คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 332/2568 ฉบับเต็ม

#717085
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 332/2568 บริษัท ป. โจทก์ นาย พ. จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 193/33 (4), มาตรา 193/34 (1) ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 มาตรา 7, มาตรา 26 ในคดีผู้บริโภคปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอายุความมิใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 แต่เป็นเรื่องที่จำเลยจะต้องให้การต่อสู้คดีไว้ และหากศาลเห็นว่าคำให้การดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือขาดสาระสำคัญบางเรื่อง ศาลอาจมีคำสั่งให้จำเลยแก้ไขคำให้การในส่วนนั้นให้ถูกต้องหรือชัดเจนขึ้นก็ได้ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 26 ทั้งประเด็นข้อพิพาทย่อมเกิดจากคำฟ้องและคำให้การซึ่งตามคำให้การของจำเลยเกี่ยวกับอายุความนั้น จำเลยให้การว่า โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระค่าบริการสาธารณะ/ค่าสาธารณูปโภคส่วนกลางประจำปี 2553 ถึงปี 2562 โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องเอาจากจำเลย เป็นกรณีฟ้องเกินกว่า 5 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/33 (4) ดังนั้น ค่าเสียหายในส่วนนี้จึงขาดอายุความ คำให้การของจำเลยเป็นการแสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่าจำเลยยกอายุความขึ้นปฏิเสธคำฟ้องของโจทก์แล้ว ทั้งจำเลยยังได้แสดงเหตุแห่งการขาดอายุความด้วยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความเมื่อใด นับแต่วันใดถึงวันฟ้อง คดีจึงมีประเด็นข้อพิพาทว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ส่วนปัญหาว่า คดีขาดอายุความเรื่องใด อย่างไร เป็นเรื่องที่ศาลจะวินิจฉัยยกบทบัญญัติของกฎหมายขึ้นปรับให้ถูกต้องได้ เมื่อโจทก์เป็นผู้รับโอนใบอนุญาตจัดสรรที่ดินจากผู้จัดสรรที่ดินเดิมจึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการจัดทำโครงการพิพาทเพื่อจำหน่ายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่คนทั่วไปตามที่โฆษณา โจทก์จะดำเนินการจัดให้มีสาธารณูปโภคและบริการรักษาความปลอดภัยโดยเรียกเก็บค่าบำรุงรักษาบริการสาธารณะตามที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดสรรที่ดิน เมื่อสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะเป็นบริการส่วนหนึ่งของโครงการพิพาทที่มีผลต่อการประกอบธุรกิจตามที่โจทก์จัดสรรจำหน่ายเป็นการค้าหากำไรดังที่โฆษณาไปก่อนแล้ว การเรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายค้างชำระตามฟ้องเป็นค่าบริการสาธารณะของโจทก์จึงถือเป็นการดำเนินการของผู้ประกอบการค้าเป็นปกติธุระเพื่อหวังผลกำไรในทางการค้าที่เรียกเอาค่าการงานที่ได้ทำขึ้น อยู่ในบังคับต้องใช้สิทธิเรียกร้องภายในกำหนดอายุความ 2 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (1) ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 512,523.41 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 12 ต่อปี ของต้นเงิน 274,832 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยชำระเงินค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคส่วนกลาง/ค่าบริการสาธารณะ ค่าตัดหญ้าเป็นรายปีในอัตราปีละ 26,734 บาท นับแต่ปี 2563 เป็นต้นไปให้แก่โจทก์จนกว่าจำเลยพ้นจากการถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 61244 จำเลยให้การและฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องและบังคับให้โจทก์เพิกถอนการระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม หากโจทก์ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 59,424.79 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 48,510 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 29 สิงหาคม 2562) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยชำระเงินในอัตราปีละ 9,702 บาท แก่โจทก์นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะพ้นจากการเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 61244 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ยกฟ้องแย้งของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งหมดให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ที่ขอให้จำเลยชำระค่าบริการสาธารณะแก่โจทก์เป็นรายปีนับตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะพ้นจากการเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 61244 เสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ที่เสียเกินมา 1,189 บาท แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2548 โจทก์ได้รับโอนใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินจากบริษัท ด. ในการจัดสรรที่ดินชื่อโครงการเดอะ ร. โจทก์ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางให้มีสิทธิจัดเก็บค่าใช้บริการและค่าบำรุงรักษาบริการสาธารณะจากผู้ซื้อที่ดินในโครงการจัดสรรดังกล่าว จำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 61244 เนื้อที่ 1 งาน 47 ตารางวา ซึ่งเป็นที่ดินเปล่าในโครงการจัดสรรของโจทก์ จำเลยไม่ชำระค่าบริการสาธารณะแก่โจทก์ซึ่งโจทก์เรียกเก็บล่วงหน้าเป็นรายปีนับตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงมีหนังสือขอให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครนายก สาขาองครักษ์ ระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมที่ดินของจำเลยไว้ คิดถึงวันฟ้องจำเลยคงค้างชำระค่าบริการสาธารณะประจำปี 2548 บางส่วน ถึงปี 2552 ในอัตราตารางวาละ 5 บาท และประจำปี 2553 ถึงปี 2562 ในอัตราตารางวาละ 5.50 บาท รวมเป็นเงิน 135,240 บาท ค่าตัดหญ้าตั้งแต่ปี 2548 ถึงปี 2562 เป็นเงิน 139,592 บาท ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถาม 24,700 บาท และค่าปรับเงินเพิ่ม/ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12 ต่อปี ของต้นเงินที่ค้างชำระรวมเป็นเงิน 212,991.41 บาท สำหรับปัญหาอื่นโจทก์ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกาจึงยุติไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า คำให้การจำเลยเรื่องอายุความชอบหรือไม่ ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับค่าบริการสาธารณะและค่าบริการสาธารณูปโภคส่วนกลางมีอายุความ 10 ปีหรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอายุความในคดีแพ่งมิใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 แต่เป็นเรื่องที่จำเลยจะต้องให้การต่อสู้คดีไว้ และหากศาลเห็นว่าคำให้การดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือขาดสาระสำคัญบางเรื่อง ศาลอาจมีคำสั่งให้จำเลยแก้ไขคำให้การในส่วนนั้นให้ถูกต้องหรือชัดเจนขึ้นก็ได้ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 26 ทั้งประเด็นข้อพิพาทย่อมเกิดจากคำฟ้องและคำให้การซึ่งตามคำให้การของจำเลยเกี่ยวกับอายุความนั้น จำเลยให้การว่า โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระค่าบริการสาธารณะ/ค่าสาธารณูปโภคส่วนกลางประจำปี 2553 ถึงปี 2562 จำนวน 135,240 บาท โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องเอาจากจำเลย เป็นกรณีฟ้องเกินกว่า 5 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/33 (4) ดังนั้นค่าเสียหายในส่วนนี้จึงขาดอายุความ คำให้การของจำเลยเป็นการแสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่าจำเลยยกอายุความขึ้นปฏิเสธคำฟ้องของโจทก์แล้ว ทั้งจำเลยยังได้แสดงเหตุแห่งการขาดอายุความด้วยว่า คดีโจทก์ขาดอายุความเมื่อใด นับแต่วันใดถึงวันฟ้อง คดีโจทก์ขาดอายุความ 5 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/33 (4) คดีจึงมีประเด็นข้อพิพาทตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ส่วนปัญหาว่าคดีขาดอายุความเรื่องใด อย่างไร เป็นเรื่องที่ศาลจะวินิจฉัยยกบทบัญญัติของกฎหมายขึ้นปรับให้ถูกต้องได้ เมื่อคดีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับโอนใบอนุญาตจัดสรรที่ดินจากบริษัท ด. จึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และจัดทำโครงการพิพาทเพื่อจำหน่ายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่บุคคลทั่วไป โจทก์จะจัดให้มีสาธารณูปโภคและบริการรักษาความปลอดภัยโดยเรียกเก็บค่าบำรุงรักษาบริการสาธารณะในอัตรา (1) ที่ดินสร้างบ้านพักอยู่อาศัยแปลงที่ไม่ติดน้ำตารางวาละ 11.25 บาท ต่อเดือน (2) ที่ดินสร้างบ้านพักอยู่อาศัยแปลงที่ติดน้ำตารางวาละ 13.25 บาทต่อเดือน (3) ที่ดินเปล่าตารางวาละ 5.50 บาทต่อเดือน และที่ดินเปล่าเมื่อมีการสร้างบ้านในอนาคตให้จัดเก็บเท่ากับแปลงบ้านพักอาศัยตามที่ได้รับความเห็นชอบให้จัดเก็บจากคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดนครนายก ในระหว่างที่ยังมิได้มีการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ผู้จะซื้อตกลงชำระเงินค่าสาธารณูปโภคดังกล่าวข้างต้นให้แก่ผู้จะขาย และผู้จะขายจะต้องทำหน้าที่บริหารงานแทนคณะกรรมการหมู่บ้านเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร หรือแต่งตั้งคณะกรรมการหมู่บ้านแล้วเสร็จ ซึ่งสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะที่โจทก์จัดทำขึ้นตามที่โฆษณาจึงเป็นส่วนหนึ่งของโครงการจัดสรรที่ดินสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะของโจทก์มีส่วนสำคัญต่อการส่งเสริมการขายในโครงการพิพาท การจัดให้มีสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะตามที่โจทก์ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการจัดสรรที่ดิน โจทก์ต้องทำบัญชีการใช้จ่ายเงินที่จัดเก็บและหากมีการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรขึ้น การเรียกเก็บเงินส่วนนี้ต้องโอนไปเป็นของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรและโจทก์ต้องส่งเงินส่วนที่เหลือหากมีแก่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร เมื่อสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะเป็นบริการส่วนหนึ่งของโครงการพิพาทที่มีผลต่อการประกอบธุรกิจตามที่โจทก์จัดสรรจำหน่ายเป็นการค้าหากำไรดังที่โฆษณาไปก่อนแล้ว การเรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายค้างชำระตามฟ้องเป็นค่าบริการสาธารณะของโจทก์ จึงถือเป็นการดำเนินการของผู้ประกอบการค้าเป็นปกติธุระเพื่อหวังผลกำไรในทางการค้าที่เรียกเอาค่าการงานที่ได้ทำขึ้น อยู่ในบังคับต้องใช้สิทธิเรียกร้องภายในกำหนดอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (1) จึงหาเป็นกรณีที่กฎหมายไม่ได้กำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะอันต้องใช้อายุความ 10 ปี ดังที่โจทก์ฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น อย่างไรก็ตามคดีนี้ศาลชั้นต้นให้จำเลยรับผิดชำระค่าบริการสาธารณะค้างชำระจำนวน 59,424.79 บาท ซึ่งเป็นส่วนที่ไม่ขาดอายุความ 5 ปี แม้คดีนี้จะมีอายุความ 2 ปี ศาลฎีกาก็ไม่อาจพิพากษาให้จำเลยรับผิดในค่าบริการสาธารณะเฉพาะส่วนที่ไม่ขาดอายุความ 2 ปี โดยที่จำเลยไม่ได้อุทธรณ์และฎีกาได้ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (รังสรรค์ กุลาเลิศ-ชาญณรงค์ ปราณีจิตต์-สันติชัย วัฒนวิกย์กรรม์) ศาลจังหวัดธัญบุรี - นางจิราภรณ์ ชูขวัญ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายณพนันท์ เพ็งมาก แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ผบ.(พ)256/2566 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
717085
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดธัญบุรี",
        "judge": "นางจิราภรณ์ ชูขวัญ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายณพนันท์ เพ็งมาก"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081938873"
    }
}
date
2568
deka_no
332/2568
deka_running_no
332
deka_year
2568
department
แผนก
judges
[
    "รังสรรค์ กุลาเลิศ",
    "ชาญณรงค์ ปราณีจิตต์",
    "สันติชัย วัฒนวิกย์กรรม์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 193/33 (4)",
            "ม. 193/34 (1)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142 (5)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551",
        "sections": [
            "ม. 7",
            "ม. 26"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท ป."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย พ."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 512,523.41 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 12 ต่อปี ของต้นเงิน 274,832 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยชำระเงินค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคส่วนกลาง/ค่าบริการสาธารณะ ค่าตัดหญ้าเป็นรายปีในอัตราปีละ 26,734 บาท นับแต่ปี 2563 เป็นต้นไปให้แก่โจทก์จนกว่าจำเลยพ้นจากการถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 61244

จำเลยให้การและฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องและบังคับให้โจทก์เพิกถอนการระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม หากโจทก์ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 59,424.79 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 48,510 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 29 สิงหาคม 2562) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยชำระเงินในอัตราปีละ 9,702 บาท แก่โจทก์นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะพ้นจากการเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 61244 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ยกฟ้องแย้งของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งหมดให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ที่ขอให้จำเลยชำระค่าบริการสาธารณะแก่โจทก์เป็นรายปีนับตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะพ้นจากการเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 61244 เสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ที่เสียเกินมา 1,189 บาท แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2548 โจทก์ได้รับโอนใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินจากบริษัท ด. ในการจัดสรรที่ดินชื่อโครงการเดอะ ร. โจทก์ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางให้มีสิทธิจัดเก็บค่าใช้บริการและค่าบำรุงรักษาบริการสาธารณะจากผู้ซื้อที่ดินในโครงการจัดสรรดังกล่าว จำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 61244 เนื้อที่ 1 งาน 47 ตารางวา ซึ่งเป็นที่ดินเปล่าในโครงการจัดสรรของโจทก์ จำเลยไม่ชำระค่าบริการสาธารณะแก่โจทก์ซึ่งโจทก์เรียกเก็บล่วงหน้าเป็นรายปีนับตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงมีหนังสือขอให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครนายก สาขาองครักษ์ ระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมที่ดินของจำเลยไว้ คิดถึงวันฟ้องจำเลยคงค้างชำระค่าบริการสาธารณะประจำปี 2548 บางส่วน ถึงปี 2552 ในอัตราตารางวาละ 5 บาท และประจำปี 2553 ถึงปี 2562 ในอัตราตารางวาละ 5.50 บาท รวมเป็นเงิน 135,240 บาท ค่าตัดหญ้าตั้งแต่ปี 2548 ถึงปี 2562 เป็นเงิน 139,592 บาท ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถาม 24,700 บาท และค่าปรับเงินเพิ่ม/ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12 ต่อปี ของต้นเงินที่ค้างชำระรวมเป็นเงิน 212,991.41 บาท สำหรับปัญหาอื่นโจทก์ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกาจึงยุติไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า คำให้การจำเลยเรื่องอายุความชอบหรือไม่ ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับค่าบริการสาธารณะและค่าบริการสาธารณูปโภคส่วนกลางมีอายุความ 10 ปีหรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอายุความในคดีแพ่งมิใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 แต่เป็นเรื่องที่จำเลยจะต้องให้การต่อสู้คดีไว้ และหากศาลเห็นว่าคำให้การดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือขาดสาระสำคัญบางเรื่อง ศาลอาจมีคำสั่งให้จำเลยแก้ไขคำให้การในส่วนนั้นให้ถูกต้องหรือชัดเจนขึ้นก็ได้ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 26 ทั้งประเด็นข้อพิพาทย่อมเกิดจากคำฟ้องและคำให้การซึ่งตามคำให้การของจำเลยเกี่ยวกับอายุความนั้น จำเลยให้การว่า โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระค่าบริการสาธารณะ/ค่าสาธารณูปโภคส่วนกลางประจำปี 2553 ถึงปี 2562 จำนวน 135,240 บาท โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องเอาจากจำเลย เป็นกรณีฟ้องเกินกว่า 5 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/33 (4) ดังนั้นค่าเสียหายในส่วนนี้จึงขาดอายุความ คำให้การของจำเลยเป็นการแสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่าจำเลยยกอายุความขึ้นปฏิเสธคำฟ้องของโจทก์แล้ว ทั้งจำเลยยังได้แสดงเหตุแห่งการขาดอายุความด้วยว่า คดีโจทก์ขาดอายุความเมื่อใด นับแต่วันใดถึงวันฟ้อง คดีโจทก์ขาดอายุความ 5 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/33 (4) คดีจึงมีประเด็นข้อพิพาทตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ส่วนปัญหาว่าคดีขาดอายุความเรื่องใด อย่างไร เป็นเรื่องที่ศาลจะวินิจฉัยยกบทบัญญัติของกฎหมายขึ้นปรับให้ถูกต้องได้ เมื่อคดีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับโอนใบอนุญาตจัดสรรที่ดินจากบริษัท ด. จึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และจัดทำโครงการพิพาทเพื่อจำหน่ายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่บุคคลทั่วไป โจทก์จะจัดให้มีสาธารณูปโภคและบริการรักษาความปลอดภัยโดยเรียกเก็บค่าบำรุงรักษาบริการสาธารณะในอัตรา (1) ที่ดินสร้างบ้านพักอยู่อาศัยแปลงที่ไม่ติดน้ำตารางวาละ 11.25 บาท ต่อเดือน (2) ที่ดินสร้างบ้านพักอยู่อาศัยแปลงที่ติดน้ำตารางวาละ 13.25 บาทต่อเดือน (3) ที่ดินเปล่าตารางวาละ 5.50 บาทต่อเดือน และที่ดินเปล่าเมื่อมีการสร้างบ้านในอนาคตให้จัดเก็บเท่ากับแปลงบ้านพักอาศัยตามที่ได้รับความเห็นชอบให้จัดเก็บจากคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดนครนายก ในระหว่างที่ยังมิได้มีการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ผู้จะซื้อตกลงชำระเงินค่าสาธารณูปโภคดังกล่าวข้างต้นให้แก่ผู้จะขาย และผู้จะขายจะต้องทำหน้าที่บริหารงานแทนคณะกรรมการหมู่บ้านเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร หรือแต่งตั้งคณะกรรมการหมู่บ้านแล้วเสร็จ ซึ่งสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะที่โจทก์จัดทำขึ้นตามที่โฆษณาจึงเป็นส่วนหนึ่งของโครงการจัดสรรที่ดินสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะของโจทก์มีส่วนสำคัญต่อการส่งเสริมการขายในโครงการพิพาท การจัดให้มีสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะตามที่โจทก์ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการจัดสรรที่ดิน โจทก์ต้องทำบัญชีการใช้จ่ายเงินที่จัดเก็บและหากมีการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรขึ้น การเรียกเก็บเงินส่วนนี้ต้องโอนไปเป็นของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรและโจทก์ต้องส่งเงินส่วนที่เหลือหากมีแก่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร เมื่อสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะเป็นบริการส่วนหนึ่งของโครงการพิพาทที่มีผลต่อการประกอบธุรกิจตามที่โจทก์จัดสรรจำหน่ายเป็นการค้าหากำไรดังที่โฆษณาไปก่อนแล้ว การเรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายค้างชำระตามฟ้องเป็นค่าบริการสาธารณะของโจทก์ จึงถือเป็นการดำเนินการของผู้ประกอบการค้าเป็นปกติธุระเพื่อหวังผลกำไรในทางการค้าที่เรียกเอาค่าการงานที่ได้ทำขึ้น อยู่ในบังคับต้องใช้สิทธิเรียกร้องภายในกำหนดอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (1) จึงหาเป็นกรณีที่กฎหมายไม่ได้กำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะอันต้องใช้อายุความ 10 ปี ดังที่โจทก์ฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น อย่างไรก็ตามคดีนี้ศาลชั้นต้นให้จำเลยรับผิดชำระค่าบริการสาธารณะค้างชำระจำนวน 59,424.79 บาท ซึ่งเป็นส่วนที่ไม่ขาดอายุความ 5 ปี แม้คดีนี้จะมีอายุความ 2 ปี ศาลฎีกาก็ไม่อาจพิพากษาให้จำเลยรับผิดในค่าบริการสาธารณะเฉพาะส่วนที่ไม่ขาดอายุความ 2 ปี โดยที่จำเลยไม่ได้อุทธรณ์และฎีกาได้

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000011.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ผบ.(พ)256/2566
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2568