คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3487/2568 ฉบับเต็ม

#717088
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3487/2568 บริษัท ป. โจทก์ นาง ว. กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 161 จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันความรับผิดของจำเลยที่ 1 เฉพาะตามสัญญาเช่าชื้อฉบับที่ 2 เท่านั้น การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 3,000 บาท จึงเป็นการพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชำระค่าธรรมเนียมศาลแทนโจทก์รวมถึงค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนข้อพิพาทตามสัญญาเช่าซื้อฉบับที่ 1 ด้วย ซึ่งเกินกว่าที่จำเลยที่ 2 ต้องรับผิด เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อหมายเลขทะเบียน กม xxxx นครราชสีมา คืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยและใช้การได้ดี หากส่งมอบไม่ได้ให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ราคาแทนเป็นเงิน 288,738 บาท แก่โจทก์ ให้ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อหมายเลขทะเบียน 1 กอ xxxx กรุงเทพมหานคร คืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยและใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน 458,160 บาท หากจำเลยที่ 1 ไม่ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคันดังกล่าวหรือใช้ราคาแทนให้จำเลยที่ 2 ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคันดังกล่าวคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยและใช้การได้ดี หากส่งมอบไม่ได้ให้จำเลยที่ 2 ชดใช้ราคาแทนจำเลยที่ 1 แก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์ก่อนฟ้องสำหรับรถยนต์ที่เช่าซื้อหมายเลขทะเบียน กม xxxx นครราชสีมา จำนวน 175,000 บาท และค่าขาดประโยชน์อัตราเดือนละ 3,500 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 1 จะส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยและใช้การได้ดีหรือชดใช้ราคาแทนแก่โจทก์จนครบ ให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์ก่อนฟ้องสำหรับรถยนต์ที่เช่าซื้อหมายเลขทะเบียน 1 กอ xxxx กรุงเทพมหานคร จำนวน 182,000 บาท และค่าขาดประโยชน์อัตราเดือนละ 3,500 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 1 จะส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนในสภาพเรียบร้อยและใช้การได้ดีหรือชดใช้ราคาแทนแก่โจทก์จนครบ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระให้จำเลยที่ 2 ชำระแทน ให้จำเลยที่ 1 ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,094,898 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ สำหรับรถยนต์ที่เช่าซื้อหมายเลขทะเบียน 1 กอ xxxx กรุงเทพมหานคร หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระดอกเบี้ยให้จำเลยที่ 2 ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 631,160 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อทั้งสองคันคืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน สำหรับรถยนต์หมายเลขทะเบียน กม xxxx นครราชสีมา เป็นเงิน 170,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ 125,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และชำระค่าเสียหายอีกเดือนละ 2,500 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564) จนกว่าจะส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคันดังกล่าวคืนหรือใช้ราคาแทนจนเสร็จ แต่ทั้งนี้ไม่เกิน 6 เดือน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา และสำหรับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 1 กอ xxxx กรุงเทพมหานคร หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน 260,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ 135,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และชำระค่าเสียหายอีกเดือนละ 2,700 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564) จนกว่าจะส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนหรือใช้ราคาแทนจนเสร็จ แต่ทั้งนี้ไม่เกิน 6 เดือน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา ให้จำเลยที่ 2 ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อหมายเลขทะเบียน 1 กอ xxxx กรุงเทพมหานคร คืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน 260,000 บาท กับให้จำเลยที่ 2 ชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ 5,400 บาท และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เป็นพับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยทั้งสองได้รับอนุญาตให้ฎีกาเพียงประการเดียวว่า คำพิพากษาที่กำหนดให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันความรับผิดของจำเลยที่ 1 เฉพาะตามสัญญาเช่าซื้อฉบับที่ 2 เท่านั้น การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความให้ 3,000 บาท จึงเป็นการพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชำระค่าธรรมเนียมศาลแทนโจทก์รวมถึงค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนข้อพิพาทตามสัญญาเช่าซื้อฉบับที่ 1 ด้วย ซึ่งเกินกว่าที่จำเลยที่ 2 ต้องรับผิด เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังขึ้น อนึ่งจำเลยทั้งสองเป็นผู้บริโภคได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวง จึงให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาที่จำเลยทั้งสองชำระมาทั้งหมดแก่จำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค มาตรา 18 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ในส่วนค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลยทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ (ประทีป เหมือนเตย-ทวีศักดิ์ อุนนาทรรัตนกุล-นวรัตน์ กลิ่นรัตน์) ศาลจังหวัดสีคิ้ว - นายปฏิญญา ศรีวัชโรดม ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นางสมลักษณ์ ยอดรัก แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ผบ.(พ)201/2567 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
717088
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสีคิ้ว",
        "judge": "นายปฏิญญา ศรีวัชโรดม"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นางสมลักษณ์ ยอดรัก"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081937886"
    }
}
date
2568
deka_no
3487/2568
deka_running_no
3487
deka_year
2568
department
แผนก
judges
[
    "ประทีป เหมือนเตย",
    "ทวีศักดิ์ อุนนาทรรัตนกุล",
    "นวรัตน์ กลิ่นรัตน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 161"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท ป."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาง ว. กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อหมายเลขทะเบียน กม xxxx นครราชสีมา คืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยและใช้การได้ดี หากส่งมอบไม่ได้ให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ราคาแทนเป็นเงิน 288,738 บาท แก่โจทก์ ให้ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อหมายเลขทะเบียน 1 กอ xxxx กรุงเทพมหานคร คืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยและใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน 458,160 บาท หากจำเลยที่ 1 ไม่ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคันดังกล่าวหรือใช้ราคาแทนให้จำเลยที่ 2 ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคันดังกล่าวคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยและใช้การได้ดี หากส่งมอบไม่ได้ให้จำเลยที่ 2 ชดใช้ราคาแทนจำเลยที่ 1 แก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์ก่อนฟ้องสำหรับรถยนต์ที่เช่าซื้อหมายเลขทะเบียน กม xxxx นครราชสีมา จำนวน 175,000 บาท และค่าขาดประโยชน์อัตราเดือนละ 3,500 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 1 จะส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยและใช้การได้ดีหรือชดใช้ราคาแทนแก่โจทก์จนครบ ให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์ก่อนฟ้องสำหรับรถยนต์ที่เช่าซื้อหมายเลขทะเบียน 1 กอ xxxx กรุงเทพมหานคร จำนวน 182,000 บาท และค่าขาดประโยชน์อัตราเดือนละ 3,500 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 1 จะส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนในสภาพเรียบร้อยและใช้การได้ดีหรือชดใช้ราคาแทนแก่โจทก์จนครบ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระให้จำเลยที่ 2 ชำระแทน ให้จำเลยที่ 1 ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,094,898 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ สำหรับรถยนต์ที่เช่าซื้อหมายเลขทะเบียน 1 กอ xxxx กรุงเทพมหานคร หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระดอกเบี้ยให้จำเลยที่ 2 ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 631,160 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การ

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อทั้งสองคันคืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน สำหรับรถยนต์หมายเลขทะเบียน กม xxxx นครราชสีมา เป็นเงิน 170,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ 125,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และชำระค่าเสียหายอีกเดือนละ 2,500 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564) จนกว่าจะส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคันดังกล่าวคืนหรือใช้ราคาแทนจนเสร็จ แต่ทั้งนี้ไม่เกิน 6 เดือน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา และสำหรับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 1 กอ xxxx กรุงเทพมหานคร หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน 260,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ 135,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และชำระค่าเสียหายอีกเดือนละ 2,700 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564) จนกว่าจะส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนหรือใช้ราคาแทนจนเสร็จ แต่ทั้งนี้ไม่เกิน 6 เดือน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา ให้จำเลยที่ 2 ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อหมายเลขทะเบียน 1 กอ xxxx กรุงเทพมหานคร คืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน 260,000 บาท กับให้จำเลยที่ 2 ชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ 5,400 บาท และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เป็นพับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสองฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยทั้งสองได้รับอนุญาตให้ฎีกาเพียงประการเดียวว่า คำพิพากษาที่กำหนดให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันความรับผิดของจำเลยที่ 1 เฉพาะตามสัญญาเช่าซื้อฉบับที่ 2 เท่านั้น การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความให้ 3,000 บาท จึงเป็นการพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชำระค่าธรรมเนียมศาลแทนโจทก์รวมถึงค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนข้อพิพาทตามสัญญาเช่าซื้อฉบับที่ 1 ด้วย ซึ่งเกินกว่าที่จำเลยที่ 2 ต้องรับผิด เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังขึ้น

อนึ่งจำเลยทั้งสองเป็นผู้บริโภคได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวง จึงให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาที่จำเลยทั้งสองชำระมาทั้งหมดแก่จำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค มาตรา 18

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ในส่วนค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลยทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000003.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ผบ.(พ)201/2567
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2568