คำสั่งคำร้องที่ ท.ที่ 481/2567 ฉบับเต็ม

#719898
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำสั่งคำร้องที่ ท. 481/2567 นาย ว. โจทก์ นางสาว อ. กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 27 ศาลชั้นต้นได้อ่านคำสั่งของศาลฎีกาที่ ครพ. 6195/2566 ให้คู่ความฟังแล้ว จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบอ้างว่าคำสั่งดังกล่าวผิดหลงเพราะเป็นปัญหาสำคัญและให้นำคำร้องอุทธรณ์คำสั่งนี้เข้าที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพื่อกลับคำสั่งดังกล่าว คำร้องของจำเลยที่ 1 จึงอยู่ในอำนาจของศาลฎีกาที่จะพิจารณาและมีคำสั่ง การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเอง จึงเป็นการไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่ถูกต้องนั้นเสียและสมควรสั่งคำร้องดังกล่าวของจำเลยที่ 1 เสียใหม่ เห็นว่า ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งศาลฎีกาให้จำเลยที่ 1 ฟังเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 การที่จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งศาลฎีกาที่อ้างว่าผิดระเบียบเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2566 จึงเป็นการยื่นเมื่อพ้นกำหนดแปดวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่งศาลฎีกาดังกล่าว เป็นคำร้องที่ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 27 วรรคสอง ให้ยกคำร้อง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 931,221.23 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 815,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การและฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องและบังคับโจทก์คืนรถยนต์แก่จำเลยที่ 1 หากไม่คืนขอให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 270,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 484,300 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 2 พฤศจิกายน 2561) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 8,000 บาท ยกฟ้องแย้งจำเลยที่ 1 คืนค่าขึ้นศาลชั้นฟ้องแย้งให้จำเลยที่ 1 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 800,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 2 พฤศจิกายน 2561) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ทั้งสองศาลและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีในศาลชั้นต้นกับค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้แก่จำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาและคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งที่ ครพ.6195/2566 ไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ฎีกา ยกคำร้องขออนุญาตฎีกา ไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 และยกคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่จำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นนอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 4 ธันวาคม 2566 รวม 3 ฉบับ ขออุทธรณ์คำสั่งของศาลฎีกาและขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยคดีโดยที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีและคำร้องขอศาลออกหมายเรียกคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.1254/2563 คดีหมายเลขแดงที่ อ.991/2566 ของศาลจังหวัดนนทบุรี มาประกอบการพิจารณา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องทั้งสามฉบับ จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าการที่ศาลยกคำร้องฉบับเดิมชอบแล้ว ไม่มีเหตุเพิกถอนคำสั่งเดิม อย่างไรก็ตาม คำร้องนี้มีคำขออีกส่วนหนึ่งซึ่งประสงค์ให้ส่งคำร้องไปให้ศาลฎีกาพิจารณาสั่งโดยตรง จึงให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลฎีกาพิจารณาสั่ง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นได้อ่านคำสั่งของศาลฎีกาที่ ครพ. 6195/2566 ให้คู่ความฟังแล้ว จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบอ้างว่าคำสั่งดังกล่าวผิดหลงเพราะเป็นปัญหาสำคัญและให้นำคำร้องอุทธรณ์คำสั่งนี้เข้าที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพื่อกลับคำสั่งดังกล่าว ดังนั้น คำร้องของจำเลยที่ 1 ที่ขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่อ้างว่าผิดระเบียบ จึงอยู่ในอำนาจของศาลฎีกาที่จะพิจารณาและมีคำสั่ง การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเอง จึงเป็นการไม่ถูกต้อง เมื่อจำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวต่อศาลฎีกา และศาลชั้นต้นส่งไปยังศาลฎีกา ศาลฎีกาเห็นสมควรให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่ถูกต้องนั้นเสียและสมควรสั่งคำร้องดังกล่าวของจำเลยที่ 1 เสียใหม่ เห็นว่า ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งศาลฎีกาให้จำเลยที่ 1 ฟังเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 การที่จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งศาลฎีกาที่อ้างว่าผิดระเบียบเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2566 จึงเป็นการยื่นเมื่อพ้นกำหนดแปดวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่งศาลฎีกาดังกล่าว เป็นคำร้องที่ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 27 วรรคสอง ให้ยกคำร้อง (ชลิต กฐินะสมิต-สุรศักดิ์ ตันโสรัจประเสริฐ-ณัฐพงศ์ ฐาปนาเนติพงศ์) - - แหล่งที่มา หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ครพ.1803/2566 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
719898
courts
[
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    },
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082560145"
    }
}
date
2567
deka_no
481/2567
deka_running_no
481
deka_year
2567
department
แผนก
judges
[
    "ชลิต กฐินะสมิต",
    "สุรศักดิ์ ตันโสรัจประเสริฐ",
    "ณัฐพงศ์ ฐาปนาเนติพงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 27"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย ว."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาว อ. กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 931,221.23 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 815,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การและฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องและบังคับโจทก์คืนรถยนต์แก่จำเลยที่ 1 หากไม่คืนขอให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 270,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 484,300 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 2 พฤศจิกายน 2561) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 8,000 บาท ยกฟ้องแย้งจำเลยที่ 1 คืนค่าขึ้นศาลชั้นฟ้องแย้งให้จำเลยที่ 1

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 800,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 2 พฤศจิกายน 2561) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ทั้งสองศาลและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีในศาลชั้นต้นกับค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น

จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีใหม่

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้แก่จำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

จำเลยที่ 1 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาและคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา

ศาลฎีกามีคำสั่งที่ ครพ.6195/2566 ไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ฎีกา ยกคำร้องขออนุญาตฎีกา ไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 และยกคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่จำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นนอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 4 ธันวาคม 2566 รวม 3 ฉบับ ขออุทธรณ์คำสั่งของศาลฎีกาและขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยคดีโดยที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีและคำร้องขอศาลออกหมายเรียกคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.1254/2563 คดีหมายเลขแดงที่ อ.991/2566 ของศาลจังหวัดนนทบุรี มาประกอบการพิจารณา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องทั้งสามฉบับ

จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าการที่ศาลยกคำร้องฉบับเดิมชอบแล้ว ไม่มีเหตุเพิกถอนคำสั่งเดิม อย่างไรก็ตาม คำร้องนี้มีคำขออีกส่วนหนึ่งซึ่งประสงค์ให้ส่งคำร้องไปให้ศาลฎีกาพิจารณาสั่งโดยตรง จึงให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลฎีกาพิจารณาสั่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นได้อ่านคำสั่งของศาลฎีกาที่ ครพ. 6195/2566 ให้คู่ความฟังแล้ว จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบอ้างว่าคำสั่งดังกล่าวผิดหลงเพราะเป็นปัญหาสำคัญและให้นำคำร้องอุทธรณ์คำสั่งนี้เข้าที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพื่อกลับคำสั่งดังกล่าว ดังนั้น คำร้องของจำเลยที่ 1 ที่ขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่อ้างว่าผิดระเบียบ จึงอยู่ในอำนาจของศาลฎีกาที่จะพิจารณาและมีคำสั่ง การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเอง จึงเป็นการไม่ถูกต้อง เมื่อจำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวต่อศาลฎีกา และศาลชั้นต้นส่งไปยังศาลฎีกา ศาลฎีกาเห็นสมควรให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่ถูกต้องนั้นเสียและสมควรสั่งคำร้องดังกล่าวของจำเลยที่ 1 เสียใหม่ เห็นว่า ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งศาลฎีกาให้จำเลยที่ 1 ฟังเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 การที่จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งศาลฎีกาที่อ้างว่าผิดระเบียบเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2566 จึงเป็นการยื่นเมื่อพ้นกำหนดแปดวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่งศาลฎีกาดังกล่าว เป็นคำร้องที่ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 27 วรรคสอง ให้ยกคำร้อง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\006005.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ครพ.1803/2566
type
คำสั่งคำร้องที่ ท.
year
2567