คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 900/2568 ฉบับเต็ม

#721974
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 900/2568 นาง ฉ. โดยนาย ส. ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน โจทก์ นาย ด. จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1299 ป.วิ.พ. มาตรา 301 (5) แม้จะถือว่าสิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่าซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิเป็นทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งอาจมีราคาและอาจถือเอาได้ และสามารถโอนไปซึ่งการครอบครองนั้นได้โดยการส่งมอบการครอบครอง แต่การโอนไปซึ่งการครอบครองที่สามารถกระทำได้ดังกล่าวเป็นการโอนในลักษณะของสิทธิส่วนบุคคลใช้ยันกันได้ระหว่างผู้โอนกับผู้รับโอนเท่านั้น ไม่สามารถทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนการได้มาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้มีผลบริบูรณ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1299 ได้ กรณีนี้เป็นเรื่องที่โจทก์ร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดสิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่าซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิมาขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้โจทก์ เมื่อไม่มีกฎหมายบัญญัติให้เจ้าพนักงานบังคับคดีโอนสิทธิครอบครองที่ดินดังกล่าวให้แก่ผู้ซื้อได้ตามกฎหมาย ทั้งไม่ปรากฏข้อเท็จจริงใดแสดงให้เห็นว่าที่ดินที่จำเลยมีเพียงสิทธิครอบครองนั้นสามารถโอนกันได้ตามกฎหมาย ในชั้นนี้จึงต้องถือว่าที่ดินมือเปล่าซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิเป็นทรัพย์สินที่โอนกันให้บริบูรณ์ไม่ได้ตามกฎหมาย ย่อมไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 301 (5) โจทก์จึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ยึดสิทธิครอบครองที่ดินดังกล่าวมาขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้โจทก์ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมของนางพยนต์ ชำระเงิน 2,500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 10 มิถุนายน 2558) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 40,000 บาท แต่ความรับผิดของจำเลยไม่เกินกว่าทรัพย์มรดกของนางพยนต์ที่ตกทอดได้แก่ตน คดีถึงที่สุด โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินมือเปล่าที่ไม่มีเอกสารสิทธิและขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษา จำเลยไม่ยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ยึดที่ดินมือเปล่าซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิตามคำขอของโจทก์ชอบหรือไม่ เห็นว่า สิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่าซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิแม้จะถือว่าเป็นทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งอาจมีราคาและอาจถือเอาได้ และสามารถโอนไปซึ่งการครอบครองนั้นได้โดยการส่งมอบการครอบครองตามที่โจทก์ฎีกา แต่การโอนไปซึ่งการครอบครองที่สามารถกระทำได้ดังกล่าวเป็นการโอนในลักษณะของสิทธิส่วนบุคคลใช้ยันกันได้ระหว่างผู้โอนกับผู้รับโอนเท่านั้น ไม่สามารถทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนการได้มาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้มีผลบริบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 ได้ กรณีนี้เป็นเรื่องที่โจทก์ร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดสิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่าซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิมาขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้โจทก์ เมื่อไม่มีกฎหมายบัญญัติให้เจ้าพนักงานบังคับคดีโอนสิทธิครอบครองที่ดินดังกล่าวให้แก่ผู้ซื้อได้ตามกฎหมาย ทั้งไม่ปรากฏข้อเท็จจริงใดแสดงให้เห็นว่าที่ดินที่จำเลยมีเพียงสิทธิครอบครองนั้นสามารถโอนกันได้ตามกฎหมาย ในชั้นนี้จึงต้องถือว่าที่ดินมือเปล่าซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิเป็นทรัพย์สินที่โอนกันให้บริบูรณ์ไม่ได้ตามกฎหมาย ย่อมไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 301 (5) โจทก์จึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ยึดสิทธิครอบครองที่ดินดังกล่าวมาขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้โจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ยึดที่ดินมือเปล่าซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิตามคำขอของโจทก์ชอบแล้ว และพิพากษายืนยกคำร้องของโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (อนุรักษ์ สง่าอารีย์กูล-จรูญ โชครุ่งวรานนท์-สอนชัย สิราริยกุล) - - แหล่งที่มา หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.418/2567 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
721974
courts
[
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    },
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081938631"
    }
}
date
2568
deka_no
900/2568
deka_running_no
900
deka_year
2568
department
แผนก
judges
[
    "อนุรักษ์ สง่าอารีย์กูล",
    "จรูญ โชครุ่งวรานนท์",
    "สอนชัย สิราริยกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1299"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 301 (5)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาง ฉ. โดยนาย ส. ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ด."
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมของนางพยนต์ ชำระเงิน 2,500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 10 มิถุนายน 2558) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 40,000 บาท แต่ความรับผิดของจำเลยไม่เกินกว่าทรัพย์มรดกของนางพยนต์ที่ตกทอดได้แก่ตน คดีถึงที่สุด

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินมือเปล่าที่ไม่มีเอกสารสิทธิและขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษา

จำเลยไม่ยื่นคำคัดค้าน

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ยึดที่ดินมือเปล่าซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิตามคำขอของโจทก์ชอบหรือไม่ เห็นว่า สิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่าซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิแม้จะถือว่าเป็นทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งอาจมีราคาและอาจถือเอาได้ และสามารถโอนไปซึ่งการครอบครองนั้นได้โดยการส่งมอบการครอบครองตามที่โจทก์ฎีกา แต่การโอนไปซึ่งการครอบครองที่สามารถกระทำได้ดังกล่าวเป็นการโอนในลักษณะของสิทธิส่วนบุคคลใช้ยันกันได้ระหว่างผู้โอนกับผู้รับโอนเท่านั้น ไม่สามารถทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนการได้มาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้มีผลบริบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 ได้ กรณีนี้เป็นเรื่องที่โจทก์ร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดสิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่าซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิมาขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้โจทก์ เมื่อไม่มีกฎหมายบัญญัติให้เจ้าพนักงานบังคับคดีโอนสิทธิครอบครองที่ดินดังกล่าวให้แก่ผู้ซื้อได้ตามกฎหมาย ทั้งไม่ปรากฏข้อเท็จจริงใดแสดงให้เห็นว่าที่ดินที่จำเลยมีเพียงสิทธิครอบครองนั้นสามารถโอนกันได้ตามกฎหมาย ในชั้นนี้จึงต้องถือว่าที่ดินมือเปล่าซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิเป็นทรัพย์สินที่โอนกันให้บริบูรณ์ไม่ได้ตามกฎหมาย ย่อมไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 301 (5) โจทก์จึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ยึดสิทธิครอบครองที่ดินดังกล่าวมาขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้โจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ยึดที่ดินมือเปล่าซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิตามคำขอของโจทก์ชอบแล้ว และพิพากษายืนยกคำร้องของโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000009.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.418/2567
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2568