ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 15/2568
ศาลจังหวัดนครราชสีมา
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลปกครองนครราชสีมา
ศาลผู้รับความเห็น
นาย ภ.
โจทก์
บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน
จำเลย
พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ.2535 มาตรา
พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
คดีที่เอกชนยื่นฟ้องบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ที่ 1 บริษัท น. จำกัด ที่ 2 นาย อ. ที่ 3 บริษัท ว. จำกัด (มหาชน) ที่ 4 จำเลย อ้างว่า จำเลยที่ 1 ไม่ดูแลรักษาสภาพของสายเคเบิ้ลของตนให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยในระดับความสูงตามที่กฎหมายกำหนด ปล่อยให้สายเคเบิ้ลหย่อนลงจากความสูงตามที่กฎหมายกำหนด ทำให้ตู้ของรถบรรทุกที่จำเลยที่ 3 ขับไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ไปเกี่ยวสายเคเบิ้ลขาดลงมายังพื้นถนน โดยปลายสายอีกด้านหนึ่งยังคงติดอยู่ที่เสาไฟฟ้า เป็นเหตุให้โจทก์ขับรถจักรยานยนต์มาเกี่ยวสายเคเบิ้ลดังกล่าวล้มลงได้รับอันตรายสาหัส ขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์
จำเลยที่ 1 ให้การว่า เหตุละเมิดเกิดจากความประมาทของจำเลยที่ 3 และโจทก์ จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์
จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การว่า เหตุละเมิดเกิดจากความประมาทของจำเลยที่ 1 และโจทก์ จำเลยที่ 3 ไม่ใช่ผู้กระทำละเมิด จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์
จำเลยที่ 4 ให้การว่า อุบัติเหตุไม่ได้เกิดจากความประมาทของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 4 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์
จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาทที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
ศาลจังหวัดนครราชสีมาเห็นว่า พฤติการณ์การกระทำของจำเลยที่ 1 ที่โจทก์กล่าวอ้างถึงการละเลยไม่ดูแลสายเคเบิ้ลที่อยู่ในความครอบครองให้อยู่ในสภาพปลอดภัย เป็นเหตุให้สายเคเบิ้ลขาดลงมาอยู่บนพื้นถนน เป็นอำนาจโดยทั่วไปของจำเลยที่ 1 เท่านั้น เหตุละเมิดหาใช่เกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายในการประกอบกิจการโทรคมนาคมซึ่งเป็นอำนาจโดยตรงของจำเลยที่ 1 ข้อพิพาทคดีนี้จึงเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
ศาลปกครองนครราชสีมาเห็นว่า คดีนี้ จำเลยที่ 1 เป็นหน่วยงานทางปกครอง เมื่อโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ไม่ดูแลรักษาสภาพของสายเคเบิ้ลของจำเลยที่ 1 ให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยในระดับความสูงตามที่กฎหมายกำหนด ทำให้ตู้บรรทุกของรถยนต์คันที่จำเลยที่ 3 ขับมาเกี่ยวสายเคเบิ้ลขาดลงมายังพื้นถนน โดยปลายสายอีกด้านหนึ่งยังคงติดอยู่ที่เสาไฟฟ้า เป็นเหตุให้โจทก์ขับขี่รถจักรยานยนต์มาเกี่ยวสายเคเบิ้ลล้มลงและได้รับอันตรายสาหัส อันเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ ข้อพิพาทในคดีนี้ ในส่วนของจำเลยที่ 1 จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
คณะกรรมการพิจารณาแล้ว คดีนี้ คำฟ้องในส่วนที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 นั้นเป็นคดีพิพาทระหว่างเอกชนกับเอกชนด้วยกัน และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ไม่โต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า คดีไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม คดีในส่วนของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 จึงเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยเฉพาะคำฟ้องในส่วนของจำเลยที่ 1 ว่า เป็นคดีพิพาทที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า คดีนี้ในส่วนของจำเลยที่ 1 เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองที่อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง เห็นว่า คดีนี้ แม้บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 1 มีสถานะเป็นบริษัทมหาชนจำกัด และจำเลยที่ 1 จัดตั้งขึ้นโดยการควบรวมกิจการของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 จึงรับโอนภารกิจ สิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายเดิมของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนจำกัดที่แปรรูปและรับโอนกิจการมาจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการสื่อสารโทรคมนาคมทุกชนิด เมื่อข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีนี้เป็นเรื่องการติดตั้งและดูแลรักษาสายสื่อสารโทรคมนาคม อันเป็นการดำเนินการในฐานะผู้ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 การกระทำอันเป็นเหตุของการฟ้องจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ จึงเป็นการกระทำในฐานะหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินกิจการทางปกครอง อันเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามนัยบทนิยาม "หน่วยงานทางปกครอง" ในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 การที่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 กระทำละเมิดโดยการไม่ดูแลรักษาสภาพของสายเคเบิ้ลของจำเลยที่ 1 ให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยในระดับความสูงตามที่กฎหมายกำหนด ทำให้ตู้บรรทุกของรถบรรทุกคันที่จำเลยที่ 3 ขับแล่นมาเกี่ยวสายเคเบิ้ลของจำเลยที่ 1 จนทำให้สายเคเบิ้ลขาดลงมายังพื้นถนน โดยปลายสายอีกด้านหนึ่งยังคงติดอยู่ที่เสาไฟฟ้า เป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ที่โจทก์ขับขี่มาเกี่ยวสายเคเบิ้ลดังกล่าวล้มลง ทำให้โจทก์ได้รับอันตรายสาหัสและรถจักรยานยนต์ของโจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ กรณีตามคำฟ้องในส่วนของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองละเลยต่อหน้าที่ในการตรวจสอบดูแลและรักษาความปลอดภัยในการใช้และรักษาทรัพย์สินที่ใช้ในการจัดทำสาธารณูปโภคตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ เป็นเหตุให้เกิด ความเสียหายแก่โจทก์ อันเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง คดีพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จึงเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
15/2568
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3)