฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า โจทก์กล่าวอ้างว่า โจทก์ได้รับความเสียหายจากการที่จำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 9 เป็นเจ้าของและมีไว้ในครอบครองซึ่งทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายโดยสภาพและมีหน้าที่ในการป้องกันควบคุมดูแลความปลอดภัยมิให้วัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม – 137 หลุดออกไปจากการครอบครองดูแล จงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำให้เกิดการรั่วไหลและแพร่กระจายของวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม – 137 ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย ส่วนจำเลยที่ 10 มีหน้าที่ต้องตรวจสอบและวิเคราะห์ความปลอดภัยและความมั่นคงปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์และรังสีวัสดุกัมมันตรังสี เครื่องกำเนิดรังสี กากกัมมันตรังสีและเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ และเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่ใช้แล้ว จึงต้องเข้าไปตรวจสอบและวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการของจำเลยที่ 1 แต่เจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 10 ไม่ได้ไปตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ และได้จัดทำรายงานเท็จเสนอต่อจำเลยที่ 10 ว่าได้ไปตรวจสถานที่ตั้งวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม – 137 ที่โรงงานของจำเลยที่ 1 แล้วพบว่ามีความมั่นคงปลอดภัย ต่อมา วัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม - 137 หายออกจากโรงงานของจำเลยที่ 1 ทำให้เกิดการรั่วไหล และแพร่กระจายไปยังแหล่งชุมชนและโรงงานของโจทก์ และผลจากการไม่เข้าไปตรวจสอบในโรงงานของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ 10 ถือว่าจำเลยที่ 10 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 9 จงใจหรือประมาทเลินเล่อทำให้เกิดการรั่วไหลและแพร่กระจายของวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม – 137 ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ย สำหรับคำฟ้องในส่วนจำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 นั้น จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 ไม่โต้แย้งเขตอำนาจศาลว่าคดีระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ทั้งตามคำฟ้องระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 เป็นข้อพิพาทระหว่างเอกชนด้วยกันเกี่ยวกับการกระทำละเมิดและทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ซึ่งข้ออ้างที่โจทก์อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตามคำฟ้องนั้นแยกได้ต่างหากจากคำฟ้องในส่วนของจำเลยที่ 10 ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง คดีในส่วนของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 จึงเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยเฉพาะคำฟ้องในส่วนของจำเลยที่ 10 ว่าเป็นคดีพิพาทที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองดังที่จำเลยที่ 10 โต้แย้งหรือไม่ เห็นว่า สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ จำเลยที่ 10 เป็นส่วนราชการและเป็นกรมตามกฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 จำเลยที่ 10 จึงเป็นหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 โดยพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 มาตรา 17 และมาตรา 107 ประกอบกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2564 กำหนดให้จำเลยที่ 1 มีหน้าที่ในการกำกับดูแลทางนิวเคลียร์และรังสีเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ ประชาชน และสิ่งแวดล้อม โดยการบริหารจัดการด้านพลังงานนิวเคลียร์และรังสี กำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี เมื่อโจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 10 ละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายในการกำกับดูแลความปลอดภัยและความมั่นคงตรวจสอบและวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการของจำเลยที่ 1 ทำให้เกิดการรั่วไหลและแพร่กระจายของวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม – 137 ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ___________________________ (ไม่มี -) - - แหล่งที่มา สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา 17/2568 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3)
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
717055
courts
[
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    },
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082611329"
    }
}
date
2568
deka_no
17/2568
deka_running_no
17
deka_year
2568
department
แผนก
judges
[
    "ไม่มี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542",
        "sections": []
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542",
        "sections": []
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": []
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562",
        "sections": []
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ศาลผู้ส่งความเห็น",
        "name": "ศาลแพ่ง"
    },
    {
        "role": "ศาลผู้รับความเห็น",
        "name": "ศาลปกครองกลาง"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท ค. จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัท น. จำกัด ที่ 1 กับพวกรวม 10 คน"
    }
]
long_text
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3)
source
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\006544.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
17/2568
type
คำวินิจฉัย
year
2568