ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 54/2568
ศาลปกครองนครราชสีมา
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลจังหวัดนางรอง
ศาลผู้รับความเห็น
นาย ส.
ผู้ฟ้องคดี
นาย ป. ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน
ผู้ถูกฟ้องคดี
พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 มาตรา
พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
ป.ที่ดิน มาตรา
คดีนี้ นาย ส. ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้องนาย ป. ที่ 1 องค์การบริหารส่วนตำบลถนนหัก ที่ 2 จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ 3 ผู้ถูกฟ้องคดี ต่อมา ศาลปกครองนครราชสีมามีคำสั่งไม่รับคำฟ้องในส่วนที่ฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 3 ไว้พิจารณา สรุปคำฟ้องได้ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ต่อมา ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นคำขอรังวัดสอบเขตที่ดินที่สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรอง เพื่อนำปักหลักเขตใหม่และตรวจสอบหลักเขตที่ดินเดิมของผู้ฟ้องคดี พบว่า ขณะที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านได้ร่วมกับผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 กระทำละเมิดก่อสร้างศาลาประชาคมหมู่บ้าน โรงสีข้าว อาคารเก็บข้าว (ยุ้งข้าว) และเสาไฟฟ้า รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของผู้ฟ้องคดีด้านทิศตะวันออกติดกับทางสาธารณประโยชน์ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ฟ้องคดี ทำให้ผู้ฟ้องคดีไม่สามารถใช้ที่ดินทำประโยชน์หรือให้เช่าได้ ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และขนทรัพย์สินพร้อมทั้งบริวารทั้งหมดที่รุกล้ำออกไปจากที่ดินของผู้ฟ้องคดี ขนย้ายเศษวัสดุและปรับที่ดินให้มีสภาพเช่นเดิมด้วยค่าใช้จ่ายของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสาม และห้ามมิให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามยุ่งเกี่ยวกับที่ดินของผู้ฟ้องคดี และให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดี
ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ให้การว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ไม่ได้กระทำละเมิดก่อสร้างรุกล้ำที่ดินของผู้ฟ้องคดี แต่ศาลาประชาคมและสิ่งปลูกสร้างอยู่ในที่สาธารณประโยชน์ สร้างขึ้นในช่วงที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านโคกเนิน ต่อมาได้มีการปรับปรุงศาลาประชาคมหมู่บ้านตามโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ตาม "โครงการไทยนิยม ยั่งยืน" ที่ดินพิพาทจึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันมาโดยตลอดเกินกว่า 10 ปี ก่อนที่ผู้ฟ้องคดีจะซื้อที่ดินเมื่อปี 2544 ทั้งเมื่อมีการก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างก็ไม่มีผู้ใดคัดค้าน อีกทั้งผู้ฟ้องคดียังได้ล้อมรั้วลวดหนามกั้นระหว่างบ้านพักอาศัยของผู้ฟ้องคดีกับที่ดินพิพาท ย่อมเป็นที่เข้าใจว่าที่ดินของผู้ฟ้องคดีมีอาณาเขตเพียงใด การที่ผู้ฟ้องคดีรื้อถอนรั้วลวดหนามหลังจากวันรังวัดสอบเขตที่ดินเป็นการใช้สิทธิไม่สุจริตในการฟ้องคดี ขอให้ยกฟ้อง
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
ศาลปกครองนครราชสีมาพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อพิพาทตามคำฟ้องในคดีนี้เป็นกรณีที่ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามใช้อำนาจทางปกครองหรือดำเนินกิจการทางปกครองเพื่อจัดให้มีและบำรุงรักษาที่ประชุม และส่งเสริมให้มีอุตสาหกรรมในครอบครัว ตลอดถึงการคุ้มครองดูแลและรักษาทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ตามอำนาจและหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นเหตุทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย คดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542
ศาลจังหวัดนางรองพิจารณาแล้วเห็นว่า ศาลจำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ฟ้องคดีหรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินจึงจะพิจารณาเกี่ยวกับคำขอท้ายฟ้อง ซึ่งผู้ฟ้องคดีมีความมุ่งหมายเพื่อให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของตนได้ คดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินอันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
คณะกรรมการพิจารณาแล้ว คดีนี้ แม้องค์การบริหารส่วนตำบลถนนหัก ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 เป็นราชการส่วนท้องถิ่นซึ่งมีฐานะเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่ข้อพิพาทในคดีนี้คู่ความโต้แย้งกันว่าที่ดินอันเป็นที่ตั้งของศาลาประชาคมหมู่บ้านและสิ่งปลูกสร้างเป็นที่ดินของผู้ฟ้องคดีหรือเป็นที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันมาตั้งแต่ก่อนที่ผู้ฟ้องคดีจะมีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงนี้ กรณีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ส่วนปัญหาว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 กระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีและจะต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดีหรือไม่ เป็นเพียงผลของการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินพิพาท ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
54/2568
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) และคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน