คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3902/2568 ฉบับเต็ม

#718902
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3902/2568 นาย ค. ผู้ร้อง นางสาว อ. ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. มาตรา 1566 (1) ป.วิ.พ. มาตรา 42 วรรคสอง พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 182/1 วรรคสอง เมื่อผู้ร้องซึ่งเป็นบิดาถึงแก่ความตาย อำนาจปกครองบุตรย่อมตกแก่ผู้คัดค้านที่เป็นมารดาตาม ป.พ.พ. มาตรา 1566 (1) กรณีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยในเรื่องอำนาจปกครองอีกต่อไป ส่วนเรื่องค่าอุปการะเลี้ยงดูนั้น ทนายผู้คัดค้านยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า ผู้ร้องถึงแก่กรรม ศาลชั้นต้นแจ้งให้ทนายผู้ร้องทราบเพื่อหาบุคคลเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะแล้ว ไม่สามารถสืบหาทายาทเข้ามาเป็นคู่ความแทนผู้ร้องภายในเวลา 1 ปี นับแต่วันที่ผู้ร้องถึงแก่กรรม กรณีจึงต้องจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 42 วรรคสอง ประกอบ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 182/1 วรรคสอง ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอและแก้ไขคำร้องขอให้มีคำสั่งถอนอำนาจปกครองผู้เยาว์ทั้งสองของผู้คัดค้าน และให้ผู้ร้องเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองผู้เยาว์ทั้งสองแต่เพียงผู้เดียว แต่หากศาลไม่เห็นชอบให้ถอนอำนาจปกครองผู้เยาว์ทั้งสองของผู้คัดค้าน ขอให้มีคำสั่งให้ผู้คัดค้านลงลายมือชื่ออนุญาตให้ผู้เยาว์ทั้งสองได้รับสัญชาติเบลเยียม ได้รับหนังสือเดินทางของประเทศไทยและราชอาณาจักรเบลเยียม ได้รับบัตรประจำตัวประชาชนของไทยและเดินทางออกนอกราชอาณาจักรได้แม้ผู้คัดค้านไม่ได้ร่วมเดินทางไปด้วย หากไม่ยินยอมให้ถือเอาคำสั่งศาลแทนการแสดงเจตนาของผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านและฟ้องแย้งขอให้มีคำสั่งถอนอำนาจปกครองผู้เยาว์ทั้งสองของผู้ร้องและให้ผู้คัดค้านเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองผู้เยาว์ทั้งสองแต่เพียงผู้เดียว กับให้ผู้ร้องชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรนับแต่ศาลมีคำพิพากษาจนกว่าบุตรจะบรรลุนิติภาวะครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายจริงทั้งหมดแก่ผู้คัดค้าน ผู้ร้องให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้บังคับตามคำร้องขอของผู้ร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้ผู้คัดค้านลงลายมือชื่อหรือดำเนินการเพื่อให้ผู้เยาว์ทั้งสองได้รับสัญชาติเบลเยียม ได้รับหนังสือเดินทางของประเทศไทยและราชอาณาจักรเบลเยียม และได้รับบัตรประจำตัวประชาชนไทย หากผู้คัดค้านไม่ยินยอมดำเนินการหรือลงลายมือชื่อ ให้ผู้ร้องมีอำนาจลงลายมือชื่อ จัดการ และดำเนินการเพื่อให้ผู้เยาว์ทั้งสองได้รับสัญชาติเบลเยียม ได้รับหนังสือเดินทางของประเทศไทยและราชอาณาจักรเบลเยียม และได้รับบัตรประจำตัวประชาชนไทยได้แต่เพียงฝ่ายเดียวต่อไป และให้ผู้ร้องกับผู้คัดค้านยินยอมให้อีกฝ่ายพบเยี่ยมเยียนผู้เยาว์ทั้งสองได้ตามปกติสมควร ยกฟ้องแย้ง ค่าฤชาธรรมเนียม (ที่ถูก ในส่วนคำร้องขอและฟ้องแย้ง) ให้เป็นพับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ผู้ร้องและผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชํานัญพิเศษแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ผู้คัดค้านเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองเด็กชาย อ. และเด็กหญิง บ. ผู้เยาว์ทั้งสอง แต่เพียงผู้เดียว ทั้งนี้ ให้ผู้ร้องมีสิทธิพบปะและเยี่ยมเยียนผู้เยาว์ทั้งสองได้ตามสมควร ให้ผู้ร้องชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูผู้เยาว์ทั้งสองแก่ผู้คัดค้าน โดยในส่วนของเด็กชาย อ. เป็นเงิน 2,000,000 บาท ในส่วนของเด็กหญิง บ. เป็นเงิน 3,000,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนคำร้องขอและฟ้องแย้งชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ผู้ร้องถึงแก่ความตาย โดยไม่มีผู้ใดขอเข้าเป็นคู่ความแทนผู้ร้องผู้มรณะ ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า เห็นว่า สำหรับประเด็นเกี่ยวกับอำนาจปกครองบุตรเมื่อผู้ร้องซึ่งเป็นบิดาถึงแก่ความตาย อำนาจปกครองบุตรย่อมตกแก่ผู้คัดค้านที่เป็นมารดาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1566 (1) กรณีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยในเรื่องอำนาจปกครองอีกต่อไป ส่วนประเด็นเรื่องค่าอุปการะเลี้ยงดูนั้น เห็นว่า ทนายผู้คัดค้านยื่นคำแถลงลงวันที่ 22 ธันวาคม 2566 ต่อศาลชั้นต้นว่า ผู้ร้องถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2566 ศาลชั้นต้นแจ้งให้ทนายผู้ร้องทราบเพื่อหาบุคคลเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะแล้ว ไม่สามารถสืบหาทายาทเข้ามาเป็นคู่ความแทนผู้ร้องภายในเวลา 1 ปี นับแต่วันที่ผู้ร้องถึงแก่กรรม กรณีจึงต้องจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 182/1 วรรคสอง ให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความของศาลฎีกา ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (อดุลย์ ขันทอง-อภิรดี โพธิ์พร้อม-เผดิม เพ็ชรกูล) ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดภูเก็ต - นายรชต อ่องวิบูล ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ - นางปารณี มงคงศิริภัทรา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ยช.(พ)71/2567 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
718902
courts
[
    {
        "court": "ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดภูเก็ต",
        "judge": "นายรชต อ่องวิบูล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ",
        "judge": "นางปารณี มงคงศิริภัทรา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081937762"
    }
}
date
2568
deka_no
3902/2568
deka_running_no
3902
deka_year
2568
department
แผนก
judges
[
    "อดุลย์ ขันทอง",
    "อภิรดี โพธิ์พร้อม",
    "เผดิม เพ็ชรกูล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1566 (1)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 42 วรรคสอง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553",
        "sections": [
            "ม. 182/1 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นาย ค."
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นางสาว อ."
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอและแก้ไขคำร้องขอให้มีคำสั่งถอนอำนาจปกครองผู้เยาว์ทั้งสองของผู้คัดค้าน และให้ผู้ร้องเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองผู้เยาว์ทั้งสองแต่เพียงผู้เดียว แต่หากศาลไม่เห็นชอบให้ถอนอำนาจปกครองผู้เยาว์ทั้งสองของผู้คัดค้าน ขอให้มีคำสั่งให้ผู้คัดค้านลงลายมือชื่ออนุญาตให้ผู้เยาว์ทั้งสองได้รับสัญชาติเบลเยียม ได้รับหนังสือเดินทางของประเทศไทยและราชอาณาจักรเบลเยียม ได้รับบัตรประจำตัวประชาชนของไทยและเดินทางออกนอกราชอาณาจักรได้แม้ผู้คัดค้านไม่ได้ร่วมเดินทางไปด้วย หากไม่ยินยอมให้ถือเอาคำสั่งศาลแทนการแสดงเจตนาของผู้คัดค้าน

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านและฟ้องแย้งขอให้มีคำสั่งถอนอำนาจปกครองผู้เยาว์ทั้งสองของผู้ร้องและให้ผู้คัดค้านเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองผู้เยาว์ทั้งสองแต่เพียงผู้เดียว กับให้ผู้ร้องชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรนับแต่ศาลมีคำพิพากษาจนกว่าบุตรจะบรรลุนิติภาวะครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายจริงทั้งหมดแก่ผู้คัดค้าน

ผู้ร้องให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้บังคับตามคำร้องขอของผู้ร้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้ผู้คัดค้านลงลายมือชื่อหรือดำเนินการเพื่อให้ผู้เยาว์ทั้งสองได้รับสัญชาติเบลเยียม ได้รับหนังสือเดินทางของประเทศไทยและราชอาณาจักรเบลเยียม และได้รับบัตรประจำตัวประชาชนไทย หากผู้คัดค้านไม่ยินยอมดำเนินการหรือลงลายมือชื่อ ให้ผู้ร้องมีอำนาจลงลายมือชื่อ จัดการ และดำเนินการเพื่อให้ผู้เยาว์ทั้งสองได้รับสัญชาติเบลเยียม ได้รับหนังสือเดินทางของประเทศไทยและราชอาณาจักรเบลเยียม และได้รับบัตรประจำตัวประชาชนไทยได้แต่เพียงฝ่ายเดียวต่อไป และให้ผู้ร้องกับผู้คัดค้านยินยอมให้อีกฝ่ายพบเยี่ยมเยียนผู้เยาว์ทั้งสองได้ตามปกติสมควร ยกฟ้องแย้ง ค่าฤชาธรรมเนียม (ที่ถูก ในส่วนคำร้องขอและฟ้องแย้ง) ให้เป็นพับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

ผู้ร้องและผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์คดีชํานัญพิเศษแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ผู้คัดค้านเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองเด็กชาย อ. และเด็กหญิง บ. ผู้เยาว์ทั้งสอง แต่เพียงผู้เดียว ทั้งนี้ ให้ผู้ร้องมีสิทธิพบปะและเยี่ยมเยียนผู้เยาว์ทั้งสองได้ตามสมควร ให้ผู้ร้องชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูผู้เยาว์ทั้งสองแก่ผู้คัดค้าน โดยในส่วนของเด็กชาย อ. เป็นเงิน 2,000,000 บาท ในส่วนของเด็กหญิง บ. เป็นเงิน 3,000,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนคำร้องขอและฟ้องแย้งชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ผู้ร้องถึงแก่ความตาย โดยไม่มีผู้ใดขอเข้าเป็นคู่ความแทนผู้ร้องผู้มรณะ

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า เห็นว่า สำหรับประเด็นเกี่ยวกับอำนาจปกครองบุตรเมื่อผู้ร้องซึ่งเป็นบิดาถึงแก่ความตาย อำนาจปกครองบุตรย่อมตกแก่ผู้คัดค้านที่เป็นมารดาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1566 (1) กรณีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยในเรื่องอำนาจปกครองอีกต่อไป ส่วนประเด็นเรื่องค่าอุปการะเลี้ยงดูนั้น เห็นว่า ทนายผู้คัดค้านยื่นคำแถลงลงวันที่ 22 ธันวาคม 2566 ต่อศาลชั้นต้นว่า ผู้ร้องถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2566 ศาลชั้นต้นแจ้งให้ทนายผู้ร้องทราบเพื่อหาบุคคลเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะแล้ว ไม่สามารถสืบหาทายาทเข้ามาเป็นคู่ความแทนผู้ร้องภายในเวลา 1 ปี นับแต่วันที่ผู้ร้องถึงแก่กรรม กรณีจึงต้องจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 182/1 วรรคสอง

ให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความของศาลฎีกา ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000002.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ยช.(พ)71/2567
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2568