ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 50/2568
ศาลแขวงอุบลราชธานี
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลปกครองอุบลราชธานี
ศาลผู้รับความเห็น
กรมการปกครอง
โจทก์
นาย ว.
จำเลย
พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา
พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา
พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 มาตรา
คดีนี้ กรมการปกครอง โจทก์ ยื่นฟ้อง นาย ว. จำเลย ว่า จําเลยได้ยื่นสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านโดยรับรองตนเองว่ามีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามรับเลือกตั้งตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช 2457 โดยจําเลยได้รับเลือกให้เป็นผู้ใหญ่บ้าน แต่ต่อมานายอำเภอเขมราฐตรวจสอบพบว่าจําเลยเคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดในคดีอาญาในความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จําคุก 2 ปี 6 เดือน และปรับ 150,000 บาท โทษจําคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี คดีถึงที่สุด จึงมีคำสั่งให้จำเลยพ้นจากตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านและเพิกถอนคำสั่งที่แต่งตั้งจำเลยเป็นผู้ใหญ่บ้าน จำเลยจึงต้องถูกเรียกคืนเงินตอบแทนตำแหน่งและเงินอื่น ๆ ที่ได้มาระหว่างดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายแก่โจทก์ โจทก์มีหนังสือทวงถามให้จำเลยนำเงินตอบแทนตำแหน่งและเงินอื่น ๆ มาคืน จำเลยเพิกเฉย อันเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้จําเลยชําระเงินพร้อมดอกเบี้ยคืนแก่โจทก์
จำเลยยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับคำสั่งทางปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 คดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
ศาลแขวงอุบลราชธานีเห็นว่า คดีพิพาทเกี่ยวกับกรณีโจทก์ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองฟ้องจําเลยซึ่งเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านและเป็นเจ้าหน้าที่ในสังกัดโจทก์ให้คืนเงินค่าตอบแทนหรือเงินอื่น ๆ แก่โจทก์เป็นคดีพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐกับเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากจากการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 คดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
ศาลปกครองอุบลราชธานีเห็นว่า การเรียกให้คืนเงินเป็นการใช้สิทธิเรียกร้องในฐานะเจ้าหนี้ตามปกติทั่วไป เงินที่จําเลยได้รับไปมีลักษณะเป็นเพียงลาภมิควรได้ที่เจ้าหนี้ตามกฎหมายอาจเรียกคืนได้ มิใช่คดีพิพาทตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 คดีไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง แต่เป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
คณะกรรมการฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า กรมการปกครองโจทก์มีฐานะเป็นกรมในรัฐบาลสังกัดกระทรวงมหาดไทย จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 จึงเป็นหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองฟ้องเรียกให้จำเลยซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ของรัฐคืนเงินตอบแทนตำแหน่งและเงินอื่น ๆ ที่ได้มาระหว่างดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านที่ได้รับไปโดยไม่มีสิทธิ คืนให้แก่โจทก์ แต่จำเลยไม่ยอมคืนเงินดังกล่าว อันเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ จึงเป็นกรณีที่รัฐฟ้องคดีโดยใช้สิทธิเรียกร้องเอาแก่จำเลยในฐานะเอกชนคนหนึ่ง มิได้มีลักษณะเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครอง ข้อพิพาทในคดีนี้จึงมิใช่คดีพิพาทตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) และ (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่เป็นกรณีที่โจทก์ต้องใช้สิทธิฟ้องคดีเพื่อเรียกให้จำเลยชดใช้เงินคืนต่อศาลยุติธรรม ซึ่งเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีทั้งปวงที่ไม่อยู่ในอำนาจของศาลอื่น คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
50/2568
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) และ (3)