คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1037/2568 ฉบับเต็ม

#721944
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1037/2568 พนักงานอัยการคดีศาลแขวงอุบลราชธานี โจทก์ บริษัท อ. โจทก์ร่วม นางสาว ว. จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 43, มาตรา 44, มาตรา 44/1 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 คดีนี้โจทก์มีอำนาจเรียกราคาใช้แทนรถจักรยานยนต์แทน ซึ่งโจทก์ร่วมสูญเสียไปเนื่องจากการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงของจำเลยโดยตรงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 และมาตรา 44 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 เท่านั้น หากโจทก์ร่วมจะเรียกให้จำเลยชดใช้ค่าขาดประโยชน์อันเป็นค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดอย่างอื่นนอกจากการใช้ราคาทรัพย์ที่สูญเสียไปเนื่องจากการกระทำความผิดของจำเลย โจทก์ร่วมจะต้องใช้สิทธิโดยยื่นคำร้องเข้ามาในคดีนี้ขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 แต่เมื่อโจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ โดยไม่ได้ยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมเข้ามาในคดีนี้ด้วย แม้จำเลยยอมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นค่าขาดประโยชน์แก่โจทก์ร่วม 11,500 บาท ศาลย่อมไม่อาจพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นค่าขาดประโยชน์แก่โจทก์ร่วมได้ เนื่องจากเป็นการไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 43, 44, 44/1 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ให้จำเลยคืนรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า หมายเลขทะเบียน 1 กช xxxx หรือใช้ราคา 38,500 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การรับสารภาพ ระหว่างพิจารณา บริษัท อ. ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ระหว่างพิจารณา จำเลยนำเงินมาวางต่อศาล 31,500 บาท เพื่อใช้ราคารถจักรยานยนต์แก่โจทก์ร่วมบางส่วน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน ให้จำเลยคืนรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า หมายเลขทะเบียน 1 กช xxxx หรือใช้ราคาแทน 18,500 บาท แก่โจทก์ร่วม จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยเป็นเงิน 5,000 บาท อีกสถานหนึ่ง ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 2,500 บาท เมื่อรวมกับโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วเป็นจำคุก 3 เดือน และปรับ 2,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี และให้คุมความประพฤติของจำเลยไว้มีกำหนด 1 ปี นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้จำเลยฟัง โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 เดือนต่อครั้ง และให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 กับให้จำเลยใช้ราคารถจักรยานยนต์แทน 7,000 บาท แก่โจทก์ร่วม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ร่วมฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ร่วมเป็นประการแรกว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 3 กำหนดราคารถจักรยานยนต์ที่จำเลยต้องใช้แทน 7,000 บาท แก่โจทก์ร่วม เป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยโจทก์ร่วมฎีกาว่าคดีนี้โจทก์เรียกราคาใช้แทนรถจักรยานยนต์ 38,500 บาท และจำเลยแถลงต่อศาลชั้นต้นว่ายอมชำระเงินเป็นค่าขาดประโยชน์แก่โจทก์ร่วมอีก 11,500 บาท รวมเป็นเงินค่าเสียหาย 50,000 บาท เมื่อจำเลยวางเงินต่อศาลเพื่อชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์ร่วมแล้วจำนวน 31,500 บาท จำเลยจึงต้องชำระราคาใช้แทนแก่โจทก์ร่วม 18,500 บาท เห็นว่า คดีนี้โจทก์มีอำนาจเรียกราคาใช้แทนรถจักรยานยนต์แทน ซึ่งโจทก์ร่วมสูญเสียไปเนื่องจากการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงของจำเลยโดยตรงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43 และมาตรา 44 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 เท่านั้น หากโจทก์ร่วมจะเรียกให้จำเลยชดใช้ค่าขาดประโยชน์อันเป็นค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดอย่างอื่นนอกจากการใช้ราคาทรัพย์ที่สูญเสียไปเนื่องจากการกระทำความผิดของจำเลย โจทก์ร่วมจะต้องใช้สิทธิโดยยื่นคำร้องเข้ามาในคดีนี้ขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 แต่เมื่อโจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์เท่านั้น โดยโจทก์ร่วมไม่ได้ยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมเข้ามาในคดีนี้ด้วย แม้จำเลยยอมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นค่าขาดประโยชน์แก่โจทก์ร่วม 11,500 บาท ศาลย่อมไม่อาจพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นค่าขาดประโยชน์แก่โจทก์ร่วมได้ เนื่องจากเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43, 44, 44/1 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 กำหนดราคารถจักรยานยนต์ที่จำเลยต้องใช้แทน 7,000 บาท แก่โจทก์ร่วม จึงเป็นการชอบด้วยกฎหมายแล้ว ส่วนคำพิพากษาของศาลฎีกาที่โจทก์ร่วมอ้างในฎีกา ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามาดังกล่าวนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ร่วมข้อนี้ฟังไม่ขึ้น มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ร่วมประการต่อไปว่า สมควรรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า แม้ตลอดระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นได้ให้โอกาสจำเลยในการหาเงินมาผ่อนชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์ร่วมจะเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างนานและจำเลยผิดนัดหลายครั้งตามที่โจทก์ร่วมอ้างมาในฎีกาก็ตาม แต่จำเลยก็พยายามขวนขวายหาเงินมาชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์ร่วมรวมเป็นจำนวนเงิน 31,500 บาท คงขาดราคาใช้แทนรถจักรยานยนต์ตามที่โจทก์ขอมาอีกเพียง 7,000 บาท เท่านั้น การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่าโทษจำคุกที่ศาลชั้นต้นลงแก่จำเลยเป็นโทษจำคุกระยะสั้น นอกจากจะไม่เกิดผลในการฟื้นฟูแก้ไขความประพฤติของจำเลยแล้วยังทำให้จำเลยมีประวัติเสื่อมเสีย เมื่อพ้นโทษก็ยากที่จะกลับตนเป็นพลเมืองดีประกอบสัมมาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัวโดยสุจริตต่อไปได้ และตามรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยของพนักงานคุมประพฤติปรากฏว่าจำเลยไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน กรณีจึงยังอยู่ในวิสัยที่จะแก้ไขฟื้นฟูให้กลับตนเป็นพลเมืองดี ประกอบกับจำเลยมีบุคคลในครอบครัวที่ต้องอุปการะดูแล การรอการลงโทษจำคุกไว้น่าจะเป็นผลดีแก่จำเลยและสังคมโดยรวมมากกว่า จึงรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น นับว่าชอบด้วยเหตุผลและเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (สันติชัย วัฒนวิกย์กรรม์-อภิชาต ภมรบุตร-ชลิต กฐินะสมิต) - - แหล่งที่มา หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1244/2567 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
721944
courts
[
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    },
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081938623"
    }
}
date
2568
deka_no
1037/2568
deka_running_no
1037
deka_year
2568
department
แผนก
judges
[
    "สันติชัย วัฒนวิกย์กรรม์",
    "อภิชาต ภมรบุตร",
    "ชลิต กฐินะสมิต"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 43",
            "ม. 44",
            "ม. 44/1"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการคดีศาลแขวงอุบลราชธานี"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "บริษัท อ."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาว ว."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ให้จำเลยคืนรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า หมายเลขทะเบียน 1 กช xxxx หรือใช้ราคา 38,500 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การรับสารภาพ

ระหว่างพิจารณา บริษัท อ. ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ระหว่างพิจารณา จำเลยนำเงินมาวางต่อศาล 31,500 บาท เพื่อใช้ราคารถจักรยานยนต์แก่โจทก์ร่วมบางส่วน

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน ให้จำเลยคืนรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า หมายเลขทะเบียน 1 กช xxxx หรือใช้ราคาแทน 18,500 บาท แก่โจทก์ร่วม

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยเป็นเงิน 5,000 บาท อีกสถานหนึ่ง ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 2,500 บาท เมื่อรวมกับโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วเป็นจำคุก 3 เดือน และปรับ 2,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี และให้คุมความประพฤติของจำเลยไว้มีกำหนด 1 ปี นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้จำเลยฟัง โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 เดือนต่อครั้ง และให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 กับให้จำเลยใช้ราคารถจักรยานยนต์แทน 7,000 บาท แก่โจทก์ร่วม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ร่วมฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ร่วมเป็นประการแรกว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 3 กำหนดราคารถจักรยานยนต์ที่จำเลยต้องใช้แทน 7,000 บาท แก่โจทก์ร่วม เป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยโจทก์ร่วมฎีกาว่าคดีนี้โจทก์เรียกราคาใช้แทนรถจักรยานยนต์ 38,500 บาท และจำเลยแถลงต่อศาลชั้นต้นว่ายอมชำระเงินเป็นค่าขาดประโยชน์แก่โจทก์ร่วมอีก 11,500 บาท รวมเป็นเงินค่าเสียหาย 50,000 บาท เมื่อจำเลยวางเงินต่อศาลเพื่อชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์ร่วมแล้วจำนวน 31,500 บาท จำเลยจึงต้องชำระราคาใช้แทนแก่โจทก์ร่วม 18,500 บาท เห็นว่า คดีนี้โจทก์มีอำนาจเรียกราคาใช้แทนรถจักรยานยนต์แทน ซึ่งโจทก์ร่วมสูญเสียไปเนื่องจากการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงของจำเลยโดยตรงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43 และมาตรา 44 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 เท่านั้น หากโจทก์ร่วมจะเรียกให้จำเลยชดใช้ค่าขาดประโยชน์อันเป็นค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดอย่างอื่นนอกจากการใช้ราคาทรัพย์ที่สูญเสียไปเนื่องจากการกระทำความผิดของจำเลย โจทก์ร่วมจะต้องใช้สิทธิโดยยื่นคำร้องเข้ามาในคดีนี้ขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 แต่เมื่อโจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์เท่านั้น โดยโจทก์ร่วมไม่ได้ยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมเข้ามาในคดีนี้ด้วย แม้จำเลยยอมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นค่าขาดประโยชน์แก่โจทก์ร่วม 11,500 บาท ศาลย่อมไม่อาจพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นค่าขาดประโยชน์แก่โจทก์ร่วมได้ เนื่องจากเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43, 44, 44/1 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 กำหนดราคารถจักรยานยนต์ที่จำเลยต้องใช้แทน 7,000 บาท แก่โจทก์ร่วม จึงเป็นการชอบด้วยกฎหมายแล้ว ส่วนคำพิพากษาของศาลฎีกาที่โจทก์ร่วมอ้างในฎีกา ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามาดังกล่าวนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ร่วมข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ร่วมประการต่อไปว่า สมควรรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า แม้ตลอดระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นได้ให้โอกาสจำเลยในการหาเงินมาผ่อนชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์ร่วมจะเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างนานและจำเลยผิดนัดหลายครั้งตามที่โจทก์ร่วมอ้างมาในฎีกาก็ตาม แต่จำเลยก็พยายามขวนขวายหาเงินมาชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์ร่วมรวมเป็นจำนวนเงิน 31,500 บาท คงขาดราคาใช้แทนรถจักรยานยนต์ตามที่โจทก์ขอมาอีกเพียง 7,000 บาท เท่านั้น การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่าโทษจำคุกที่ศาลชั้นต้นลงแก่จำเลยเป็นโทษจำคุกระยะสั้น นอกจากจะไม่เกิดผลในการฟื้นฟูแก้ไขความประพฤติของจำเลยแล้วยังทำให้จำเลยมีประวัติเสื่อมเสีย เมื่อพ้นโทษก็ยากที่จะกลับตนเป็นพลเมืองดีประกอบสัมมาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัวโดยสุจริตต่อไปได้ และตามรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยของพนักงานคุมประพฤติปรากฏว่าจำเลยไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน กรณีจึงยังอยู่ในวิสัยที่จะแก้ไขฟื้นฟูให้กลับตนเป็นพลเมืองดี ประกอบกับจำเลยมีบุคคลในครอบครัวที่ต้องอุปการะดูแล การรอการลงโทษจำคุกไว้น่าจะเป็นผลดีแก่จำเลยและสังคมโดยรวมมากกว่า จึงรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น นับว่าชอบด้วยเหตุผลและเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000009.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.1244/2567
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2568