คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3639/2568 ฉบับเต็ม

#721462
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3639/2568 นางสาว จ. โจทก์ นาย ศ. กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ.2517 มาตรา 39 การที่โจทก์ตกลงสั่งจองหรือสั่งซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่จำเลยที่ 1 กับพวกประกาศขายพร้อมทั้งแจ้งราคาขายทางไลน์กลุ่ม 60 ก้อน ก้อนละ 200 ฉบับ รวม 12,000 ฉบับ ราคาฉบับละ 82.50 บาท เป็นเงิน 990,000 บาท และโจทก์โอนเงิน 990,000 บาท ไปยังบัญชีเงินฝากธนาคารของจำเลยที่ 2 เพื่อชำระค่าสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าว และยังตกลงสั่งจองหรือสั่งซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่จำเลยที่ 1 กับพวกประกาศขายพร้อมทั้งแจ้งราคาทางกลุ่มไลน์กลุ่มอีก 65 ก้อน ก้อนละ 200 ฉบับ รวม 13,000 ฉบับ ราคาฉบับละ 83 บาทเป็นเงิน 1,079,000 บาท และโจทก์โอนเงิน 1,079,000 บาท ไปยังบัญชีเงินฝากธนาคารของจำเลยที่ 4 เพื่อชำระค่าสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าว ก็เพราะโจทก์จะนำสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าวไปขายต่อ การที่โจทก์สั่งซื้อหรือสั่งจองสลากกินแบ่งรัฐบาลตามที่จำเลยที่ 1 กับพวกเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินกว่าฉบับละ 80 บาท ที่มีกำหนดราคาไว้ในสลากกินแบ่งรัฐบาล ตาม พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517 มาตรา 39 แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 มาตรา 13 แสดงให้เห็นอยู่ในตัวว่า โจทก์รับข้อเสนอดังกล่าวโดยมีเจตนามุ่งประสงค์ต่อผลประโยชน์อันเกิดจากการกระทำที่มีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย มิได้เป็นไปโดยสุจริต จะถือว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายโดยชอบด้วยกฎหมายมิได้ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) และไม่มีอำนาจฟ้อง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 3, 14 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 341 และให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันคืนเงิน 2,069,000 บาท แก่โจทก์ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ และให้การในคดีส่วนแพ่งขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง และยกคำขอให้จำเลยทั้งสี่คืนเงินแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังยุติโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดโต้แย้งในชั้นนี้ว่า ก่อนเกิดเหตุโจทก์ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลจากยี่ปั๊วหรือตัวแทนจำหน่ายทั่วไป หลังจากรู้จักจำเลยที่ 1 โจทก์เข้าร่วมเป็นสมาชิกในกลุ่มไลน์ที่จำเลยที่ 1 มอบรหัสให้ชื่อ "กลุ่มห้องโมเดลธุรกิจเพื่อนรายย่อย" และ "กลุ่มจองสลากล่วงหน้าเต็มจำนวน" โจทก์ใช้ชื่อในกลุ่มไลน์ว่า "แมวเหมียวหรือเหมียว" ส่วนจำเลยที่ 1 ใช้ชื่อว่า "คิงและบอย" จำเลยที่ 2 ใช้ชื่อว่า "ลี่" และจำเลยที่ 3 ใช้ชื่อว่า "โอ๋" จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เป็นผู้จัดการหรือผู้อำนวยการในกลุ่มไลน์ดังกล่าว มีหน้าที่หาลูกค้าซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล นำเสนอข้อมูลข่าวสาร รับโอนเงินค่าสลากกินแบ่งรัฐบาลล่วงหน้า จำเลยที่ 2 และที่ 4 ต่างเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่ธนาคาร ท. เพื่อใช้รับโอนเงินที่ได้จากสมาชิกในไลน์กลุ่มดังกล่าว โจทก์ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลจากจำเลยที่ 1 ประเภทการจองล่วงหน้าเต็มจำนวน ผ่านทางไลน์ "กลุ่มจองสลากล่วงหน้าเต็มจำนวน" โดยเป็นการจองข้ามงวด ซึ่งต้องโอนเงินล่วงหน้า เพื่อชำระราคาเต็มตามจำนวนที่สั่งจอง โจทก์เริ่มซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลจากจำเลยที่ 1 ครั้งแรกประมาณเดือนกันยายน 2563 แล้วนำไปขายเองที่ร้านขายสลากกินแบ่งรัฐบาลของโจทก์หน้าห้างสรรพสินค้า ท. โจทก์ไม่เคยขายสลากกินแบ่งรัฐบาลคืนให้แก่จำเลยที่ 1 เมื่อระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 ถึงวันที่ 29 เมษายน 2564 จำเลยที่ 1 กับพวกได้ประกาศขายสลากกินแบ่งรัฐบาลพร้อมทั้งแจ้งราคาขายสลากกินแบ่งรัฐบาลทางไลน์กลุ่มดังกล่าวในราคาฉบับละ 82.50 บาท และ 83 บาท โจทก์จึงโอนเงินตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 รวม 2 ครั้ง ครั้งแรกวันที่ 16 เมษายน 2564 โจทก์โอนเงิน 990,000 บาท ไปเข้าบัญชีธนาคาร ท. ที่มีชื่อจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของบัญชี ครั้งที่ 2 วันที่ 2 พฤษภาคม 2564 โจทก์โอนเงิน 1,079,000 บาท ไปเข้าบัญชีธนาคาร ท. ที่มีชื่อจำเลยที่ 4 เป็นเจ้าของบัญชี แต่จำเลยที่ 1 ไม่ได้ส่งมอบสลากกินแบ่งรัฐบาลตามจำนวนที่โจทก์สั่งจองหรือสั่งซื้อไป สำหรับคดีส่วนแพ่งโจทก์ไม่อุทธรณ์ จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในเบื้องต้นเสียก่อนว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ตกลงสั่งจองหรือสั่งซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่จำเลยที่ 1 กับพวกประกาศขายพร้อมทั้งแจ้งราคาขายสลากกินแบ่งรัฐบาลทางไลน์กลุ่มดังกล่าว 60 ก้อน ก้อนละ 200 ฉบับ รวม 12,000 ฉบับ ราคาฉบับละ 82.50 บาท เป็นเงิน 990,000 บาท และโจทก์ได้โอนเงิน 990,000 บาท ไปยังบัญชีเงินฝากธนาคารของจำเลยที่ 2 เพื่อเป็นการชำระค่าสั่งจองหรือสั่งซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าว และโจทก์ยังตกลงสั่งจองหรือสั่งซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลตามที่จำเลยที่ 1 กับพวกประกาศขายพร้อมทั้งแจ้งราคาขายสลากกินแบ่งรัฐบาลทางไลน์กลุ่มดังกล่าวอีก 65 ก้อน ก้อนละ 200 ฉบับ รวม 13,000 ฉบับ ราคาฉบับละ 83 บาท เป็นเงิน 1,079,000 บาท และโจทก์ได้โอนเงิน 1,079,000 บาท ไปยังบัญชีเงินฝากธนาคารของจำเลยที่ 4 เพื่อเป็นการชำระค่าสั่งจองหรือสั่งซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าว ก็เพราะโจทก์จะนำสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าวไปขายต่อ แต่จำเลยที่ 1 ไม่ได้ส่งมอบสลากกินแบ่งรัฐบาลตามจำนวนที่โจทก์สั่งจองหรือสั่งซื้อให้โจทก์ได้นั้น เป็นการที่โจทก์สั่งจองหรือสั่งซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลตามที่จำเลยที่ 1 กับพวกเสนอขาย หรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินกว่าฉบับละ 80 บาท ที่มีกำหนดราคาไว้ในสลากกินแบ่งรัฐบาลตามพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517 มาตรา 39 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 มาตรา 13 ซึ่งมีโทษปรับอันเป็นโทษทางอาญา แสดงให้เห็นอยู่ในตัวว่าโจทก์รับข้อเสนอดังกล่าวโดยมีเจตนามุ่งประสงค์ต่อผลประโยชน์อันเกิดจากการกระทำที่มีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย มิได้เป็นไปโดยสุจริต จะถือว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายโดยชอบด้วยกฎหมายมิได้ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) และไม่มีอำนาจฟ้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 และเมื่อวินิจฉัยเช่นนี้แล้ว ฎีกาข้ออื่นของโจทก์จึงไม่จำต้องวินิจฉัยอีกต่อไป เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (สุจินต์ เชี่ยวชาญศิลป์-สัญญา ภูริภักดี-รุ่งศักดิ์ วงศ์กระสันต์) ศาลแขวงชลบุรี - นางสาวมณีรัตน์ ธำรงวิทวัสพงศ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายสุพจน์ แสงประชากุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.576/2567 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
721462
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงชลบุรี",
        "judge": "นางสาวมณีรัตน์ ธำรงวิทวัสพงศ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายสุพจน์ แสงประชากุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082676796"
    }
}
date
2568
deka_no
3639/2568
deka_running_no
3639
deka_year
2568
department
แผนก
judges
[
    "สุจินต์ เชี่ยวชาญศิลป์",
    "สัญญา ภูริภักดี",
    "รุ่งศักดิ์ วงศ์กระสันต์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 2 (4)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ.2517",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ.2517",
        "sections": [
            "ม. 39"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาว จ."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ศ. กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 3, 14 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 341 และให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันคืนเงิน 2,069,000 บาท แก่โจทก์

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ และให้การในคดีส่วนแพ่งขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง และยกคำขอให้จำเลยทั้งสี่คืนเงินแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังยุติโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดโต้แย้งในชั้นนี้ว่า ก่อนเกิดเหตุโจทก์ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลจากยี่ปั๊วหรือตัวแทนจำหน่ายทั่วไป หลังจากรู้จักจำเลยที่ 1 โจทก์เข้าร่วมเป็นสมาชิกในกลุ่มไลน์ที่จำเลยที่ 1 มอบรหัสให้ชื่อ "กลุ่มห้องโมเดลธุรกิจเพื่อนรายย่อย" และ "กลุ่มจองสลากล่วงหน้าเต็มจำนวน" โจทก์ใช้ชื่อในกลุ่มไลน์ว่า "แมวเหมียวหรือเหมียว" ส่วนจำเลยที่ 1 ใช้ชื่อว่า "คิงและบอย" จำเลยที่ 2 ใช้ชื่อว่า "ลี่" และจำเลยที่ 3 ใช้ชื่อว่า "โอ๋" จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เป็นผู้จัดการหรือผู้อำนวยการในกลุ่มไลน์ดังกล่าว มีหน้าที่หาลูกค้าซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล นำเสนอข้อมูลข่าวสาร รับโอนเงินค่าสลากกินแบ่งรัฐบาลล่วงหน้า จำเลยที่ 2 และที่ 4 ต่างเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่ธนาคาร ท. เพื่อใช้รับโอนเงินที่ได้จากสมาชิกในไลน์กลุ่มดังกล่าว โจทก์ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลจากจำเลยที่ 1 ประเภทการจองล่วงหน้าเต็มจำนวน ผ่านทางไลน์ "กลุ่มจองสลากล่วงหน้าเต็มจำนวน" โดยเป็นการจองข้ามงวด ซึ่งต้องโอนเงินล่วงหน้า เพื่อชำระราคาเต็มตามจำนวนที่สั่งจอง โจทก์เริ่มซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลจากจำเลยที่ 1 ครั้งแรกประมาณเดือนกันยายน 2563 แล้วนำไปขายเองที่ร้านขายสลากกินแบ่งรัฐบาลของโจทก์หน้าห้างสรรพสินค้า ท. โจทก์ไม่เคยขายสลากกินแบ่งรัฐบาลคืนให้แก่จำเลยที่ 1 เมื่อระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 ถึงวันที่ 29 เมษายน 2564 จำเลยที่ 1 กับพวกได้ประกาศขายสลากกินแบ่งรัฐบาลพร้อมทั้งแจ้งราคาขายสลากกินแบ่งรัฐบาลทางไลน์กลุ่มดังกล่าวในราคาฉบับละ 82.50 บาท และ 83 บาท โจทก์จึงโอนเงินตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 รวม 2 ครั้ง ครั้งแรกวันที่ 16 เมษายน 2564 โจทก์โอนเงิน 990,000 บาท ไปเข้าบัญชีธนาคาร ท. ที่มีชื่อจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของบัญชี ครั้งที่ 2 วันที่ 2 พฤษภาคม 2564 โจทก์โอนเงิน 1,079,000 บาท ไปเข้าบัญชีธนาคาร ท. ที่มีชื่อจำเลยที่ 4 เป็นเจ้าของบัญชี แต่จำเลยที่ 1 ไม่ได้ส่งมอบสลากกินแบ่งรัฐบาลตามจำนวนที่โจทก์สั่งจองหรือสั่งซื้อไป สำหรับคดีส่วนแพ่งโจทก์ไม่อุทธรณ์ จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในเบื้องต้นเสียก่อนว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ตกลงสั่งจองหรือสั่งซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่จำเลยที่ 1 กับพวกประกาศขายพร้อมทั้งแจ้งราคาขายสลากกินแบ่งรัฐบาลทางไลน์กลุ่มดังกล่าว 60 ก้อน ก้อนละ 200 ฉบับ รวม 12,000 ฉบับ ราคาฉบับละ 82.50 บาท เป็นเงิน 990,000 บาท และโจทก์ได้โอนเงิน 990,000 บาท ไปยังบัญชีเงินฝากธนาคารของจำเลยที่ 2 เพื่อเป็นการชำระค่าสั่งจองหรือสั่งซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าว และโจทก์ยังตกลงสั่งจองหรือสั่งซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลตามที่จำเลยที่ 1 กับพวกประกาศขายพร้อมทั้งแจ้งราคาขายสลากกินแบ่งรัฐบาลทางไลน์กลุ่มดังกล่าวอีก 65 ก้อน ก้อนละ 200 ฉบับ รวม 13,000 ฉบับ ราคาฉบับละ 83 บาท เป็นเงิน 1,079,000 บาท และโจทก์ได้โอนเงิน 1,079,000 บาท ไปยังบัญชีเงินฝากธนาคารของจำเลยที่ 4 เพื่อเป็นการชำระค่าสั่งจองหรือสั่งซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าว ก็เพราะโจทก์จะนำสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าวไปขายต่อ แต่จำเลยที่ 1 ไม่ได้ส่งมอบสลากกินแบ่งรัฐบาลตามจำนวนที่โจทก์สั่งจองหรือสั่งซื้อให้โจทก์ได้นั้น เป็นการที่โจทก์สั่งจองหรือสั่งซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลตามที่จำเลยที่ 1 กับพวกเสนอขาย หรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินกว่าฉบับละ 80 บาท ที่มีกำหนดราคาไว้ในสลากกินแบ่งรัฐบาลตามพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517 มาตรา 39 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 มาตรา 13 ซึ่งมีโทษปรับอันเป็นโทษทางอาญา แสดงให้เห็นอยู่ในตัวว่าโจทก์รับข้อเสนอดังกล่าวโดยมีเจตนามุ่งประสงค์ต่อผลประโยชน์อันเกิดจากการกระทำที่มีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย มิได้เป็นไปโดยสุจริต จะถือว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายโดยชอบด้วยกฎหมายมิได้ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) และไม่มีอำนาจฟ้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 และเมื่อวินิจฉัยเช่นนี้แล้ว ฎีกาข้ออื่นของโจทก์จึงไม่จำต้องวินิจฉัยอีกต่อไป เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\snapshots\20260506_225106\000006.html
source_run
20260506_225106
supreme_black_case_no
อ.576/2567
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2568