ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 42/2568
ศาลจังหวัดศรีสะเกษ
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลปกครองอุบลราชธานี
ศาลผู้รับความเห็น
บริษัท อ. จำกัด
โจทก์
มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน
จำเลย
พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา
คดีนี้ บริษัท อ. จำกัด โจทก์ ยื่นฟ้อง มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ที่ 1 นางสาว พ. กับพวก ซึ่งเป็นเอกชน เป็นจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 อ้างว่า จําเลยที่ 1 ได้มีประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ เรื่องประกวดราคาซื้อครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์และการแพทย์ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็คทรอนิกส์ (e-bidding) จํานวน 14 รายการ และโจทก์ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ชนะการประกวดราคา ต่อมาจำเลยที่ 1 ทำสัญญาซื้อขาย ซื้อครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์และการแพทย์จากโจทก์ จำนวน 14 รายการ โดยโจทก์จะต้องส่งมอบสิ่งของที่ซื้อขายให้แก่จําเลยที่ 1 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ โจทก์ได้นําหลักประกันเป็นเงินสด 84,950 บาท มามอบให้แก่จําเลยที่ 1 เพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา หลังจากลงนามในสัญญา โจทก์ได้มีหนังสือส่งมอบครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์และการแพทย์ 14 รายการตามที่ระบุในสัญญาให้แก่จําเลยที่ 1 แต่จําเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ซึ่งเป็นกรรมการตรวจรับครุภัณฑ์ กระทำการโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ตรวจรับสินค้าของโจทก์ล่าช้าไม่เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารครุภัณฑ์ภาครัฐ พ.ศ. 2560 และนําครุภัณฑ์บางรายการไปใช้โดยไม่ทำการตรวจรับและไม่ชําระเงิน ต่อมาจําเลยที่ 1 มีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาตรวจรับครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์และการแพทย์โดยจําเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ได้ตรวจรับครุภัณฑ์บางรายการและเบิกจ่ายเงินให้โจทก์แล้ว แต่ไม่ตรวจรับครุภัณฑ์ 3 รายการ โดยให้เหตุผลว่าคุณลักษณะไม่ถูกต้องตามสัญญา โจทก์มีหนังสือชี้แจงแล้ว แต่จำเลยทั้งสี่เพิกเฉยไม่ยอมตรวจรับครุภัณฑ์ดังกล่าว ต่อมาจําเลยที่ 1 มีหนังสือบอกเลิกสัญญา และมีคำสั่งให้โจทก์เป็นผู้ทิ้งงาน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จําเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญา ไม่มีสิทธิยึดหลักประกัน และไม่มีสิทธิแจ้งขึ้นบัญชีว่าโจทก์เป็นผู้ทิ้งงาน ขอให้จําเลยทั้งสี่ร่วมกันชําระค่าเสียหายเป็นเงินค่าครุภัณฑ์ 3 รายการที่ไม่ตรวจรับ ให้จําเลยทั้งสี่ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจากการจ่ายเงินล่าช้า และให้จําเลยที่ 1 คืนเงินค้ำประกันสัญญา และยกเลิกคำสั่งว่าโจทก์ทิ้งงาน
จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
ศาลจังหวัดศรีสะเกษเห็นว่า คดีพิพาทเกี่ยวกับการซื้อขายครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์และการแพทย์ระหว่างโจทก์และจําเลยทั้งสี่เป็นข้อเกี่ยวกับสัญญาทางแพ่ง ส่วนคําขอที่โจทก์ขอให้จําเลยที่ 1 ยกเลิกคำสั่งว่าโจทก์ทิ้งงาน เป็นคำฟ้องคําขอต่อเนื่องมาจากคําขอหลักในเรื่องสัญญาซื้อขาย ศาลยุติธรรมจึงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาเช่นกัน คดีจึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
ศาลปกครองอุบลราชธานีเห็นว่า เฉพาะคำฟ้องในส่วนที่โจทก์ขอให้จําเลยที่ 1 ยกเลิกคำสั่งว่าโจทก์ทิ้งงานเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ข้อหานี้จึงเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
คณะกรรมการฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้โดยมีเจตนาให้จำเลยทั้งสี่ชดใช้ค่าเสียหายอันเนื่องมาจากการบอกเลิกสัญญา ค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดจงใจไม่ตรวจรับครุภัณฑ์ ตรวจรับครุภัณฑ์ล่าช้า และให้จำเลยที่ 1 คืนเงินค้ำประกันสัญญา คดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญา โดยที่ศาลยุติธรรมและศาลปกครองมีความเห็นพ้องกันว่าสัญญาพิพาทเป็นสัญญาทางแพ่ง คดีจึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ส่วนที่โจทก์ขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 ที่ให้โจทก์เป็นผู้ทิ้งงานเป็นเพียงคำขอที่เป็นผลต่อเนื่องมาจากการวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางแพ่งจึงเป็นประเด็นเกี่ยวพัน และควรได้รับการพิจารณาในศาลระบบเดียวกัน คดีนี้จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
(ไม่มี -)
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
42/2568
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4)