ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 53/2568
ศาลปกครองกลาง
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลแพ่งตลิ่งชัน
ศาลผู้รับความเห็น
นางสาว ส.
ผู้ฟ้องคดี
สำนักงานเขตหนองแขม ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน
ผู้ถูกฟ้องคดี
พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 มาตรา
พ.ร.บ.การไฟฟ้านครหลวง พ.ศ.2501 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
ป.ที่ดิน มาตรา
นางสาว ส ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง สำนักงานเขต หนองแขม ที่ 1 กรุงเทพมหานคร ที่ 2 การไฟฟ้านครหลวง ที่ 3 ผู้ถูกฟ้องคดี อ้างว่า ผู้ฟ้องคดี เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมที่ดินมีโฉนดซึ่งอยู่ในระหว่างการเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนเพื่อขยายทางหลวงท้องถิ่น สายถนนมาเจริญและถนนบางบอน 5 พ.ศ. 2561 โดยอยู่ในขั้นตอนการจัดทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์กับสำนักงานจัดกรรมสิทธิ์ สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นคำขอรังวัดแบ่งขาย (เวนคืน) และพบว่ามีการสร้างทางเดินเท้าของถนนเลียบคลองภาษีเจริญและติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าขนาด 24,000 วัตต์ รุกล้ำเข้ามาในที่ดินบางส่วนของผู้ฟ้องคดีด้านทางทิศใต้นอกแนวเขตเวนคืน คิดเป็นเนื้อที่ 12.25 ตารางวา โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นบริเวณที่ยังไม่ได้ข้อยุติในกระบวนการเวนคืนว่าเป็นพื้นที่สาธารณะหรือไม่ เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีเข้าออกที่ดินลำบากและมีอุปสรรคในการใช้ที่ดิน ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 รื้อถอนทางเดินเท้าในส่วนที่รุกล้ำที่ดินของผู้ฟ้องคดี หากรื้อถอนไม่ได้ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ชดใช้ค่าเสียหาย และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ย้ายหม้อแปลงไฟฟ้าออกไปจากที่ดินของผู้ฟ้องคดี
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 ให้การในทำนองเดียวกันว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 (2) เจ้าของที่ดินจึงไม่อาจขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย ขอให้ยกฟ้อง
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ให้การว่า การติดตั้งเสาไฟฟ้าและหม้อแปลงไฟฟ้าของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้บุกรุกหรือรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดี ขอให้ยกฟ้อง
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า คดีนี้เป็นข้อพิพาทที่โต้แย้งกันในเรื่องสิทธิครอบครองหรือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน
ศาลปกครองกลางเห็นว่า คดีนี้ การติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้ารุกล้ำที่ดินของผู้ฟ้องคดีโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
ศาลแพ่งตลิ่งชันเห็นว่า คดีนี้ การที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามกระทำการดังกล่าวโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ฟ้องคดีตามที่ผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้าง ย่อมเป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีและต้องชดใช้ค่าเสียหาย แต่หากที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน จะเป็นผลให้มีอำนาจเข้าไปดำเนินการก่อสร้างทางเดินเท้าและติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าดังกล่าวโดยไม่เป็นละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี เมื่อคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีมีความมุ่งหมายที่จะให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในคดีของผู้ฟ้องคดีเป็นสำคัญ ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
คณะกรรมการพิจารณาแล้ว เห็นว่า แม้สำนักงานเขตหนองแขม ที่ 1 ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานคร ที่ 2 และการไฟฟ้านครหลวง ที่ 3 ผู้ถูกฟ้องคดี เป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่การที่ผู้ฟ้องคดีฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามโดยอ้างว่ากระทำละเมิดก่อสร้างฟุตบาทและติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้ารุกล้ำเข้ามาในที่ดินบางส่วนของผู้ฟ้องคดีทางด้านทิศใต้นอกแนวเขตเวนคืน ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามให้การในทำนองเดียวกันว่าได้กระทำการโดยชอบด้วยกฎหมายและที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ดังนั้น กรณีจึงเป็นปัญหาเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน การที่จะวินิจฉัยว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีหรือไม่ จึงเป็นเพียงผลของการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับสถานะของที่ดินพิพาทว่าเป็นที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ฟ้องคดี การสร้างฟุตบาทและการติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้ารุกล้ำเข้ามาในที่ดินก็เป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี แต่หากที่ดินพิพาทตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จะเป็นผลให้การกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามไม่เป็นละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี คำฟ้องของผู้ฟ้องคดีจึงมีความมุ่งหมายเพื่อให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของผู้ฟ้องคดีเป็นสำคัญ ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
53/2568
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3)