ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 34/2568
ศาลจังหวัดอุดรธานี
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลปกครองอุดรธานี
ศาลผู้รับความเห็น
นาย น.
โจทก์
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
จำเลย
พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 มาตรา
เอกชนเป็นโจทก์ยื่นฟ้องสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ 1 นาย ท. ที่ 2 จำเลย ว่า โจทก์เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบลบ้านเชียง เขตเลือกตั้งที่ 2 คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งให้โจทก์เป็นผู้ได้รับการเลือกตั้ง จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งเดียวกับโจทก์แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง ร้องเรียนว่าโจทก์ก่อ สนับสนุน หรือรู้เห็นเป็นใจให้นาย ฉ. แจกเงินแก่นางสาว ก. และบุคคลในครอบครัวคนละ 100 บาท เพื่อจูงใจให้ลงคะแนนแก่โจทก์ โดยจำเลยที่ 2 จงใจหรือประมาทเลินเล่อไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบด้านก่อน เพียงแต่สอบถามพยานฝ่ายที่สนับสนุนจำเลยที่ 2 เท่านั้น จำเลยที่ 1 สืบสวนและไต่สวนโดยไม่สอบถามโจทก์หรือนาย ฉ. และพยานบุคคลฝ่ายโจทก์ รวมทั้งมิได้พิจารณาพยานหลักฐานอย่างถี่ถ้วนกลับด่วนสรุปมีคำวินิจฉัย ต่อมาจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ภาค 4 ขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของโจทก์เป็นเวลาสิบปี สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่และสั่งให้โจทก์รับผิดค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้ง หลังจากนั้น จำเลยทั้งสองจงใจหรือประมาทเลินเล่อร่วมกันนำพยานเข้าเบิกความ ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกคำร้อง การกระทำของจำเลยทั้งสองทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย
จำเลยที่ 1 ให้การว่า กระบวนการสืบสวนและไต่สวนได้รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานตลอดจนมีการพิจารณากลั่นกรองให้ความเห็นตามลำดับชั้น รวมถึงการวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการการเลือกตั้งกระทำด้วยความระมัดระวังในการตรวจสอบและเสนอความเห็นโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษายกคำร้อง จำเลยที่ 1 ได้เสนอให้ยุติการดำเนินคดีอาญาแก่โจทก์ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยุติการดำเนินคดีอาญาแก่โจทก์ โจทก์จึงไม่ได้รับความเสียหาย ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ลงสมัครรับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลตำบลบ้านเชียงโดยไม่ได้มีเจตนาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลคนใหม่แทนโจทก์ อีกทั้งเป็นดุลพินิจของคณะกรรมการการเลือกตั้งในการพิจารณาข้อร้องเรียน เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกคำร้องย่อมไม่มีค่าเสียหายใด ๆ ที่จะต้องรับผิดชอบต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลจังหวัดอุดรธานีเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือเป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ และเป็นการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) และ (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
ศาลปกครองอุดรธานีเห็นว่า ข้อพิพาทสืบเนื่องมาจากการใช้อำนาจทางปกครองหรือการดำเนินกิจการทางปกครองในการจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบลบ้านเชียง ซึ่งเป็นการใช้อำนาจโดยตรงตามรัฐธรรมนูญ ที่ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ตามมาตรา 197 วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา 9 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 คดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง เห็นว่า คดีนี้จำเลยที่ 1 มีฐานะเป็นนิติบุคคลและอยู่ภายใต้การบังคับบัญชา กำกับดูแลและรับผิดชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ จึงเป็นหน่วยงานอื่นของรัฐและเป็นหน่วยงานทางปกครองมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นเอกชน เมื่อคดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดสืบเนื่องมาจากการจำเลยที่ 2 ร้องเรียนว่าโจทก์กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง และคณะกรรมการการเลือกตั้งไต่สวนและมีมติว่าโจทก์ได้กระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (1) และได้ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ภาค 4 ตามมาตรา 108 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีละเมิดอันสืบเนื่องมาจากคดีพิพาทเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ตามมาตรา 108 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 แม้การใช้อำนาจของจำเลยที่ 1 มีลักษณะเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมาย แต่ก็สืบเนื่องมาจากมูลเหตุคดีพิพาทเกี่ยวกับการเลือกตั้งซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 4 ที่ควรพิจารณาโดยระบบศาลเดียวกัน ข้อพิพาทตามคำฟ้องในคดีนี้ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเอกชน จึงเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
34/2568
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) และ (3)