คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4040/2567 ฉบับเต็ม

#717473
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4040/2567 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย โจทก์ นาย อ. จำเลย ป.อ. มาตรา 86 ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง, มาตรา 215, มาตรา 225 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 มาตรา 3, มาตรา 5 (3), มาตรา 25 กลุ่มคนร้ายแก๊งโรแมนซ์สแกมมีลักษณะเป็นการรวมตัวกันของคณะบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ร่วมกันกระทำการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และฉ้อโกงประชาชนรวมถึงผู้เสียหายโดยแสดงตนเป็นคนอื่น ซึ่งเป็นความผิดอาญาที่กฎหมายกำหนดโทษจำคุกขั้นสูงตั้งแต่สี่ปีขึ้นไปหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้น เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ทางการเงิน ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์ทางวัตถุอย่างอื่นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม และกระทำในเขตแดนของรัฐมากกว่าหนึ่งรัฐ หรือที่กระทำในรัฐหนึ่ง แต่การตระเตรียม การวางแผน การสั่งการ การสนับสนุน หรือการควบคุมการกระทำความผิดได้กระทำในอีกรัฐหนึ่ง กลุ่มคนร้ายแก๊งโรแมนซ์สแกมจึงเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และผู้ซึ่งเป็นสมาชิก เครือข่ายดำเนินงาน หรือผู้ที่สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดดังกล่าวอันเกี่ยวข้องกับแก๊งโรแมนซ์สแกม หรือผู้ที่มีส่วนร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในกิจกรรมหรือการดำเนินการของแก๊งโรแมนซ์สแกม โดยรู้ถึงวัตถุประสงค์และการดำเนินกิจกรรม หรือโดยรู้ถึงเจตนาที่จะกระทำความผิดดังกล่าว ย่อมมีความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จำเลยเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร ท. โดยมิได้มีเจตนาเพื่อจะใช้ทำธุรกรรมทางการเงินของตนตามปกติ แต่เพื่อจะมอบบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่นนำไปใช้หรือยินยอมให้มีการนำไปใช้ในการกระทำความผิดของกลุ่มคนร้ายแก๊งโรแมนซ์สแกม เมื่อกลุ่มคนร้ายดังกล่าวนำบัญชีเงินฝากธนาคารของจำเลยไปใช้รับโอนเงินที่หลอกลวงผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่สมาชิกหรือเครือข่ายดำเนินงาน หรือผู้ที่สมคบกันเพื่อกระทำความผิด หรือผู้มีส่วนร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ในกิจกรรมหรือการดำเนินการของกลุ่มคนร้าย จำเลยจึงเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ศาลย่อมลงโทษจำเลยฐานเป็นผู้สนับสนุนตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนั้นได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง ประกอบมาตรา 215 และ 225 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 มาตรา 3, 5, 6, 7, 25 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติว่า เมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2562 กลุ่มคนร้ายติดต่อกับนางสาวพัสตร์ชิตา ผู้เสียหาย ผ่านทางแอปพลิเคชันสำหรับหาเพื่อนพูดคุย TAN TAN และแอปพลิเคชันไลน์ (LINE) โดยแอบอ้างแสดงตนว่าเป็นชายต่างชาติเชื้อสายจีน อาศัยและทำงานในต่างประเทศ สนทนาพูดคุยทางข้อความกับผู้เสียหายแล้วแจ้งว่าได้ส่งพัสดุเป็นของมีค่าไปให้ จากนั้นกลุ่มคนร้ายติดต่อผู้เสียหายทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ อ้างว่าเป็นพนักงานบริษัทขนส่งสินค้าต่างประเทศมีพัสดุมูลค่าสูงส่งถึงผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายจะต้องเสียภาษีศุลกากรและค่าประกันความปลอดภัยในการขนส่งก่อน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินชำระผ่านทางบัญชีธนาคารตามที่แจ้งหลายบัญชี ซึ่งมีบัญชีเงินฝากธนาคาร ท. ชื่อจำเลยเป็นเจ้าของบัญชีรวมอยู่ด้วย แต่ธนาคารแจ้งว่าไม่สามารถทำรายการได้ จึงมีการเปลี่ยนเป็นบัญชีอื่นจนผู้เสียหายสามารถนำเงินฝากเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารตามที่คนร้ายแจ้งรวม 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 และที่ 2 เมื่อวันที่ 16 และ 17 เมษายน 2562 โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ก. ชื่อบัญชีนางสาวอรณิชา เป็นเงิน 160,000 บาท และ 400,000 บาท ตามลำดับ ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2562 โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ร. ชื่อบัญชีนางสาวกัญฐมณี เป็นเงิน 1,000,000 บาท ต่อมากลุ่มคนร้ายเบิกถอนเงินครั้งที่ 1 และที่ 2 ออกจากบัญชีดังกล่าวไปทั้งหมด แต่ในการโอนเงินครั้งที่ 3 เจ้าพนักงานตำรวจสามารถอายัดเงินได้บางส่วนเป็นเงินประมาณ 900,000 บาท คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า จำเลยเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคาร ท. และทำบัตรเดบิตเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2562 เชื่อว่าจำเลยส่งมอบสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารและบัตรเดบิตดังกล่าวให้แก่คนร้ายซึ่งเป็นพวกของจำเลยไป ต่อมาวันที่ 15 เมษายน 2562 พวกของจำเลยแสดงตนเป็นพนักงานส่งสินค้าของบริษัทขนส่งสินค้าต่างประเทศ ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ถึงผู้เสียหายแจ้งให้ผู้เสียหายโอนเงินชำระค่าภาษีศุลกากรและค่าประกันความปลอดภัยในการขนส่ง เข้าบัญชีเงินฝากธนาคารหลายบัญชีรวมถึงบัญชีเงินฝากธนาคารที่จำเลยเป็นผู้เปิดบัญชีก่อนหน้านั้นเพียง 6 วัน ผิดวิสัยของวิญญูชนทั่วไปในการดำเนินธุรกรรมกับธนาคาร จำเลยเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารและส่งมอบบัญชีให้พวกของจำเลยโดยมีเจตนาหลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินตามแผนการที่จำเลยกับพวกคบคิด ถือได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โจทก์มีผู้เสียหายเป็นพยานเบิกความว่า เมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ผู้เสียหายสมัครใช้แอปพลิเคชัน TAN TAN ซึ่งเป็นโปรแกรมหาเพื่อนพูดคุยสนทนาออนไลน์ และส่งข้อความสนทนากับนายเล็ก หรือ MR. REX โดยนายเล็กพูดคุยในลักษณะชอบพอและสนใจผู้เสียหาย จากนั้นขอเพิ่มเพื่อนทางแอปพลิเคชันไลน์ วันที่ 11 ถึง 13 เมษายน 2562 นายเล็กแจ้งทางแอปพลิเคชันไลน์ว่าจะส่งของมีค่าประเภทเครื่องประดับและเงินไปให้ผู้เสียหาย พร้อมกับขอข้อมูลที่อยู่และบัญชีจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ของผู้เสียหายจะมีบริษัทขนส่งสินค้าติดต่อไป หลังจากนั้นประมาณ 3 ถึง 4 วัน ผู้เสียหายได้รับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ติดต่อจากบริษัท พ. แจ้งว่ามีพัสดุส่งถึงผู้เสียหายจะต้องชำระค่าภาษีศุลกากร 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 160,000 บาท และแจ้งเลขที่บัญชีธนาคารสำหรับรับโอนเงินเป็นบัญชีธนาคาร ม. ชื่อบัญชีเป็นชาวต่างชาติ ผู้เสียหายไม่ได้โอนเงินชำระค่าภาษีดังกล่าว ต่อมาบริษัท พ. ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แจ้งบัญชีเงินฝากธนาคาร ท. หลายบัญชี ซึ่งมีบัญชีเงินฝากธนาคาร ท. ชื่อบัญชีจำเลยรวมอยู่ด้วย ผู้เสียหายพยายามโอนเงินเข้าบัญชีต่าง ๆ ดังที่แจ้งรวมถึงบัญชีเงินฝากธนาคารของจำเลย แต่ธนาคารแจ้งว่าไม่สามารถโอนเงินเข้าบัญชีของจำเลยได้โดยไม่แจ้งเหตุผล จนกระทั่งบริษัท พ. แจ้งบัญชีเงินฝากธนาคาร ก. ชื่อบัญชีนางสาวอรณิชา ผู้เสียหายจึงสามารถโอนเงินชำระค่าภาษีศุลกากร 160,000 บาท จากนั้นบริษัท พ. แจ้งว่าพัสดุที่ส่งมามีมูลค่าสูงมากต้องเสียภาษีศุลกากรเพิ่ม ผู้เสียหายจึงโอนเงินเข้าบัญชีของนางสาวอรณิชาเพื่อชำระค่าภาษีศุลกากรอีก 400,000 บาท ต่อมาผู้เสียหายได้รับแจ้งว่าต้องชำระค่าประกันความปลอดภัยในการขนส่งอีก 1,000,000 บาท ให้โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ท. ชื่อบัญชีนางสาวสิริพร แต่ผู้เสียหายไม่สามารถโอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าว บริษัท พ. จึงเปลี่ยนเป็นบัญชีเงินฝากธนาคาร ร. ชื่อบัญชี นางสาวกัญฐมณี ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าว 1,000,000 บาท แต่ผู้เสียหายไม่ได้รับพัสดุและไม่สามารถติดต่อบริษัทดังกล่าวได้อีก ต่อมาผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากเจ้าพนักงานตำรวจแจ้งว่าผู้เสียหายน่าจะถูกแก๊งโรแมนซ์สแกมหลอกลวงและสั่งอายัดเงินในบัญชีเงินฝากธนาคารของนางสาวกัญฐมณีไว้ได้เป็นเงินประมาณ 900,000 บาท ผู้เสียหายจึงไปร้องทุกข์ที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สถานีตำรวจนครบาลคลองตัน และมีพันตำรวจเอกสราวุธ หัวหน้าชุดสืบสวน ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เบิกความว่า พยานได้รับมอบหมายให้สืบสวนปราบปรามการกระทำความผิดของกลุ่มเครือข่ายฉ้อโกงประชาชนแก๊งโรแมนซ์สแกม จากการสืบสวนทราบว่ากลุ่มคนร้ายแบ่งหน้าที่กันเป็น 5 ส่วน กลุ่มแรก กลุ่มสแกมเมอร์ มักเป็นชาวแอฟริกันผิวสี พักอาศัยในประเทศมาเลเซีย ใช้สื่อสังคมออนไลน์หลอกลวงประชาชนในประเทศไทย โดยการสร้างบัญชีเฟซบุ๊กปลอมเพื่อพูดคุยสนทนาข้อความกับผู้ถูกหลอกลวง อ้างตนว่าเป็นชาวตะวันตก มีประวัติการทำงานที่ดี ต้องการย้ายหรือส่งสิ่งของมายังประเทศไทย ให้ผู้ถูกหลอกลวงหลงเชื่อโอนเงินให้กลุ่มผู้กระทำความผิดเพื่อแลกกับสิ่งของ กลุ่มที่ 2 กลุ่มคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นหญิงชาวไทยภริยาของชาวแอฟริกันผิวสี มีหน้าที่อ้างว่าเป็นพนักงานบริษัทขนส่งสินค้าหรือเจ้าหน้าที่ศุลกากร พูดคุยหลอกให้ผู้ถูกหลอกลวงหลงเชื่อว่ามีพัสดุส่งมาถึงและต้องโอนเงินให้แก่บริษัทก่อนจึงจะได้รับพัสดุดังกล่าว กลุ่มที่ 3 กลุ่มรับจ้างเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารและผู้รวบรวมบัญชีเงินฝากธนาคาร กลุ่มนี้ส่วนมากเป็นคนไทยที่ทำการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร แล้วมอบสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร บัตรเอทีเอ็มและรหัสการใช้บัตรให้แก่ผู้ที่มีหน้าที่จัดการทางการเงินของแก๊งโรแมนซ์สแกม โดยได้รับค่าตอบแทนในการรับจ้างเปิดบัญชีธนาคารบัญชีละ 1,500 ถึง 2,000 บาท กลุ่มที่ 4 กลุ่มเบิกถอนเงิน คนร้ายกลุ่มนี้จะอยู่ต่างประเทศและมีหน้าที่เบิกถอนเงินโดยใช้บัตรเอทีเอ็ม และกลุ่มที่ 5 กลุ่มบริหารจัดการเงินหลังเกิดเหตุ มีหน้าที่รวบรวมเงินที่ได้จากผู้ถูกหลอกลวง แล้วจัดสรรผลประโยชน์ตอบแทนให้ตามสัดส่วนที่ตกลงกัน พยานกับพวกจึงวางแผนเพื่อจับกุมกลุ่มผู้กระทำความผิดดังกล่าว โดยในวันที่ 11 มกราคม 2562 พยานเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร ท. 5 บัญชี ส่งมอบให้นางสาวภารดี สายลับซึ่งอยู่ในประเทศมาเลเซียนำไปขายให้แก่นางส้มหรือนางสาวสิริพรหรือศิริวรรณ แก๊งโรแมนซ์สแกม และให้ธนาคารเฝ้าติดตามการเคลื่อนไหวทางบัญชีดังกล่าว วันที่ 4 และ 23 กุมภาพันธ์ 2562 นางนงลักษณ์ และนางประภา ตามลำดับ ถูกกลุ่มคนร้ายหลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีที่สายลับนำไปขายดังกล่าว และมีการใช้บัตรเอทีเอ็มเบิกถอนเงินออกจากบัญชีในประเทศมาเลเซีย ต่อมาประมาณปลายเดือนเมษายน 2562 พยานได้รับแจ้งจากธนาคาร ร. ว่ามีหญิงคนหนึ่งมาถอนเงินออกจากบัญชีจำนวนมากในลักษณะผิดปกติ เมื่อให้ธนาคารตรวจสอบที่มาของเงินพบว่าผู้เสียหายเป็นผู้โอนเงิน 1,000,000 บาท เข้าบัญชีดังกล่าว พยานโทรศัพท์สอบถามผู้เสียหาย จึงทราบว่าผู้เสียหายถูกชายชาวต่างชาติที่เคยติดต่อกันหลอกลวงให้โอนเงิน 1,000,000 บาท เพื่อจ่ายค่าสิ่งของที่ชายคนดังกล่าวอ้างว่าส่งไปให้ผู้เสียหาย และก่อนหน้านี้ผู้เสียหายโอนเงินในลักษณะเดียวกันเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารตามที่คนร้ายแจ้งหลายบัญชีหลายครั้ง ซึ่งมีบัญชีเงินฝากธนาคารชื่อจำเลยและชื่อนางสาวศิริวรรณหรือสิริพรซึ่งเป็นผู้ที่ซื้อสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารจากสายลับรวมอยู่ด้วย และครั้งสุดท้ายกลุ่มคนร้ายหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของนางสาวชลณิชาอีก แต่ผู้เสียหายไม่หลงเชื่อ ซึ่งพบว่ากลุ่มคนร้ายที่หลอกลวงนางสาวทัศนีย์ผู้เสียหายในอีกคดีหนึ่ง ได้โอนเงินต่อไปยังบัญชีเงินฝากธนาคารของนางสาวชลณิชาเช่นกัน จึงเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายที่หลอกลวงผู้เสียหายเป็นกลุ่มเดียวกับที่หลอกลวงนางนงลักษณ์ นางประภาและนางสาวทัศนีย์ และโจทก์มีร้อยตำรวจเอกเดชพนักงานสอบสวน เบิกความว่า พยานได้รับแต่งตั้งให้เป็นพนักงานสอบสวนในการกระทำความผิดของกลุ่มคนร้ายแก๊งโรแมนซ์สแกมประเทศมาเลเซีย หลังจากได้รับการร้องทุกข์จากนางนงลักษณ์และทำการสอบสวนพบว่า กลุ่มผู้กระทำความผิดแก๊งโรแมนซ์สแกมที่หลอกลวงนางนงลักษณ์ เป็นกลุ่มเดียวกับที่หลอกลวงนางประภา นางสาวทัศนีย์ และผู้เสียหายในคดีนี้ กลุ่มคนร้ายกระทำความผิดเชื่อมโยงหลายพื้นที่โดยมีการสั่งการในประเทศมาเลเซีย มีสมาชิกเท่าที่สามารถยืนยันตัวบุคคลได้รวม 18 คน ซึ่งมีจำเลยรวมอยู่ด้วย โดยจำเลยทำหน้าที่เปิดบัญชีธนาคารให้กลุ่มคนร้ายนำไปใช้รับโอนเงินจากประชาชนที่ถูกหลอกลวงรวมถึงผู้เสียหาย เห็นว่า วิธีการที่กลุ่มคนร้ายแก๊งโรแมนซ์สแกมประเทศมาเลเซียร่วมกันหลอกลวงเพื่อให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากประชาชนผู้ถูกหลอกลวงรวมถึงผู้เสียหาย กระทำโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์และสังคมออนไลน์ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ สร้างตัวตนบัญชีผู้ใช้งานในสื่อสังคมออนไลน์ว่าเป็นชายชาวต่างชาติที่มีฐานะดีประกอบอาชีพน่าเชื่อถือ ติดต่อหลอกลวงผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิงว่าต้องการสร้างความสัมพันธ์สนใจจะคบหาเป็นคนรักหรือเพื่อน และอ้างว่าส่งพัสดุเป็นสิ่งของมีมูลค่าสูงหรือเงินจากต่างประเทศไปให้ จากนั้นกลุ่มคนร้ายจะแอบอ้างแสดงตนเป็นพนักงานบริษัทขนส่งสินค้าต่างประเทศหรือเจ้าหน้าที่ศุลกากร ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ติดต่อหลอกลวงผู้เสียหายที่ต้องการรับพัสดุ ให้ชำระค่าภาษีศุลกากรหรือค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการจัดส่งพัสดุทางบัญชีเงินฝากธนาคารที่คนร้ายจัดเตรียมไว้ ซึ่งมีทั้งบัญชีเงินฝากธนาคารในประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าว กลุ่มคนร้ายจะทำการเบิกถอนเงินออกจากบัญชีโดยทันที พฤติการณ์ในการกระทำความผิดดังกล่าวของกลุ่มคนร้ายแก๊งโรแมนซ์สแกมจึงมีลักษณะเป็นการรวมตัวกันของคณะบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ร่วมกันกระทำการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และฉ้อโกงประชาชนรวมถึงผู้เสียหายโดยแสดงตนเป็นคนอื่น ซึ่งเป็นความผิดอาญาที่กฎหมายกำหนดโทษจำคุกขั้นสูงตั้งแต่สี่ปีขึ้นไปหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้น เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ทางการเงิน ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์ทางวัตถุอย่างอื่นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม และกระทำในเขตแดนของรัฐมากกว่าหนึ่งรัฐ หรือที่กระทำในรัฐหนึ่งแต่การตระเตรียม การวางแผน การสั่งการ การสนับสนุน หรือการควบคุมการกระทำความผิดได้กระทำในอีกรัฐหนึ่ง กลุ่มคนร้ายแก๊งโรแมนซ์สแกมจึงเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตามบทนิยามในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 และผู้ซึ่งเป็นสมาชิก เครือข่ายดำเนินงาน หรือผู้ที่สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดดังกล่าวอันเกี่ยวข้องกับแก๊งโรแมนซ์สแกม หรือผู้ที่มีส่วนร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในกิจกรรมหรือการดำเนินการของแก๊งโรแมนซ์สแกม โดยรู้ถึงวัตถุประสงค์และการดำเนินกิจกรรม หรือโดยรู้ถึงเจตนาที่จะกระทำความผิดดังกล่าวของแก๊งโรแมนซ์สแกม ย่อมมีความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตามมาตรา 5 ด้วย ได้ความจากผู้เสียหายว่า กลุ่มคนร้ายแก๊งโรแมนซ์สแกมหลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารหลายบัญชี ซึ่งมีบัญชีเงินฝากธนาคาร ท. ชื่อบัญชีจำเลยรวมอยู่ด้วย ผู้เสียหายพยายามโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากดังกล่าวแล้ว แต่ธนาคารแจ้งว่าไม่สามารถโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลยดังกล่าวได้ จนกระทั่งกลุ่มคนร้ายเปลี่ยนให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ก. ชื่อบัญชีนางสาวอรณิชา จึงสามารถโอนเงินชำระค่าภาษีศุลกากรได้รวม 2 ครั้ง เป็นเงิน 160,000 บาท และ 400,000 บาท และมีการโอนเงินชำระค่าประกันความปลอดภัยในการขนส่งอีก 1,000,000 บาท เข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ร. ชื่อบัญชีนางสาวกัญฐมณี ตามที่ถูกหลอกลวง และได้ความจากพันตำรวจเอกสราวุธกับร้อยตำรวจเอกเดชว่า กลุ่มคนร้ายแก๊งโรแมนซ์สแกมที่หลอกลวงผู้เสียหายเป็นเครือข่ายเดียวกับกลุ่มคนร้ายที่หลอกลวงนางนงลักษณ์และนางประภา โดยกลุ่มคนร้ายวางแผนและแบ่งหน้าที่กันกระทำความผิดเชื่อมโยงในหลายพื้นที่ และมีการสั่งการจากประเทศมาเลเซีย ในการจัดหาเพื่อให้ได้มาซึ่งบัญชีเงินฝากธนาคารสำหรับรับโอนเงินจากผู้ถูกหลอกลวงส่วนมากจะมีคนไทยทำหน้าที่รับจ้างเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร โดยได้รับค่าตอบแทนในการรับจ้างเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร บัญชีละ 1,500 ถึง 2,000 บาท สมาชิกของแก๊งโรแมนซ์สแกมเท่าที่สามารถยืนยันตัวบุคคลได้มี 18 คน ซึ่งมีจำเลยรวมอยู่ด้วย โดยจำเลยทำหน้าที่เปิดบัญชีธนาคารให้กลุ่มคนร้ายนำไปใช้รับโอนเงินจากผู้ถูกหลอกลวง ชั้นสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยว่า ร่วมกันกระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จำเลยให้การปฏิเสธ ดังนี้ ตามทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ในการหลอกลวงให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินให้แก๊งโรแมนซ์สแกม จำเลยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างบัญชีผู้ใช้งานและการใช้งานบัญชีชื่อนายเล็ก เพื่อพูดคุยสนทนาทางข้อความในแอปพลิเคชัน TAN TAN และแอปพลิเคชันไลน์กับผู้เสียหาย รวมถึงการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท พ. เพื่อแจ้งบัญชีเงินฝากธนาคารให้ผู้เสียหายโอนเงิน คงได้ความเพียงว่าจำเลยมีส่วนเกี่ยวข้องในพฤติการณ์ดังกล่าวเพราะมีชื่อจำเลยเป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากธนาคาร ท. ที่กลุ่มคนร้ายแก๊งโรแมนซ์สแกมแจ้งให้ผู้เสียหายโอนเงินเท่านั้น ซึ่งยังไม่อาจฟังได้ว่าจำเลยเป็นสมาชิกหรือเป็นเครือข่ายดำเนินงาน สมคบกันเพื่อกระทำความผิด หรือมีส่วนร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในกิจกรรมหรือการดำเนินการของแก๊งโรแมนซ์สแกมดังกล่าวตามฟ้อง แต่ข้อเท็จจริงได้ความตามบันทึกคำให้การของจำเลยว่า นอกจากจำเลยเป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากธนาคาร ท. แล้ว จำเลยยังเป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากธนาคาร อ. ซึ่งถูกนำไปใช้รับโอนเงินที่ได้จากการหลอกลวงผู้อื่น โดยมีการนำบัญชีเงินฝากธนาคาร อ. ของจำเลยไปใช้รับโอนเงินจากผู้ถูกหลอกลวง 15,000 บาท รับโอนเงินจากผู้ที่ถูกชาวต่างชาติหลอกลวง 35,000 บาท และรับโอนเงินจากการหลอกลวงขายเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา 30,000 บาท ส่วนบัญชีเงินฝากธนาคาร ท. ของจำเลยที่กลุ่มคนร้ายแก๊งโรแมนซ์สแกมนำไปใช้รับโอนเงินในการหลอกลวงผู้เสียหายนั้น พบว่าถูกนำไปใช้ในการรับโอนเงินจากการหลอกลวงขายของออนไลน์ด้วย พฤติการณ์ที่มีการนำบัญชีเงินฝากธนาคารต่าง ๆ ของจำเลยไปใช้รับโอนเงินจากการหลอกลวงบุคคลอื่นมาแล้วหลายครั้งเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่าการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารต่าง ๆ ของจำเลยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่กลุ่มคนร้ายนำสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารของจำเลยไปใช้รับโอนเงินจากผู้ถูกหลอกลวงรวมถึงผู้เสียหาย แม้จำเลยจะกล่าวอ้างว่าสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าวสูญหายไป เพราะจำเลยเก็บรักษาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าวไว้ในรถยนต์ จำเลยให้นายสุรศักดิ์เพื่อนของจำเลยยืมรถยนต์ไป ทำนองว่านายสุรศักดิ์อาจเป็นผู้เอาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าวไป หรือมีส่วนเกี่ยวข้อง หรือมีส่วนรับผิดชอบที่สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารของจำเลยสูญหาย แต่จำเลยกลับเบิกความตอบคำถามติงว่า จำเลยเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร ท. โดยประสงค์จะให้นายสุรศักดิ์นำไปใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงินอยู่แล้ว เนื่องจากนายสุรศักดิ์ไม่อาจเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารเองได้ เพราะมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ฉะนั้น ที่จำเลยอ้างว่าสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าวสูญหายเพราะเก็บรักษาไว้ในรถ และให้นายสุรศักดิ์ยืมรถไปใช้จึงไม่น่าเชื่อถือ แต่น่าเชื่อว่าเหตุที่สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ท. ของจำเลยไปอยู่ในความครอบครองของกลุ่มคนร้ายแก๊งโรแมนซ์สแกม เป็นเพราะจำเลยเป็นผู้มอบสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าวและบัตรเดบิตให้แก่บุคคลอื่นเพื่อนำไปใช้ในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ขณะเกิดเหตุจำเลยอายุ 30 ปี และประกอบอาชีพการงานแล้ว จำเลยย่อมต้องทราบว่าการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารแล้วมอบหรือยินยอมให้บุคคลอื่นนำบัญชีเงินฝากธนาคารกับบัตรเดบิตของตนไป อาจเป็นช่องทางให้กลุ่มคนร้ายได้ไปซึ่งสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าว แล้วนำไปใช้ในการกระทำความผิด โดยหลอกลวงผู้อื่นให้โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ทั้งกรณีของจำเลยเป็นการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารควบคู่กับการขอใช้บัตรเดบิต ซึ่งทำให้สามารถทำธุรกรรมทางการเงินต่อไปเป็นทอด ๆ ได้อย่างรวดเร็ว แต่จำเลยกลับมิได้ดูแลเก็บรักษาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร บัตรเดบิต รหัสการใช้บัตร รวมถึงตรวจสอบความถูกต้องของการทำธุรกรรมทางการเงิน และดำเนินการแก้ไขเมื่อพบความผิดปกติเพื่อป้องกันความเสียหาย โดยเฉพาะเมื่อปรากฏว่าจำเลยได้รับหมายเรียกผู้ต้องหาและได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงานตำรวจว่ามีการนำสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารของจำเลยไปใช้กระทำความผิดหลายครั้ง ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องร้ายแรงอย่างยิ่ง เพราะอาจเป็นมูลเหตุให้จำเลยถูกดำเนินคดีอาญาต้องโทษถึงจำคุก แต่จำเลยกลับมิได้ร้องทุกข์เพื่อให้เจ้าพนักงานตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี ทั้งที่จำเลยทราบว่าผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติการณ์การกระทำความผิดดังกล่าวคือนายสุรศักดิ์ นอกจากนี้ยังปรากฏว่าจำเลยตกลงยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ถูกหลอกลวงในคดีของสถานีตำรวจภูธรเมืองร้อยเอ็ดเป็นเงิน 15,000 บาท โดยวิธีผ่อนชำระ เพื่อมิให้ตนถูกดำเนินคดี อันเป็นการผิดปกติวิสัยของผู้ที่พบว่าบัญชีเงินฝากธนาคารของตนถูกคนร้ายลักไปก่อเหตุโดยที่ตนไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้อง จากพฤติการณ์ดังกล่าวน่าเชื่อว่าจำเลยเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร ท. โดยมิได้มีเจตนาเพื่อจะใช้ทำธุรกรรมทางการเงินของตนตามปกติ แต่เป็นการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารเพื่อประสงค์จะมอบบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่นนำไปใช้ หรือยินยอมให้มีการนำบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าวไปใช้ในการกระทำความผิดของกลุ่มคนร้ายแก๊งโรแมนซ์สแกม เมื่อต่อมากลุ่มคนร้ายแก๊งโรแมนซ์สแกมนำบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าวไปใช้รับโอนเงินที่หลอกลวงผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่สมาชิก หรือเครือข่ายดำเนินงาน หรือผู้ที่สมคบกันเพื่อกระทำความผิด หรือผู้มีส่วนร่วมกันกระทำการใด ๆ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ในกิจกรรมหรือการดำเนินการของกลุ่มคนร้ายแก๊งโรแมนซ์สแกม แต่เมื่อโจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยช่วยเหลือในการกระทำความผิดของกลุ่มคนร้ายแก๊งโรแมนซ์สแกมดังกล่าวตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 มาตรา 5 (4) มาด้วย จึงไม่อาจลงโทษจำเลยฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเพราะเหตุนี้ได้ แต่การกระทำของจำเลยถือเป็นการช่วยเหลือในการกระทำความผิด หรือให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่นกระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิด จำเลยจึงเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติอยู่ด้วย แม้คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยจะเป็นพยานบอกเล่า แต่เมื่อพิจารณาสภาพ ลักษณะ แหล่งที่มา และข้อเท็จจริงแวดล้อมแล้ว น่าเชื่อว่าจะพิสูจน์ความจริงได้ จึงไม่ต้องห้ามในการรับฟังเป็นพยานหลักฐานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226/3 วรรคสอง (1) ที่จำเลยนำสืบต่อสู้ว่า สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ท. รวมถึงสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารอื่น ๆ บัตรเอทีเอ็ม และบัตรเดบิตที่เก็บไว้ในรถยนต์ของจำเลยสูญหายไประหว่างที่จำเลยให้นายสุรศักดิ์ยืมรถยนต์ไปใช้นั้น เป็นการกล่าวอ้างเพียงลอย ๆ โดยไม่มีพยานหลักฐานมาสนับสนุน ทำให้ไม่มีน้ำหนักรับฟัง แม้โจทก์ฟ้องและมีคำขอท้ายฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานเป็นตัวการร่วมกระทำความผิด เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเป็นเพียงผู้สนับสนุนการกระทำความผิดซึ่งแตกต่างจากข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องก็ตาม แต่ข้อแตกต่างดังกล่าวมิใช่ในข้อสาระสำคัญและทั้งจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ศาลย่อมลงโทษจำเลยฐานเป็นผู้สนับสนุนตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนั้นได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง ประกอบมาตรา 215 และ 225 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดฐานสนับสนุนการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 มาตรา 5 (3), 25 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 จำคุก 2 ปี 8 เดือน คำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 9 เดือน 10 วัน (ศักดิ์ชัย รังษีวงศ์-วิเชียร อภิรัตน์มนตรี-ทรงกลด บุญชูกุศล) - - แหล่งที่มา หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.3798/2566 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
717473
courts
[
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    },
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081940022"
    }
}
date
2567
deka_no
4040/2567
deka_running_no
4040
deka_year
2567
department
แผนก
judges
[
    "ศักดิ์ชัย รังษีวงศ์",
    "วิเชียร อภิรัตน์มนตรี",
    "ทรงกลด บุญชูกุศล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 86"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 192 วรรคสอง",
            "ม. 215",
            "ม. 225"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556",
        "sections": [
            "ม. 3",
            "ม. 5 (3)",
            "ม. 25"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย อ."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 มาตรา 3, 5, 6, 7, 25

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติว่า เมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2562 กลุ่มคนร้ายติดต่อกับนางสาวพัสตร์ชิตา ผู้เสียหาย ผ่านทางแอปพลิเคชันสำหรับหาเพื่อนพูดคุย TAN TAN และแอปพลิเคชันไลน์ (LINE) โดยแอบอ้างแสดงตนว่าเป็นชายต่างชาติเชื้อสายจีน อาศัยและทำงานในต่างประเทศ สนทนาพูดคุยทางข้อความกับผู้เสียหายแล้วแจ้งว่าได้ส่งพัสดุเป็นของมีค่าไปให้ จากนั้นกลุ่มคนร้ายติดต่อผู้เสียหายทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ อ้างว่าเป็นพนักงานบริษัทขนส่งสินค้าต่างประเทศมีพัสดุมูลค่าสูงส่งถึงผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายจะต้องเสียภาษีศุลกากรและค่าประกันความปลอดภัยในการขนส่งก่อน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินชำระผ่านทางบัญชีธนาคารตามที่แจ้งหลายบัญชี ซึ่งมีบัญชีเงินฝากธนาคาร ท. ชื่อจำเลยเป็นเจ้าของบัญชีรวมอยู่ด้วย แต่ธนาคารแจ้งว่าไม่สามารถทำรายการได้ จึงมีการเปลี่ยนเป็นบัญชีอื่นจนผู้เสียหายสามารถนำเงินฝากเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารตามที่คนร้ายแจ้งรวม 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 และที่ 2 เมื่อวันที่ 16 และ 17 เมษายน 2562 โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ก. ชื่อบัญชีนางสาวอรณิชา เป็นเงิน 160,000 บาท และ 400,000 บาท ตามลำดับ ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2562 โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ร. ชื่อบัญชีนางสาวกัญฐมณี เป็นเงิน 1,000,000 บาท ต่อมากลุ่มคนร้ายเบิกถอนเงินครั้งที่ 1 และที่ 2 ออกจากบัญชีดังกล่าวไปทั้งหมด แต่ในการโอนเงินครั้งที่ 3 เจ้าพนักงานตำรวจสามารถอายัดเงินได้บางส่วนเป็นเงินประมาณ 900,000 บาท

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า จำเลยเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคาร ท. และทำบัตรเดบิตเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2562 เชื่อว่าจำเลยส่งมอบสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารและบัตรเดบิตดังกล่าวให้แก่คนร้ายซึ่งเป็นพวกของจำเลยไป ต่อมาวันที่ 15 เมษายน 2562 พวกของจำเลยแสดงตนเป็นพนักงานส่งสินค้าของบริษัทขนส่งสินค้าต่างประเทศ ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ถึงผู้เสียหายแจ้งให้ผู้เสียหายโอนเงินชำระค่าภาษีศุลกากรและค่าประกันความปลอดภัยในการขนส่ง เข้าบัญชีเงินฝากธนาคารหลายบัญชีรวมถึงบัญชีเงินฝากธนาคารที่จำเลยเป็นผู้เปิดบัญชีก่อนหน้านั้นเพียง 6 วัน ผิดวิสัยของวิญญูชนทั่วไปในการดำเนินธุรกรรมกับธนาคาร จำเลยเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารและส่งมอบบัญชีให้พวกของจำเลยโดยมีเจตนาหลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินตามแผนการที่จำเลยกับพวกคบคิด ถือได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โจทก์มีผู้เสียหายเป็นพยานเบิกความว่า เมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ผู้เสียหายสมัครใช้แอปพลิเคชัน TAN TAN ซึ่งเป็นโปรแกรมหาเพื่อนพูดคุยสนทนาออนไลน์ และส่งข้อความสนทนากับนายเล็ก หรือ MR. REX โดยนายเล็กพูดคุยในลักษณะชอบพอและสนใจผู้เสียหาย จากนั้นขอเพิ่มเพื่อนทางแอปพลิเคชันไลน์ วันที่ 11 ถึง 13 เมษายน 2562 นายเล็กแจ้งทางแอปพลิเคชันไลน์ว่าจะส่งของมีค่าประเภทเครื่องประดับและเงินไปให้ผู้เสียหาย พร้อมกับขอข้อมูลที่อยู่และบัญชีจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ของผู้เสียหายจะมีบริษัทขนส่งสินค้าติดต่อไป หลังจากนั้นประมาณ 3 ถึง 4 วัน ผู้เสียหายได้รับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ติดต่อจากบริษัท พ. แจ้งว่ามีพัสดุส่งถึงผู้เสียหายจะต้องชำระค่าภาษีศุลกากร 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 160,000 บาท และแจ้งเลขที่บัญชีธนาคารสำหรับรับโอนเงินเป็นบัญชีธนาคาร ม. ชื่อบัญชีเป็นชาวต่างชาติ ผู้เสียหายไม่ได้โอนเงินชำระค่าภาษีดังกล่าว ต่อมาบริษัท พ. ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แจ้งบัญชีเงินฝากธนาคาร ท. หลายบัญชี ซึ่งมีบัญชีเงินฝากธนาคาร ท. ชื่อบัญชีจำเลยรวมอยู่ด้วย ผู้เสียหายพยายามโอนเงินเข้าบัญชีต่าง ๆ ดังที่แจ้งรวมถึงบัญชีเงินฝากธนาคารของจำเลย แต่ธนาคารแจ้งว่าไม่สามารถโอนเงินเข้าบัญชีของจำเลยได้โดยไม่แจ้งเหตุผล จนกระทั่งบริษัท พ. แจ้งบัญชีเงินฝากธนาคาร ก. ชื่อบัญชีนางสาวอรณิชา ผู้เสียหายจึงสามารถโอนเงินชำระค่าภาษีศุลกากร 160,000 บาท จากนั้นบริษัท พ. แจ้งว่าพัสดุที่ส่งมามีมูลค่าสูงมากต้องเสียภาษีศุลกากรเพิ่ม ผู้เสียหายจึงโอนเงินเข้าบัญชีของนางสาวอรณิชาเพื่อชำระค่าภาษีศุลกากรอีก 400,000 บาท ต่อมาผู้เสียหายได้รับแจ้งว่าต้องชำระค่าประกันความปลอดภัยในการขนส่งอีก 1,000,000 บาท ให้โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ท. ชื่อบัญชีนางสาวสิริพร แต่ผู้เสียหายไม่สามารถโอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าว บริษัท พ. จึงเปลี่ยนเป็นบัญชีเงินฝากธนาคาร ร. ชื่อบัญชี นางสาวกัญฐมณี ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าว 1,000,000 บาท แต่ผู้เสียหายไม่ได้รับพัสดุและไม่สามารถติดต่อบริษัทดังกล่าวได้อีก ต่อมาผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากเจ้าพนักงานตำรวจแจ้งว่าผู้เสียหายน่าจะถูกแก๊งโรแมนซ์สแกมหลอกลวงและสั่งอายัดเงินในบัญชีเงินฝากธนาคารของนางสาวกัญฐมณีไว้ได้เป็นเงินประมาณ 900,000 บาท ผู้เสียหายจึงไปร้องทุกข์ที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สถานีตำรวจนครบาลคลองตัน และมีพันตำรวจเอกสราวุธ หัวหน้าชุดสืบสวน ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เบิกความว่า พยานได้รับมอบหมายให้สืบสวนปราบปรามการกระทำความผิดของกลุ่มเครือข่ายฉ้อโกงประชาชนแก๊งโรแมนซ์สแกม จากการสืบสวนทราบว่ากลุ่มคนร้ายแบ่งหน้าที่กันเป็น 5 ส่วน กลุ่มแรก กลุ่มสแกมเมอร์ มักเป็นชาวแอฟริกันผิวสี พักอาศัยในประเทศมาเลเซีย ใช้สื่อสังคมออนไลน์หลอกลวงประชาชนในประเทศไทย โดยการสร้างบัญชีเฟซบุ๊กปลอมเพื่อพูดคุยสนทนาข้อความกับผู้ถูกหลอกลวง อ้างตนว่าเป็นชาวตะวันตก มีประวัติการทำงานที่ดี ต้องการย้ายหรือส่งสิ่งของมายังประเทศไทย ให้ผู้ถูกหลอกลวงหลงเชื่อโอนเงินให้กลุ่มผู้กระทำความผิดเพื่อแลกกับสิ่งของ กลุ่มที่ 2 กลุ่มคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นหญิงชาวไทยภริยาของชาวแอฟริกันผิวสี มีหน้าที่อ้างว่าเป็นพนักงานบริษัทขนส่งสินค้าหรือเจ้าหน้าที่ศุลกากร พูดคุยหลอกให้ผู้ถูกหลอกลวงหลงเชื่อว่ามีพัสดุส่งมาถึงและต้องโอนเงินให้แก่บริษัทก่อนจึงจะได้รับพัสดุดังกล่าว กลุ่มที่ 3 กลุ่มรับจ้างเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารและผู้รวบรวมบัญชีเงินฝากธนาคาร กลุ่มนี้ส่วนมากเป็นคนไทยที่ทำการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร แล้วมอบสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร บัตรเอทีเอ็มและรหัสการใช้บัตรให้แก่ผู้ที่มีหน้าที่จัดการทางการเงินของแก๊งโรแมนซ์สแกม โดยได้รับค่าตอบแทนในการรับจ้างเปิดบัญชีธนาคารบัญชีละ 1,500 ถึง 2,000 บาท กลุ่มที่ 4 กลุ่มเบิกถอนเงิน คนร้ายกลุ่มนี้จะอยู่ต่างประเทศและมีหน้าที่เบิกถอนเงินโดยใช้บัตรเอทีเอ็ม และกลุ่มที่ 5 กลุ่มบริหารจัดการเงินหลังเกิดเหตุ มีหน้าที่รวบรวมเงินที่ได้จากผู้ถูกหลอกลวง แล้วจัดสรรผลประโยชน์ตอบแทนให้ตามสัดส่วนที่ตกลงกัน พยานกับพวกจึงวางแผนเพื่อจับกุมกลุ่มผู้กระทำความผิดดังกล่าว โดยในวันที่ 11 มกราคม 2562 พยานเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร ท. 5 บัญชี ส่งมอบให้นางสาวภารดี สายลับซึ่งอยู่ในประเทศมาเลเซียนำไปขายให้แก่นางส้มหรือนางสาวสิริพรหรือศิริวรรณ แก๊งโรแมนซ์สแกม และให้ธนาคารเฝ้าติดตามการเคลื่อนไหวทางบัญชีดังกล่าว วันที่ 4 และ 23 กุมภาพันธ์ 2562 นางนงลักษณ์ และนางประภา ตามลำดับ ถูกกลุ่มคนร้ายหลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีที่สายลับนำไปขายดังกล่าว และมีการใช้บัตรเอทีเอ็มเบิกถอนเงินออกจากบัญชีในประเทศมาเลเซีย ต่อมาประมาณปลายเดือนเมษายน 2562 พยานได้รับแจ้งจากธนาคาร ร. ว่ามีหญิงคนหนึ่งมาถอนเงินออกจากบัญชีจำนวนมากในลักษณะผิดปกติ เมื่อให้ธนาคารตรวจสอบที่มาของเงินพบว่าผู้เสียหายเป็นผู้โอนเงิน 1,000,000 บาท เข้าบัญชีดังกล่าว พยานโทรศัพท์สอบถามผู้เสียหาย จึงทราบว่าผู้เสียหายถูกชายชาวต่างชาติที่เคยติดต่อกันหลอกลวงให้โอนเงิน 1,000,000 บาท เพื่อจ่ายค่าสิ่งของที่ชายคนดังกล่าวอ้างว่าส่งไปให้ผู้เสียหาย และก่อนหน้านี้ผู้เสียหายโอนเงินในลักษณะเดียวกันเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารตามที่คนร้ายแจ้งหลายบัญชีหลายครั้ง ซึ่งมีบัญชีเงินฝากธนาคารชื่อจำเลยและชื่อนางสาวศิริวรรณหรือสิริพรซึ่งเป็นผู้ที่ซื้อสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารจากสายลับรวมอยู่ด้วย และครั้งสุดท้ายกลุ่มคนร้ายหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของนางสาวชลณิชาอีก แต่ผู้เสียหายไม่หลงเชื่อ ซึ่งพบว่ากลุ่มคนร้ายที่หลอกลวงนางสาวทัศนีย์ผู้เสียหายในอีกคดีหนึ่ง ได้โอนเงินต่อไปยังบัญชีเงินฝากธนาคารของนางสาวชลณิชาเช่นกัน จึงเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายที่หลอกลวงผู้เสียหายเป็นกลุ่มเดียวกับที่หลอกลวงนางนงลักษณ์ นางประภาและนางสาวทัศนีย์ และโจทก์มีร้อยตำรวจเอกเดชพนักงานสอบสวน เบิกความว่า พยานได้รับแต่งตั้งให้เป็นพนักงานสอบสวนในการกระทำความผิดของกลุ่มคนร้ายแก๊งโรแมนซ์สแกมประเทศมาเลเซีย หลังจากได้รับการร้องทุกข์จากนางนงลักษณ์และทำการสอบสวนพบว่า กลุ่มผู้กระทำความผิดแก๊งโรแมนซ์สแกมที่หลอกลวงนางนงลักษณ์ เป็นกลุ่มเดียวกับที่หลอกลวงนางประภา นางสาวทัศนีย์ และผู้เสียหายในคดีนี้ กลุ่มคนร้ายกระทำความผิดเชื่อมโยงหลายพื้นที่โดยมีการสั่งการในประเทศมาเลเซีย มีสมาชิกเท่าที่สามารถยืนยันตัวบุคคลได้รวม 18 คน ซึ่งมีจำเลยรวมอยู่ด้วย โดยจำเลยทำหน้าที่เปิดบัญชีธนาคารให้กลุ่มคนร้ายนำไปใช้รับโอนเงินจากประชาชนที่ถูกหลอกลวงรวมถึงผู้เสียหาย เห็นว่า วิธีการที่กลุ่มคนร้ายแก๊งโรแมนซ์สแกมประเทศมาเลเซียร่วมกันหลอกลวงเพื่อให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากประชาชนผู้ถูกหลอกลวงรวมถึงผู้เสียหาย กระทำโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์และสังคมออนไลน์ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ สร้างตัวตนบัญชีผู้ใช้งานในสื่อสังคมออนไลน์ว่าเป็นชายชาวต่างชาติที่มีฐานะดีประกอบอาชีพน่าเชื่อถือ ติดต่อหลอกลวงผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิงว่าต้องการสร้างความสัมพันธ์สนใจจะคบหาเป็นคนรักหรือเพื่อน และอ้างว่าส่งพัสดุเป็นสิ่งของมีมูลค่าสูงหรือเงินจากต่างประเทศไปให้ จากนั้นกลุ่มคนร้ายจะแอบอ้างแสดงตนเป็นพนักงานบริษัทขนส่งสินค้าต่างประเทศหรือเจ้าหน้าที่ศุลกากร ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ติดต่อหลอกลวงผู้เสียหายที่ต้องการรับพัสดุ ให้ชำระค่าภาษีศุลกากรหรือค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการจัดส่งพัสดุทางบัญชีเงินฝากธนาคารที่คนร้ายจัดเตรียมไว้ ซึ่งมีทั้งบัญชีเงินฝากธนาคารในประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าว กลุ่มคนร้ายจะทำการเบิกถอนเงินออกจากบัญชีโดยทันที พฤติการณ์ในการกระทำความผิดดังกล่าวของกลุ่มคนร้ายแก๊งโรแมนซ์สแกมจึงมีลักษณะเป็นการรวมตัวกันของคณะบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ร่วมกันกระทำการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และฉ้อโกงประชาชนรวมถึงผู้เสียหายโดยแสดงตนเป็นคนอื่น ซึ่งเป็นความผิดอาญาที่กฎหมายกำหนดโทษจำคุกขั้นสูงตั้งแต่สี่ปีขึ้นไปหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้น เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ทางการเงิน ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์ทางวัตถุอย่างอื่นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม และกระทำในเขตแดนของรัฐมากกว่าหนึ่งรัฐ หรือที่กระทำในรัฐหนึ่งแต่การตระเตรียม การวางแผน การสั่งการ การสนับสนุน หรือการควบคุมการกระทำความผิดได้กระทำในอีกรัฐหนึ่ง กลุ่มคนร้ายแก๊งโรแมนซ์สแกมจึงเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตามบทนิยามในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 และผู้ซึ่งเป็นสมาชิก เครือข่ายดำเนินงาน หรือผู้ที่สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดดังกล่าวอันเกี่ยวข้องกับแก๊งโรแมนซ์สแกม หรือผู้ที่มีส่วนร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในกิจกรรมหรือการดำเนินการของแก๊งโรแมนซ์สแกม โดยรู้ถึงวัตถุประสงค์และการดำเนินกิจกรรม หรือโดยรู้ถึงเจตนาที่จะกระทำความผิดดังกล่าวของแก๊งโรแมนซ์สแกม ย่อมมีความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตามมาตรา 5 ด้วย ได้ความจากผู้เสียหายว่า กลุ่มคนร้ายแก๊งโรแมนซ์สแกมหลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารหลายบัญชี ซึ่งมีบัญชีเงินฝากธนาคาร ท. ชื่อบัญชีจำเลยรวมอยู่ด้วย ผู้เสียหายพยายามโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากดังกล่าวแล้ว แต่ธนาคารแจ้งว่าไม่สามารถโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลยดังกล่าวได้ จนกระทั่งกลุ่มคนร้ายเปลี่ยนให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ก. ชื่อบัญชีนางสาวอรณิชา จึงสามารถโอนเงินชำระค่าภาษีศุลกากรได้รวม 2 ครั้ง เป็นเงิน 160,000 บาท และ 400,000 บาท และมีการโอนเงินชำระค่าประกันความปลอดภัยในการขนส่งอีก 1,000,000 บาท เข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ร. ชื่อบัญชีนางสาวกัญฐมณี ตามที่ถูกหลอกลวง และได้ความจากพันตำรวจเอกสราวุธกับร้อยตำรวจเอกเดชว่า กลุ่มคนร้ายแก๊งโรแมนซ์สแกมที่หลอกลวงผู้เสียหายเป็นเครือข่ายเดียวกับกลุ่มคนร้ายที่หลอกลวงนางนงลักษณ์และนางประภา โดยกลุ่มคนร้ายวางแผนและแบ่งหน้าที่กันกระทำความผิดเชื่อมโยงในหลายพื้นที่ และมีการสั่งการจากประเทศมาเลเซีย ในการจัดหาเพื่อให้ได้มาซึ่งบัญชีเงินฝากธนาคารสำหรับรับโอนเงินจากผู้ถูกหลอกลวงส่วนมากจะมีคนไทยทำหน้าที่รับจ้างเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร โดยได้รับค่าตอบแทนในการรับจ้างเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร บัญชีละ 1,500 ถึง 2,000 บาท สมาชิกของแก๊งโรแมนซ์สแกมเท่าที่สามารถยืนยันตัวบุคคลได้มี 18 คน ซึ่งมีจำเลยรวมอยู่ด้วย โดยจำเลยทำหน้าที่เปิดบัญชีธนาคารให้กลุ่มคนร้ายนำไปใช้รับโอนเงินจากผู้ถูกหลอกลวง ชั้นสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยว่า ร่วมกันกระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จำเลยให้การปฏิเสธ ดังนี้ ตามทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ในการหลอกลวงให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินให้แก๊งโรแมนซ์สแกม จำเลยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างบัญชีผู้ใช้งานและการใช้งานบัญชีชื่อนายเล็ก เพื่อพูดคุยสนทนาทางข้อความในแอปพลิเคชัน TAN TAN และแอปพลิเคชันไลน์กับผู้เสียหาย รวมถึงการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท พ. เพื่อแจ้งบัญชีเงินฝากธนาคารให้ผู้เสียหายโอนเงิน คงได้ความเพียงว่าจำเลยมีส่วนเกี่ยวข้องในพฤติการณ์ดังกล่าวเพราะมีชื่อจำเลยเป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากธนาคาร ท. ที่กลุ่มคนร้ายแก๊งโรแมนซ์สแกมแจ้งให้ผู้เสียหายโอนเงินเท่านั้น ซึ่งยังไม่อาจฟังได้ว่าจำเลยเป็นสมาชิกหรือเป็นเครือข่ายดำเนินงาน สมคบกันเพื่อกระทำความผิด หรือมีส่วนร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในกิจกรรมหรือการดำเนินการของแก๊งโรแมนซ์สแกมดังกล่าวตามฟ้อง แต่ข้อเท็จจริงได้ความตามบันทึกคำให้การของจำเลยว่า นอกจากจำเลยเป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากธนาคาร ท. แล้ว จำเลยยังเป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากธนาคาร อ. ซึ่งถูกนำไปใช้รับโอนเงินที่ได้จากการหลอกลวงผู้อื่น โดยมีการนำบัญชีเงินฝากธนาคาร อ. ของจำเลยไปใช้รับโอนเงินจากผู้ถูกหลอกลวง 15,000 บาท รับโอนเงินจากผู้ที่ถูกชาวต่างชาติหลอกลวง 35,000 บาท และรับโอนเงินจากการหลอกลวงขายเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา 30,000 บาท ส่วนบัญชีเงินฝากธนาคาร ท. ของจำเลยที่กลุ่มคนร้ายแก๊งโรแมนซ์สแกมนำไปใช้รับโอนเงินในการหลอกลวงผู้เสียหายนั้น พบว่าถูกนำไปใช้ในการรับโอนเงินจากการหลอกลวงขายของออนไลน์ด้วย พฤติการณ์ที่มีการนำบัญชีเงินฝากธนาคารต่าง ๆ ของจำเลยไปใช้รับโอนเงินจากการหลอกลวงบุคคลอื่นมาแล้วหลายครั้งเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่าการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารต่าง ๆ ของจำเลยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่กลุ่มคนร้ายนำสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารของจำเลยไปใช้รับโอนเงินจากผู้ถูกหลอกลวงรวมถึงผู้เสียหาย แม้จำเลยจะกล่าวอ้างว่าสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าวสูญหายไป เพราะจำเลยเก็บรักษาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าวไว้ในรถยนต์ จำเลยให้นายสุรศักดิ์เพื่อนของจำเลยยืมรถยนต์ไป ทำนองว่านายสุรศักดิ์อาจเป็นผู้เอาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าวไป หรือมีส่วนเกี่ยวข้อง หรือมีส่วนรับผิดชอบที่สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารของจำเลยสูญหาย แต่จำเลยกลับเบิกความตอบคำถามติงว่า จำเลยเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร ท. โดยประสงค์จะให้นายสุรศักดิ์นำไปใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงินอยู่แล้ว เนื่องจากนายสุรศักดิ์ไม่อาจเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารเองได้ เพราะมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ฉะนั้น ที่จำเลยอ้างว่าสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าวสูญหายเพราะเก็บรักษาไว้ในรถ และให้นายสุรศักดิ์ยืมรถไปใช้จึงไม่น่าเชื่อถือ แต่น่าเชื่อว่าเหตุที่สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ท. ของจำเลยไปอยู่ในความครอบครองของกลุ่มคนร้ายแก๊งโรแมนซ์สแกม เป็นเพราะจำเลยเป็นผู้มอบสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าวและบัตรเดบิตให้แก่บุคคลอื่นเพื่อนำไปใช้ในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ขณะเกิดเหตุจำเลยอายุ 30 ปี และประกอบอาชีพการงานแล้ว จำเลยย่อมต้องทราบว่าการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารแล้วมอบหรือยินยอมให้บุคคลอื่นนำบัญชีเงินฝากธนาคารกับบัตรเดบิตของตนไป อาจเป็นช่องทางให้กลุ่มคนร้ายได้ไปซึ่งสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าว แล้วนำไปใช้ในการกระทำความผิด โดยหลอกลวงผู้อื่นให้โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ทั้งกรณีของจำเลยเป็นการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารควบคู่กับการขอใช้บัตรเดบิต ซึ่งทำให้สามารถทำธุรกรรมทางการเงินต่อไปเป็นทอด ๆ ได้อย่างรวดเร็ว แต่จำเลยกลับมิได้ดูแลเก็บรักษาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร บัตรเดบิต รหัสการใช้บัตร รวมถึงตรวจสอบความถูกต้องของการทำธุรกรรมทางการเงิน และดำเนินการแก้ไขเมื่อพบความผิดปกติเพื่อป้องกันความเสียหาย โดยเฉพาะเมื่อปรากฏว่าจำเลยได้รับหมายเรียกผู้ต้องหาและได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงานตำรวจว่ามีการนำสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารของจำเลยไปใช้กระทำความผิดหลายครั้ง ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องร้ายแรงอย่างยิ่ง เพราะอาจเป็นมูลเหตุให้จำเลยถูกดำเนินคดีอาญาต้องโทษถึงจำคุก แต่จำเลยกลับมิได้ร้องทุกข์เพื่อให้เจ้าพนักงานตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี ทั้งที่จำเลยทราบว่าผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติการณ์การกระทำความผิดดังกล่าวคือนายสุรศักดิ์ นอกจากนี้ยังปรากฏว่าจำเลยตกลงยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ถูกหลอกลวงในคดีของสถานีตำรวจภูธรเมืองร้อยเอ็ดเป็นเงิน 15,000 บาท โดยวิธีผ่อนชำระ เพื่อมิให้ตนถูกดำเนินคดี อันเป็นการผิดปกติวิสัยของผู้ที่พบว่าบัญชีเงินฝากธนาคารของตนถูกคนร้ายลักไปก่อเหตุโดยที่ตนไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้อง จากพฤติการณ์ดังกล่าวน่าเชื่อว่าจำเลยเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร ท. โดยมิได้มีเจตนาเพื่อจะใช้ทำธุรกรรมทางการเงินของตนตามปกติ แต่เป็นการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารเพื่อประสงค์จะมอบบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่นนำไปใช้ หรือยินยอมให้มีการนำบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าวไปใช้ในการกระทำความผิดของกลุ่มคนร้ายแก๊งโรแมนซ์สแกม เมื่อต่อมากลุ่มคนร้ายแก๊งโรแมนซ์สแกมนำบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าวไปใช้รับโอนเงินที่หลอกลวงผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่สมาชิก หรือเครือข่ายดำเนินงาน หรือผู้ที่สมคบกันเพื่อกระทำความผิด หรือผู้มีส่วนร่วมกันกระทำการใด ๆ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ในกิจกรรมหรือการดำเนินการของกลุ่มคนร้ายแก๊งโรแมนซ์สแกม แต่เมื่อโจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยช่วยเหลือในการกระทำความผิดของกลุ่มคนร้ายแก๊งโรแมนซ์สแกมดังกล่าวตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 มาตรา 5 (4) มาด้วย จึงไม่อาจลงโทษจำเลยฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเพราะเหตุนี้ได้ แต่การกระทำของจำเลยถือเป็นการช่วยเหลือในการกระทำความผิด หรือให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่นกระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิด จำเลยจึงเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติอยู่ด้วย แม้คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยจะเป็นพยานบอกเล่า แต่เมื่อพิจารณาสภาพ ลักษณะ แหล่งที่มา และข้อเท็จจริงแวดล้อมแล้ว น่าเชื่อว่าจะพิสูจน์ความจริงได้ จึงไม่ต้องห้ามในการรับฟังเป็นพยานหลักฐานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226/3 วรรคสอง (1) ที่จำเลยนำสืบต่อสู้ว่า สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ท. รวมถึงสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารอื่น ๆ บัตรเอทีเอ็ม และบัตรเดบิตที่เก็บไว้ในรถยนต์ของจำเลยสูญหายไประหว่างที่จำเลยให้นายสุรศักดิ์ยืมรถยนต์ไปใช้นั้น เป็นการกล่าวอ้างเพียงลอย ๆ โดยไม่มีพยานหลักฐานมาสนับสนุน ทำให้ไม่มีน้ำหนักรับฟัง แม้โจทก์ฟ้องและมีคำขอท้ายฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานเป็นตัวการร่วมกระทำความผิด เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเป็นเพียงผู้สนับสนุนการกระทำความผิดซึ่งแตกต่างจากข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องก็ตาม แต่ข้อแตกต่างดังกล่าวมิใช่ในข้อสาระสำคัญและทั้งจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ศาลย่อมลงโทษจำเลยฐานเป็นผู้สนับสนุนตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนั้นได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง ประกอบมาตรา 215 และ 225 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย

พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดฐานสนับสนุนการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 มาตรา 5 (3), 25 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 จำคุก 2 ปี 8 เดือน คำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 9 เดือน 10 วัน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000020.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.3798/2566
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2567